เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 39

การตอบโต้ที่เงียบเชียบ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“หากท่านคิดว่าการทำสงครามต้องใช้ดาบและเลือดนองแผ่นดิน ท่านคงประเมินความแค้นของข้าต่ำเกินไปแล้ว” หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่ปลายนิ้วของเขากรีดลงบนแผ่นยันต์ศิลาสีดำสนิท ลวดลายอักขระสีทองดั่งเส้นเลือดที่ขดตัวซับซ้อนสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไปราวกับถูกกลืนกินโดยความมืด เขาไม่ได้ใช้กำลังลมปราณระเบิดพลังทลายป่าเขา แต่เขากำลัง 'ถักทอ' โครงข่ายที่มองไม่เห็นให้ครอบคลุมผืนแผ่นดินนี้ เหมยซูที่ยืนอยู่ข้างกายเขายกน้ำชาขึ้นจิบ สายตามองผ่านหน้าต่างหอคอยลับไปสู่ความเวิ้งว้างของยุทธภพเบื้องล่าง “จักรพรรดิเทพเทียนหยางกำลังเคลื่อนทัพจากแดนสวรรค์ชั้นฟ้า ท่านเชื่อหรือว่ายันต์เหล่านั้นจะต้านทานทัพสวรรค์ที่ผ่านการฝึกฝนมานับหมื่นปีได้?” หลี่เฟยหันกลับมาสบตาหญิงสาว แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีดที่ผ่านการเจียระไน “กองทัพน่ะหรือ? สำหรับข้า... กองทัพก็เป็นเพียงกลุ่มก้อนของลมปราณที่เคลื่อนที่ได้ หากข้าสามารถตัด ‘เส้นทางเดินพลัง’ ของผืนโลกนี้เสีย ทัพสวรรค์ที่เหาะเหินเดินอากาศได้อย่างองอาจ ก็จะไม่ต่างอะไรกับเต่าที่ถูกพลิกกระดองรอวันตายเท่านั้น” เขาหยิบยันต์แผ่นหนึ่งขึ้นมา มันไม่ได้ดูหรูหรา หากแต่กลับแผ่รังสีที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว หลี่เฟยสะบัดข้อมือเบาๆ ยันต์แผ่นนั้นหายวับไปในอากาศดุจหยดหมึกที่หยดลงในมหาสมุทร มันไม่ได้พุ่งไปข้างหน้า แต่แทรกซึมผ่านมิติเพื่อไปปรากฏตัวยังยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ห่างออกไปหมื่นลี้ “การวางหมากในครั้งนี้ ข้าไม่ได้ทำเพื่อหวังผลแพ้ชนะในทันที” หลี่เฟยเดินไปที่โต๊ะวางแผนที่เต็มไปด้วยแผนที่อาณาจักร “ข้ากำลังทำให้อากาศรอบตัวพวกมันกลายเป็นคุกที่มองไม่เห็น ทุกย่างก้าวที่พวกมันเดิน คือการเดินเข้าสู่ปากหลุมที่ข้าขุดไว้” เหมยซูวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของกระเบื้องเป็นจังหวะที่ฟังดูหนักแน่น “ท่านกำลังจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้เพื่อล้างแค้นให้ตระกูลหลี่ ถึงแม้ต้องแลกด้วยการที่ท่านจะถูกจารึกไว้ในฐานะจอมมารที่น่าหวาดกลัวที่สุดในประวัติศาสตร์งั้นหรือ?” หลี่เฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเปี่ยมไปด้วยความโดดเดี่ยว “ชื่อเสียงหรือ? สำหรับคนตายไปแล้วครึ่งชีวิตอย่างข้า คำเรียกขานเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากฝุ่นผง สิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือการได้เห็นรอยร้าวในบัลลังก์ของเทียนหยาง วันที่มันตระหนักว่าอำนาจที่มันยึดถือมาตลอดชีวิต ไม่เคยเป็นของมันตั้งแต่ต้น” ตลอดเวลาหลายชั่วยาม หลี่เฟยทำงานอย่างเงียบเชียบ มือของเขาขยับวาดลวดลายซับซ้อนลงบนม้วนกระดาษหนังมังกรโบราณ ทุกจังหวะการตวัดพู่กันคือการฝังอักขระแห่งความตายลงไปในจุดยุทธศาสตร์ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นใจกลางเมืองหลวงที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน หรือกระทั่งป่าต้องห้ามที่ไม่มีมนุษย์คนใดกล้าเหยียบย่าง ทุกที่ที่กระแสพลังปราณไหลเวียน บัดนี้ได้ถูกดักรอด้วยโครงข่ายอักขระของเขาแล้ว “เสร็จสิ้นแล้ว” เขาวางพู่กันลง ลมหายใจที่หอบเล็กน้อยบ่งบอกถึงพลังสมาธิที่ถูกใช้ไปจนหมดสิ้น ในขณะเดียวกัน ที่ห้องโถงวิจิตรบรรจงบนแดนสวรรค์ จักรพรรดิเทพเทียนหยางทรงขมวดคิ้วมุ่น พระองค์สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างของกระแสพลังในอากาศ แต่มันช่างแผ่วเบาและไร้ร่องรอยจนน่าหวาดหวั่น “ฝ่าบาท ทรงมีเรื่องกังวลพระทัยหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ขุนพลสวรรค์คนหนึ่งถามด้วยความนอบน้อม เทียนหยางกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างสวรรค์ ท้องฟ้าดูเหมือนจะปกติสุข แต่ในความรู้สึกของพระองค์กลับมีบางอย่างที่กำลัง 'เปลี่ยนไป' ราวกับว่าโลกใบนี้กำลังหายใจในจังหวะที่ไม่คุ้นเคย “ข้าอาจจะคิดมากไป” เทียนหยางตรัสเสียงต่ำ “แต่จงเร่งการเคลื่อนทัพลงสู่โลกมนุษย์ ข้ารู้สึกว่าเวลาของเรากำลังจะหมดลง” ตัดกลับมาที่หอคอยลับ หลี่เฟยยืนมองแผนที่ที่บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทพร้อมจุดแสงสีทองนับร้อยที่กระพริบถี่ๆ ดุจชีพจรที่กำลังเต้นแรง เขารู้ดีว่าหมากทุกตัวถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว สิ่งที่เหลือคือการรอคอยจังหวะที่เหมาะสม “หลี่เฟย” เหมยซูเอ่ยขึ้นเบาๆ เธอมองไปที่ประตูบานใหญ่ของห้องทำงานที่จู่ๆ ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ “มีคนมา... และไม่ใช่คนธรรมดา ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังที่ท่านคุ้นเคยที่สุด” หลี่เฟยหรี่ตาลง พลังปราณในร่างกายถูกกระตุ้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ เขาก้าวเดินไปที่ประตูด้วยความมั่นคง บานประตูค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาคืออาจารย์ที่หลี่เฟยเชื่อว่าตายไปแล้วในโศกนาฏกรรมตระกูลหลี่เมื่อสิบปีก่อน ชายชรายิ้มบางๆ มือหนึ่งถือยันต์อักขระแผ่นหนึ่งที่แตกสลายครึ่งหนึ่งมาให้เขา “เจ้าทำได้ดีมาก หลี่เฟย... แต่เจ้าลืมไปหนึ่งอย่าง” ชายชรากล่าวพลางยื่นแผ่นยันต์นั้นให้ “เจ้าลืมไปว่าข้าคือคนสอนวิธีวางค่ายกลพวกนี้ให้เจ้า และนั่นหมายความว่า... ข้าคือคนเดียวที่รู้วิธีทำลายมันจากภายใน” หลี่เฟยหยุดชะงัก เลือดในกายเย็นเฉียบเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การมาเยือนของมิตร แต่คือการมาเยือนของความล้มเหลวที่เขาสร้างขึ้นเองกับมือ ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายอักขระนี้มาด้วยกัน ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างผมในบทต่อไปนะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%