หมึกสีชาดหยดสุดท้ายค่อยๆ ซึมลงบนกระดูกยันต์มังกรอัคคี ก่อนจะมอดดับกลายเป็นเพียงรอยหมึกสีเทาหม่น หลี่เฟยไม่ได้ขยับกาย เขานั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้แกะสลักในเรือนพักหลังเล็ก ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเองและกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรวิญญาณ
สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผ่นหยกสื่อสารบนโต๊ะ ที่บัดนี้กำลังสั่นสะเทือนระรัว แสงสีทองเรืองรองสลับกับสีเลือดสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉยจนน่ากลัว
"มันมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้สามวัน... หรือว่าข้าประเมินความหวาดระแวงของมันต่ำไป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกราวกับผืนน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างเบามือ เหมยซูสาวเท้าเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด แว่นตาหยกวิญญาณสะท้อนแสงสีทองจากแผ่นหยกสื่อสารจนเห็นประกายความกังวลในดวงตาคู่สวย นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก ก่อนจะวางม้วนคัมภีร์โบราณลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่ม
"ข่าวกรองจากเครือข่ายสำนักเร้นลับยืนยันแล้วครับ... จักรพรรดิเทพเทียนหยางทรงออกพระราชโองการสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ประกาศให้ลัทธิอักขระและผู้สืบทอดสายเลือดตระกูลหลี่เป็น 'กบฏสวรรค์' ทั่วทั้งสามภพ" เหมยซูรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พลางกวาดตามองใบหน้าของชายผู้เป็นที่พึ่งพิง "กองกำลังทหารสวรรค์และค่ายกลพิฆาตดาราเคลื่อนพลออกจากแดนเทพแล้ว เป้าหมายแรกของพวกมันคือหุบเขาหมื่นอักษร... ที่ซ่อนของเรา"
หลี่เฟยยังคงนิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะช้าๆ สม่ำเสมอ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ทุกเสียงที่เคาะลงไปคล้ายเสียงสะท้อนของห้วงเวลาที่กำลังบีบรัดเข้ามาทุกขณะ
"หุบเขาหมื่นอักษรเป็นเพียงสถานที่ทางกายภาพ เหมยซู" หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นสบตา นาง ปรมาจารย์อักขระหนุ่มแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "สิ่งที่เทียนหยางต้องการไม่ใช่ผืนดินหรือหินผา แต่เขาต้องการรากเหง้าของวิชาอักขระที่สามารถสั่นคลอนบัลลังก์ของเขาได้ต่างหาก"
"แต่ว่า... กำลังพลของสำนักเร้นลับและตระกูลพันธมิตรของเรายังเตรียมการไม่100% นะครับ ถ้ากองทัพเทวะมาถึงเร็วกว่ากำหนด เราจะต้านทานค่ายกลดาราของพวกมันได้อย่างไร? ท่านก็รู้ว่าค่ายกลนั้นสืบทอดมาจากยุคบรรพกาล..." เหมยซูขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวเผลอกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่
"ใครบอกเจ้าว่าเราจะ 'ต้านทาน'?" หลี่เฟยเอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราฤทธิ์มีดโกน "การตั้งรับคือหนทางแห่งความพ่ายแพ้ ผู้ที่ฉลาดจริงย่อมไม่เอาหินไปขว้างไข่ แต่เขาจะรอให้ไข่เดินเข้ามาในดงหนามที่ตนเองถักทอไว้ต่างหาก"
เขายืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายโปร่งในชุดคลุมสีขาวปักลายเมฆาแผ่กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ หลี่เฟยหยิบพู่กันวิญญาณด้ามเก่าที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนขึ้นมาถือไว้ในมือ
"ในเมื่อจักรพรรดิเทพทรงโปรดปรานการใช้อำนาจกดขี่ผู้คนด้วยกำลัง เราในฐานะผู้น้อยก็ควรจัดงานต้อนรับที่สมเกียรติแก่พระองค์สักหน่อย... จงส่งข่าวไปยังหน่วยข่าวกรอง แจ้งทุกสำนักพันธมิตรให้ถอนกำลังออกจากหุบเขาหมื่นอักษรทันที"
"ถอนกำลังทั้งหมด? แล้วค่ายกลป้องกันที่พวกเราใช้เวลาสร้างมาแรมปีล่ะครับ?" เหมยซูเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ทิ้งมันไว้... ให้พวกมันยึดพื้นที่เปล่าประโยชน์นั้นไป" หลี่เฟยหันมามองนางด้วยแววตาคมกริบราวกับดวงดาวในยามวิกาล "แล้วเริ่มเปิดใช้งาน 'ค่ายกลกลืนสวรรค์' ที่เราฝังรากลึกไว้ใต้รากฐานของเมืองหลวงเทวะแทน"
เหมยซูถึงกับสูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม นางมองรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มแล้วพลانรู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงขั้วกระดูก หลี่เฟยไม่ได้คิดจะหนี และไม่ได้คิดจะตั้งรับในอาณาเขตของตนเอง แต่เขาใช้หุบเขาหมื่นอักษรเป็น 'เหยื่อล่อ' เพื่อดึงให้กองทัพหลักของสวรรค์เดินเข้าสู่หลุมพรางมหาวิบัติที่เขาสر้างรอไว้ตั้งแต่สามปีก่อน!
"ข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้ครับ..." เหมยซูประสานมือคำนับด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความศรัทธาอันเปี่ยมล้นต่อมันสมองที่ไร้พ่ายผู้นี้
ทว่า ในวินาทีที่เหมยซูกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง ประตูกลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังปราณอันดุดันจนบานไม้แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง ปลายกระบี่สีทองอร่ามพุ่งตรงมายังจุดตายกลางหน้าอกของหลี่เฟยโดยไร้สัญญาณเตือน!
หลี่เฟยไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์สามดวงสลักอยู่บนด้ามกระบี่นั้น... มันคือตราประทับของ 'องครักษ์เงาเทวะ' มือสังหารส่วนพระองค์ของจักรพรรดิเทพ
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลี่เฟยกระตุกวูบไม่ใช่ความตายที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า หากแต่เป็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากเหล็กของมือสังหารผู้นั้น... ใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนสนิทที่ตายไปในเหตุการณ์กวาดล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและรักษาสมาธิในการอ่านร่วมกับผมมาถึงบทนี้นะครับ หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย•ตอนที่ 41
สัญญาณสงคราม
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนค่ายกลสยบฟ้า: ปราชญ์อักขระไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!