“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ไอปีศาจนั่นกัดกินเส้นชีพจรของเจ้าจนขาดสะบั้น”
เสียงของหลี่เฟยเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในหุบเขาไร้แสง เขาไม่ได้ตื่นตระหนก แต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับพราวระยับด้วยกระแสจิตที่หมุนวนราวกับพายุที่ถูกกักขังไว้ในขวดแก้ว นิ้วมือเรียวยาวของเขาดีดออกไปในอากาศราวกับกำลังดีดพิณ ทว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นกลับเป็นเส้นสายอักขระสีทองอร่ามที่ถักทอเข้าหากันเป็นค่ายกลจิ๋ว ‘ผนึกดารา’ ตรึงรอบร่างของเหมยซูไว้แน่นหนา
เหมยซูหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าที่เคยงดงามเริ่มปรากฏเส้นเลือดสีดำคล้ำแผ่ขยายขึ้นจากลำคอ ดวงตาของนางสั่นไหวและพร่าเลือน “หลี่เฟย... อักขระพวกนั้น... มันไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึก แต่มันถูกเขียนขึ้นด้วย ‘เลือด’ ของคนที่ข้าตามหามาตลอด ข้าเห็นมันในนิมิต... ข้าเห็นค่ายกลที่พังทลายลงในวันที่ตระกูลเจ้าล่มสลาย”
หลี่เฟยชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบราวกับถูกคมหอกแทงทะลุ เขาเร่งพลังเซียนผ่านปลายนิ้ว ปรับเปลี่ยนค่ายกลจาก ‘ผนึก’ เป็น ‘ชำระล้าง’ ไอสีดำที่เกาะกินเหมยซูค่อยๆ จางลง ทว่าสิ่งที่เหลือทิ้งไว้ในจิตสำนึกของเขานั้นรุนแรงยิ่งกว่า
“เจ้าเห็นอะไรในนิมิตนั่น” เขาถาม เสียงต่ำพร่า
เหมยซูทรุดกายลงเมื่อพันธนาการอักขระคลายออก นางหยิบเศษแผ่นจารึกหินโบราณที่แตกหักออกมาจากแขนเสื้อ มันเปื้อนคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท “ข้าขุดพบมันใต้ซากปรักหักพังของสำนักเก่าแก่ที่ถูกสั่งปิดตายเมื่อสามร้อยปีก่อน หลี่เฟย... ตระกูลของเจ้าไม่ได้ถูกทำลายเพราะความขัดแย้งของจอมยุทธ์ แต่มันถูกทำลายเพราะ ‘ค่ายกลบรรพกาล’ ที่บรรพบุรุษเจ้าถือครอง มันคืออำนาจที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังหวาดกลัว”
หลี่เฟยรับแผ่นจารึกมาไว้ในมือ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระบนหินก็เรืองแสงสีเลือดวูบขึ้น มันไม่ใช่จารึกธรรมดา แต่มันคือ ‘บันทึกความทรงจำ’ ที่บรรพชนส่งผ่านกาลเวลามาให้ผู้มีสายเลือดเดียวกัน
ภาพในนึกคิดหมุนวนราวกับโลกที่กำลังแตกสลาย เขาเห็นภาพกองทัพทูตสวรรค์เกราะทองนับหมื่นที่ลอยเด่นอยู่เหนือยอดเขาตระกูลหลี่ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเปลวเพลิงที่เผาผลาญทุกอย่างจนเป็นเถ้าถ่าน ชายร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทว่าแฝงไปด้วยรัศมีแห่งการทำลายล้างก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว เขามองลงมายังบรรพบุรุษของหลี่เฟยด้วยสายตาที่เย็นชาดุจมองมดปลวก
*“วิชาอักขระที่สามารถบงการโชคชะตาและฉีกกระชากกฎแห่งสวรรค์... สิ่งนี้ไม่ควรมีอยู่บนโลกมนุษย์”* เสียงของจักรพรรดิเทพเทียนหยางดังก้องในความทรงจำ มันกังวานและทรงอำนาจจนทำให้หลี่เฟยในโลกปัจจุบันต้องกระอักเลือดออกมาคำโต
หลี่เฟยเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาของเขากลายเป็นสีเทาหม่น ความเย็นชาที่เคยมีกลับเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง “เทียนหยาง... ที่แท้เจ้ายอมทำลายล้างผู้บริสุทธิ์ทั้งตระกูล เพียงเพราะเกรงกลัวว่าอักขระของข้าจะสั่นคลอนบัลลังก์ของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“มันไม่ได้จบแค่นั้น” เหมยซูกล่าวแทรกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เจ้าดูสลักหลังจารึกนั่นสิ... ข้อความที่ถูกเขียนด้วยเลือดของคนในตระกูลเจ้าก่อนลมหายใจสุดท้าย”
หลี่เฟยพลิกแผ่นจารึกด้านหลัง อักขระแต่ละตัวที่เห็นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ
*‘แด่ผู้สืบทอดที่เหลืออยู่เพียงหนึ่ง... ห้ามเงยหน้ามองสวรรค์จนกว่าค่ายกลสยบฟ้าจะสมบูรณ์ เพราะคนทรยศที่แท้จริง ไม่ได้อยู่บนสวรรค์ แต่มันคือผู้ที่อยู่เคียงข้างเจ้าในยามนี้’*
หลี่เฟยชะงักค้าง แผ่นหินในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น เขามองไปที่เหมยซู หญิงสาวผู้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตลอดสามปี ผู้ที่จัดหาทรัพยากรทุกอย่างให้เขาโดยไม่เคยหวังผลตอบแทน ทว่าในยามนี้ ประกายตาของนางที่มองเขา... กลับมีความเฉยเมยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่ตกใจกลัว
“เจ้าเองงั้นหรือ เหมยซู?” หลี่เฟยถาม เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว
เหมยซูไม่ได้ตอบ แต่นางค่อยๆ ยืนขึ้น กลิ่นอายรอบตัวนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากสาวน้อยอ่อนหวานกลายเป็นพลังกดดันที่แข็งแกร่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว นางดึงกริชสีเงินออกมาจากแขนเสื้อ ปลายกริชจ่อตรงไปยังจุดตายบนหน้าอกของเขา
“น่าเสียดายจริงๆ หลี่เฟย... หากเจ้าไม่หยิบแผ่นจารึกนั้นขึ้นมาอ่านเสียก่อน เราคงจะมีเวลาเล่นละครบทเพื่อนรักกันได้นานกว่านี้อีกหน่อย”
รอยยิ้มของเหมยซูในตอนนี้ ไม่มีความจริงใจหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันเป็นรอยยิ้มของผู้ที่เตรียมตัวรอคอยชัยชนะมาตลอดชีวิต!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับ "หมึกทองคำข้ามภพ" ในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ครับ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 5
ความลับของตระกูลที่ถูกลบ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!