เซฟโซนของนายสถาปนิกปากหมากับยัยนักวางผังเมืองจอมเถียง•ตอนที่ 2

ลายเซ็นที่ไร้ข้อตกลง

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าลายเซ็นของคุณมันมีน้ำหนักเท่ากับปากที่พล่อยๆ ล่ะก็ โปรเจกต์นี้คงเจ๊งตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิมพ์เขียวแล้วค่ะ คุณธันวา" แฟ้มเอกสารหนาปึกถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรساลจนเกิดเสียงดังทึบสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบ พิมมาดาไม่ได้ถอยร่น เธอก้าวเข้าประชิดขอบโต๊ะ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตากลมโตคู่นั้นวาววับไปด้วยความท้าทาย ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อชื่อเสียงหรืออิทธิพลของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งแห่งปี ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร ก่อนที่ดวงตาคมจะหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นประกายตาบางอย่างที่เปลี่ยนไปบนใบหน้าของพิมมาดาในเสี้ยววินาทีนั้น—ไม่ใช่ความประหม่า และแน่นอนว่าไม่ใช่ความหวาดหวั่น แต่มันคือความมุ่งมั่นระคนรั้นที่พร้อมจะขยี้ยโ소ของเขาให้แหลกคั้นคามือ เขายังจำสัมผัสและกลิ่นหอมจางๆ จากเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนได้ดี แม้ว่าพวกเขาจะแยกย้ายกันไปโดยไม่มีคำลา แต่การได้มาพบกันในฐานะ 'คู่ปรับทางความคิด' ที่ต้องร่วมหัวจมท้ายในโปรเจกต์รีเวทเมืองเก่ามูลค่าหลายพันล้าน มันกลับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... แต่มันคือสงคราม "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... ยัยนักวางผังเมือง" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความเย้ยหยัน แต่มุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก "แต่ก็น่าแปลก ที่คนปากเก่งแบบคุณดันวิ่งโร่มาเซ็นสัญญากับคนที่คุณเพิ่งด่าว่า 'ปากพล่อย' ไปเมื่อห้านาทีก่อนที่หน้าลิฟต์" "ฉันไม่ได้วิ่งโร่ค่ะ ฉันมารับงานเพื่อกอบกู้ความเสียหายที่โครงสร้างบ้าๆ ของคุณอาจจะสร้างความพินาศให้ผังเมืองโซนตะวันออกต่างหาก" พิมมาดายอกย้อนกลับทันควัน ดวงตาเรียวรีคมกริบไม่ยอมหลบสายตา "และที่สำคัญ... ถ้าผู้บริหารไม่เอาชื่อฉันมาค้ำประกันกับคุณ ฉันไม่มีทางเอาเวลาอันมีค่ามานั่งเถียงกับผู้ชายอีโก้สูงจนทะลุเพดานอย่างคุณหรอกนะคะ" ธันวาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปทำให้เขาดูคุกคามขึ้นถนัดตา เขาสกาวก้าวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนพิมมาดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวอย่างอันตราย "อีโก้เหรอ?" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาหาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เชิดรั้น "ฉันเรียกมันว่า 'ความจริง' ต่างหาก พิมมาดา... ผังเมืองในอุดมคติโลกสวยของคุณ มันใช้จริงไม่ได้กับโลกที่สถาปัตยกรรมต้องเผชิญกับความเป็นจริง พื้นที่สามเหลี่ยมตรงหัวมุมถนนนั่น คุณจะเอาสวนหย่อมไปยัดไว้ตรงนั้นทั้งที่มันเป็นจุดอับสายตาของอุบัติเหตุเนี่ยนะ? สมองคุณคิดด้วยอะไร หรือเอาแต่จินตนาการถึงความสวยงามบนกระดาษ?" "พื้นที่ตรงนั้นถ้ารู้จักออกแบบทางลาดและจัดระเบียบการจราจรใหม่ มันจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก!" พิมมาดาเถียงกลับเสียงกร้าว ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ปลายจมูกแทบจะชนกับแผงอกแกร่งของเขาอยู่รอมร่อ "ที่คุณมองไม่เห็นคุณค่าของมัน ก็เพราะคุณเอาแต่คิดถึงความยิ่งใหญ่ของแท่งคอนกรีตพวกนั้นจนลืมไปว่า... เมืองมันต้องอยู่ร่วมกับ 'คน' ไม่ใช่ให้คนไปก้มหัวให้ตึกของคุณ!" ประโยคสุดท้ายทำให้ธันวาชะงักไป ดวงตาคู่คมไหววับวูบหนึ่ง ประกายความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตาก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเย็นชาตามความเคยชิน ไม่มีใครเคยกล้าพูดใส่หน้าเขาแบบนี้... ไม่มีใครกล้าบอกว่าสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัลระดับโลกของเขา กำลังทำให้คนกล to go away จากเมือง บรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่าน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในระยะประชิด เคมีบางอย่างระหว่างความซึนปากร้ายและความดื้อรั้นหัวแข็งกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงจนแทบจะเกิดประกายไฟ ธันวาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่เมื่อครู่ ความคิดในหัวรั้นตีกันยุ่งเหยิง ปากก็อยากจะเอ่ยคำพูดเจ็บแสบไล่เธอออกไปจากห้องนี้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับรู้สึกว่า... ยัยนี่เวลาเถียงตาเขียวปั๊ดแบบนี้ มันชวนให้ "น่าฟัด" ให้หายดื้อเสียจริง "งั้นเหรอ..." ธันวาผ่อนลมหายใจยาว น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้มขึ้นอย่างกะทันหัน จนพิมมาดาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความระแวง ร่างสูงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่สายตายังคงล็อกเป้าอยู่ที่เธอ "ในเมื่อคุณมั่นใจนักว่าแผนของคุณมันเพอร์เฟกต์ และแผนของฉันมันพังพินาศ..." เขายื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ "เรามาพนันกันไหมล่ะ?" "พนัน?" พิมมาดาหรี่ตาลง ระแวดระวัง "สถาปนิกเจ้าเล่ห์อย่างคุณคิดจะเล่นตลกอะไรอีก" "ถ้าแบบแปลนผังเมืองของคุณในส่วนโซน A ทำให้คณะกรรมการยอมรับได้โดยไม่ต้องแก้โครงสร้างหลักของฉัน... ฉันจะยอมทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม" ธันวายื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับพราวระยับ "แต่ถ้าคุณแพ้... คุณต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยตรวจแบบและเซ็นเอกสารจุกจิกให้ฉันที่ออฟฟิศนี้ ทุกวัน... จนกว่าโปรเจกต์จะจบ" พิมมาดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สมองคำนวณความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว หากเธอชนะ เธอจะได้ดัดนิสัยผู้ชายปากเสียคนนี้ให้ราบคาบ แต่ถ้าเธอแพ้... เธอก็ต้องมาติดแหง็กอยู่ในถ้ำเสือแห่งนี้กับเขาเนี่ยนะ? แต่นักวางผังเมืองมือหนึ่งอย่างเธอ ไม่เคยมีคำว่ากลัวในพจนานุกรมอยู่แล้ว! "ตกลงค่ะ!" พิมมาดาเอ่ยรับคำท้าทันทีอย่างไร้ความลังเล เธอเอื้อมมือไปคว้าปากกาบนโต๊ะมาถือไว้ แล้วกระแทกลายเซ็นลงบนสัญญาร่วมทุนด้วยความมั่นใจเต็มร้อย "เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยค่ะ คุณธันวา ว่าอีกไม่นานคุณจะได้เป็นลูกน้องจอมเฮี้ยบของฉัน!" ธันวามองลายเซ็นหวัดๆ ที่ทรงพลังบนกระดาษแผ่นนั้น รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด ชัยชนะไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะเหนือกว่าใคร แต่อยู่ที่ว่า... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก และเขาก็เป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด ทว่า ในจังหวะที่พิมมาดากำลังจะดึงแฟ้มเอกสารกลับมาเพื่อเดินสะบัดตูดออกจากห้อง ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่เคาะขออนุญาตแม้แต่น้อย "พี่ธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบจำลอง 3D ของโซนหลักเกิดปัญหาใหญ่ มีคนแอบเอาไฟล์ต้นฉบับไปปล่อยหลุดในอินเทอร์เน็ตแล้วค่ะ!" เสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของหญิงสาวอีกคนดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้ธันวาและพิมมาดาต้องชะالكค้างไปพร้อมกัน ไม่ใช่ข่าวเรื่องไฟล์หลุด แต่มันคือใบหน้าของผู้มาใหม่... ใบหน้าที่พิมมาดาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนเดียวกันกับคนที่เคยยืนเคียงข้างธันวาในข่าวหน้าหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน—คนรักเก่าที่เขายังลืมไม่ลง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอนะคะ — เอมเมอรัลด์อายส์ —
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากหมากับยัยนักวางผังเมืองจอมเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%