“หากเจ้ายังก้าวเท้าซ้ายไปอีกเพียงหนึ่งชุ่น วิญญาณของเจ้าจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเถ้าถ่าน”
น้ำเสียงของหลี่เฟยราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจสั่งการที่เหมยซูไม่กล้าปฏิเสธ เธอหยุดฝีเท้าลงทันที มองดูรองเท้าผ้าไหมปักลายดอกเหมยของตนที่เกือบจะแตะเข้ากับแนวหญ้าที่ดูธรรมดาจนน่าประหลาด
เหมยซูหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่เธอ แต่ทอดมองไปยังความเงียบสงัดของป่ามรณะเบื้องหน้า แววตาของหลี่เฟยคมกริบดุจใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมานับพันครั้ง
“เจ้าสัมผัสไม่ได้หรือ?” หลี่เฟยเอ่ยถามเบาๆ มือขวาของเขาสะบัดเบาๆ ปรากฏยันต์อักขระสีครามซ้อนทับกันเป็นชั้นในอากาศ ก่อนจะค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นไอหมอกโปร่งใสที่เคลือบไปทั่วบริเวณ “หมากล้อมหุบเขาไร้ทางออก... อสูรหมีคลั่งเพลิงที่พวกเราล่าอยู่นั่นมันไม่ได้โง่เขลา แต่มันกำลังรอให้เราก้าวเข้าสู่กระดานของมันต่างหาก”
เหมยซูขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านหมายความว่า... พวกเราไม่ได้กำลังล่ามัน แต่พวกเรากำลังถูกมันต้อนเข้ากับดัก?”
“ผิดแล้ว” หลี่เฟยยิ้มที่มุมปาก “มันคิดว่ามันเป็นผู้ล่า แต่ลืมไปว่าในป่าแห่งนี้ ข้าคือผู้เขียนกฎเกณฑ์”
ในทันใดนั้น ผืนป่าที่เคยสงบเงียบกลับสั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดุจแผ่นดินถล่มดังขึ้นจากทิศเหนือ กลิ่นกำมะถันโชยมาปะทะจมูก หมีคลั่งเพลิงตัวมหึมาในชุดเกราะขนสีแดงฉานพุ่งทะลุพุ่มไม้หนาทึบออกมา ดวงตาคู่โตสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร มันพุ่งเข้าใส่คนทั้งสองด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับสัตว์อสูรขนาดมหึมาเช่นนี้
เหมยซูชักกระบี่หยกคู่ใจออกมาเตรียมรับมือ แต่หลี่เฟยกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ
“อยู่นิ่งๆ... และดูให้ดี นี่คือวิถีแห่งปราชญ์”
หลี่เฟยเดินก้าวออกมาเบื้องหน้าเพียงสามก้าว เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า แต่ทว่าในพริบตาที่เสื้อผ้าพลิ้วไหว ปราณเซียนมหาศาลก็พุ่งออกจากปลายนิ้ว เขียนอักขระเส้นสายสีทองสว่างวาบลงบนพื้นดินและลำต้นไม้รอบข้าง ราวกับเข็มที่กำลังร้อยเรียงพรมแดนแห่งความเป็นตาย
สัตว์อสูรคำรามก้อง ปากที่เต็มไปด้วยฟันคมกริบอ้ากว้างเตรียมขย้ำร่างมนุษย์ที่ดูอ่อนแอ ทว่าในจังหวะที่เท้าของมันสัมผัสกับเขตแดนที่หลี่เฟยขีดไว้ พื้นดินกลับแปรเปลี่ยนเป็นบ่อทรายดูดที่ลึกสุดหยั่ง รากไม้รอบข้างที่ควรจะเป็นสิ่งไร้ชีวิตกลับขดตัวขึ้นราวกับงูยักษ์ รัดตรึงแขนขาของหมีคลั่งเพลิงไว้อย่างแน่นหนา
มันดิ้นรน พ่นลมหายใจเป็นเพลิงกาฬ แต่ทุกครั้งที่เพลิงพุ่งออกมา อักขระบนอากาศก็ดูดกลืนพลังงานเหล่านั้นไปหล่อเลี้ยงค่ายกลแทน
“หมากกลหุบเขาปิดตาย” หลี่เฟยพึมพำ “ตำแหน่งตากุนถูกปิดล้อม ตำแหน่งทางออกถูกทำลาย ต่อให้เจ้าเป็นถึงราชาแห่งพงไพร แต่เมื่อเดินหมากผิดเพียงตาเดียว... กระดานนี้ก็พร้อมจะกลืนกินเจ้าทั้งเป็น”
หลี่เฟยไม่ได้ใช้กระบี่ ไม่ได้ใช้กำลังภายในปะทะ เขาเพียงเดินวนรอบสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างใจเย็นราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน ทุกก้าวย่างของเขาคือการกระตุ้นอักขระที่ฝังลงไป ให้มันค่อยๆ บีบอัดกรงขังมิตินี้ให้แคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเปลวเพลิงในร่างกายของหมีคลั่งดับวูบลงด้วยแรงกดทับของมวลอากาศ
เหมยซูมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยความตกตะลึง สัตว์อสูรระดับสูงที่นักบำเพ็ญเพียรทั่วไปต้องใช้คนนับสิบชีวิตเข้าแลก กลับกลายเป็นเพียงของเล่นในกระดานหมากล้อมของบุรุษผู้นี้
“จบสิ้นแล้ว” หลี่เฟยดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว อักขระทั้งหมดสลายกลายเป็นละอองแสง ร่างมหึมาของหมีคลั่งเพลิงล้มลงสิ้นใจโดยปราศจากร่องรอยบาดแผลภายนอก มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับที่มันไม่เข้าใจ
“เหตุใดท่านต้องทำถึงเพียงนี้?” เหมยซูเอ่ยถามหลังจากความเงียบปกคลุม “การฆ่ามันทิ้งโดยใช้เพียงสมอง... มันทำให้ข้าหวาดกลัวในความเยือกเย็นของท่าน”
หลี่เฟยหันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้มีความยินดี มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง “เพราะข้าไม่มีเวลาให้เสียกับการสู้รบที่ไร้เป้าหมาย เหมยซู... ในโลกของผู้ที่อยู่จุดสูงสุด พวกเขาไม่เคยใช้มือตนเองสังหารศัตรู แต่ใช้กฎเกณฑ์ของฟ้าดินเป็นอาวุธ”
เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า ระยะห่างที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “เหมือนกับที่จักรพรรดิเทพเทียนหยางใช้กฎแห่งสวรรค์กวาดล้างตระกูลข้า... ข้าเพียงแค่เรียนรู้ที่จะเล่นเกมของเขา และเตรียมตัวที่จะเป็นผู้พลิกกระดานแทนที่เขาเท่านั้น”
ทันใดนั้นเอง ลมพายุหมุนลูกเล็กๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังหลี่เฟย พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีเงินไร้ใบหน้าที่ดูเหมือนจะหลุดออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว เขาวางกล่องไม้แกะสลักลวดลายอักขระโบราณทิ้งไว้บนพื้น ก่อนจะหันมาส่งเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือก
“ท่านเฟย... ท่านเล่นหมากได้งดงามยิ่งนัก แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง ในกระดานหมากล้อมนี้ ไม่ได้มีเพียงหมากของท่านและสัตว์อสูรตัวนี้เท่านั้น” บุรุษลึกลับกล่าวพลางชี้มือไปที่กล่อง “ในนี้คือหัวใจของอสูรหมีที่ท่านเพิ่งสยบ แต่ข้าได้ใส่ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จาก ‘พระองค์ท่าน’ ไว้ด้วย... หากท่านเปิดมันออก ท่านจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของหญิงสาวข้างกายท่านทันที”
หลี่เฟยชะงัก สายตาที่เคยเยือกเย็นกลับสั่นไหววูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาหันไปมองเหมยซูที่เริ่มมีไอสีดำผุดขึ้นตามแขนขาของเธอ
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับเส้นทางแห่งปราชญ์อักขระในตอนนี้นะครับ ขอบคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมครับ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 4
ป่ามรณะกับดักหมากล้อม
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!