"ก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว... ท่านก็เตรียมตัวไปเกิดใหม่ในภพภูมิอื่นได้เลยนะครับ"
น้ำเสียงของหลี่เฟยราบเรียบ ราวกับกำลังเอ่ยถึงดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสนิทดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้เงาสะท้อน เบื้องหน้าเขาคือศิษย์สายในสามคนจากยอดเขาอัคคีที่จ้องมองมาด้วยความเหยียดหยาม พวกมันไม่ได้ตระหนักเลยว่า พื้นหินศิลาที่พวกมันยืนอยู่นั้น ไม่ใช่พื้นดินธรรมดาอีกต่อไป
"หลี่เฟย เจ้ามันก็แค่คนดวงดีที่อาศัยเล่ห์เพทุบาย" หนิงเทียน หนึ่งในศิษย์ผู้มีพลังปราณระดับก่อเกิดขั้นกลางหัวเราะร่า มือขวาคว้ากระบี่เพลิงพุ่งเข้าหาหมายจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียว
หลี่เฟยไม่แม้แต่จะขยับกาย เขายืนกอดอก มือซ้ายที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อดีดนิ้วเพียงเบาๆ
*ตึง!*
เสียงสะท้อนจากพื้นศิลาเบาหวิว ทว่าในสายตาของนักค่ายกล มันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ พื้นที่โดยรอบรัศมีสิบจ้างเริ่มสั่นไหว เส้นอักขระสีทองอร่ามประหนึ่งใยแมงมุมค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากรอยแตกของแผ่นหิน มันไม่ใช่ค่ายกลดักจับธรรมดา แต่มันคือ ‘ค่ายกลลวงตาซ้อนดารา’ ที่หลี่เฟยซุ่มวางไว้ตั้งแต่ก่อนที่บททดสอบจะเริ่มขึ้นสามชั่วยาม
หนิงเทียนที่กำลังพุ่งตัวอยู่กลางอากาศพลันชะงัก ร่างของเขาบิดเบี้ยวไปมา ภาพของหลี่เฟยตรงหน้าแตกกระจายเป็นละอองแสง ก่อนจะกลายเป็นร่างของตัวเขาเองที่กำลังถือกระบี่พุ่งเข้าใส่ตนเองในกระจกเงาขนาดยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจาความว่างเปล่า
"วิชาลวงตาหรือ? คิดว่าแค่กระจกห่วยๆ จะหยุดข้าได้งั้นรึ!" หนิงเทียนคำรามลั่น แทงกระบี่เข้าใส่เงาของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าทุกครั้งที่กระบี่กระทบเงา แรงสะท้อนจะย้อนกลับมาหาตัวเขาเป็นทวีคูณ หลี่เฟยยืนมองด้วยสายตาเย็นชา เขาสังเกตเห็นว่าที่มุมห้องโถงทดสอบ เหมยซูแอบยืนอยู่หลังเสาหิน นางไม่ได้แสดงสีหน้ากังวลแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่มุมปากของนางในตอนนี้ช่างดูห่างเหินและทรงอำนาจ นางกำลังรอคอย... รอคอยที่จะดูว่าหลี่เฟยจะ ‘เล่นสนุก’ กับหมากบนกระดานนี้อย่างไร
หลี่เฟยขยับนิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้รวดเร็วดุจสายฟ้า
ค่ายกลชั้นที่สอง—‘ค่ายกลสภาวะสูญญากาศ’—ถูกกระตุ้นขึ้น อากาศรอบตัวหนิงเทียนและพรรคพวกถูกดูดหายไปจนหมดสิ้น พวกเขาเริ่มกุมคอหอยดิ้นทุรนทุราย พลังปราณที่เคยคึกคะนองถูกอักขระที่ตอกตรึงไว้ทั่วบริเวณดูดกลืนจนแห้งขอด ไม่ใช่เพราะหลี่เฟยแข็งแกร่งกว่า แต่นี่คือการใช้ความโลภและความมั่นใจเกินตัวของศัตรูให้กลายเป็นอาวุธสังหาร
"เจ้าไม่ได้สู้กับข้า หนิงเทียน" หลี่เฟยเดินเข้าไปใกล้ชายที่กำลังทรุดตัวลงกับพื้นอย่างเชื่องช้า "เจ้ากำลังสู้กับความโง่เขลาของตัวเองที่ละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บนพื้นดินที่เจ้าเหยียบอยู่"
เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะที่อากาศเบาๆ อักขระสีทองส่องประกายสว่างจ้าจนมองไม่เห็นตัวตนของทั้งสองคนภายในชั่วพริบตา ก่อนที่เสียงร้องโหยหวนจะดับวูบลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก
ท่ามกลางความเงียบนั้น เหมยซูเดินออกมาจากเงามืด ปรบมือเบาๆ สองสามครั้ง เสียงปรบมือของนางดังก้องไปทั่วโถงทดสอบที่บัดนี้ว่างเปล่าไร้ซึ่งศัตรู
"ฝีมือของท่านยังคงไร้ที่ติเสมอเลยนะเจ้าคะ หลี่เฟย" นางกล่าว สายตาที่มองเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนระดับสูงที่กำลังประเมินสมบัติชิ้นงาม "แต่ท่านอย่าลืมไปว่า ชัยชนะในการทดสอบนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น... เพราะในขณะที่ท่านกำลังสั่งสอนศิษย์ปลายแถวพวกนี้ ท่านได้สังเกตเห็นอะไรบนแผ่นหลังของศพที่สามบ้างไหม?"
หลี่เฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองซากค่ายกลที่พังทลาย ก่อนจะเห็นสัญลักษณ์ประหลาดที่ปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของหนึ่งในศิษย์ที่นอนแน่นิ่ง มันไม่ใช่สัญลักษณ์ของสำนัก แต่เป็นตราประทับสีดำสนิทรูปปีกนกอินทรีที่ถูกตัดปีก—ตราสัญลักษณ์ของหน่วยเงาแห่งจักรพรรดิเทพเทียนหยาง!
หัวใจของหลี่เฟยเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครา นี่ไม่ใช่แค่การทดสอบศิษย์สายใน... นี่คือการเปิดเผยตัวตนของเขาสู่สายตาของศัตรูที่เขาหวาดกลัวที่สุด
เขากำลังถูกล่า... และดูเหมือนว่าคนที่นั่งรอชมละครฉากนี้อยู่บนยอดเขาอาจจะไม่ใช่แค่เจ้าสำนัก แต่เป็นบางสิ่งที่อำมหิตกว่านั้นมาก!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางเซียนไปกับผมนะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 6
การทดสอบศิษย์สายใน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!