เซฟโซนของนายสถาปนิกปากหมากับยัยนักวางผังเมืองจอมเถียง•ตอนที่ 3

เมื่อความมั่นใจปะทะความกวน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงกระแทกนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดรุ่นกลไกเสียงดังสนั่นราวกับจะประกาศสงครามกลางสำนักงานสถาปนิกสีเทาเข้มแห่งนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่า วันทำงานวันแรกของโปรเจกต์รีเวททาวน์ship ระหว่างแผนกสถาปัตยกรรมและผังเมืองได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ พิมมาดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดผ่านริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ ขยับแว่นตากรอบบางขึ้นเล็กน้อยเพื่อจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลแปลนผังเมืองแบบ 3D ซึ่งถูกแก้จนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้—ไม่ใช่เพราะมันดีขึ้น แต่เพราะไอ้เส้นสีแดงระโยงระยางที่ถูกพ่นทับลงมาด้วยฝีมือของ ‘สถาปนิกเทวดา’ ต่างหากที่กำลังทำลายหลักการวางผังเมืองมหภาคของเธอจนย่อยยับ “ขีดเส้นแบบนี้ลงไป สมองส่วนไหนคิดคะคุณธันวา” พิมมาดาหมุนเก้าอี้สำนักงานหันขวับไปเผชิญหน้ากับโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่คมกริบพอจะบาดคอคนฟังได้ “นี่มันผังโซนนิ่งสีเขียวเพื่อการอนุรักษ์นะคะ ไม่ใช่ลานจอดรถบรรทุกสบล้อ คุณเอาตึกคอมเพล็กซ์สูงสามสิบชั้นมาแปะตรงนี้ได้อย่างไร ในเมื่อแรงลมตามทิศทางลมมันจะตีกลับเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยเดิมจนระบบนิเวศพังหมด” ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ตในมือ ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ เขายกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง ส่งยิ้มเย็นชาที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้มาให้ “สมองส่วนที่เหนือกว่าคุณสักสามสิบเปอร์เซ็นต์มั้งครับ… อ๊ะ ขอโทษที ฉันลืมไปว่านักวางผังเมืองแถวนี้ชอบมองโลกตามตำรากระดาษเก่าๆ จนลืมมองความจริงว่าพื้นที่ตรงนี้มันทำกำไรได้มากกว่าการปลูกต้นไม้ให้คนแก่มาเดินเล่น” ธันวาตอบเสียงนุ่มทุ้มแต่วาจาเชือดเฉือนไม่แพ้กัน เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอโดยทิ้งระยะห่างเพียงแค่กั้นกลางระหว่างความหงุดหงิดกับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป “คุณธันวา!” พิมมาดาดีดตัวลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเธอเมื่อรวมส้นสูงสามนิ้วทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเขาไม่มากนัก แต่แววตาที่จ้องมองกลับไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด “อย่ามาใช้คำว่า ‘ความจริงของธุรกิจ’ มาข้ออ้างกลบเกลื่อนความมักง่ายในการออกแบบของคุณนะคะ ตึกของคุณมันสวยเด่นเป็นสง่าก็จริง แต่มันกลืนกินพื้นที่สาธารณะจนคนในชุมชนไม่มีแม้แต่ทางเดินหายใจ ถ้าโครงการนี้ผ่าน ฉันในฐานะหัวหน้าทีมผังเมืองจะปัดตกแบบของคุณคนแรกเลยคอยดู!” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนพิมมาดาต้องผถ่าตัวถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยเข้าแตะจมูก จนเธอเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ปัดตกเหรอ…” เสียงกระซิบของเขาต่ำพร่า ทอดจังหวะช้าๆ อย่างจงใจยั่วเย้า สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ไล่ขึ้นมาจนถึงดวงตากลมโตที่กำลังวาวโรจน์ “ลองดูสิครับ ถ้าคุณกล้าเซ็นปฏิเสธแบบของผม ผมจะทำให้คุณรู้ว่าการแก้แบบรอบต่อไป… คุณจะต้องมานั่งคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องผมถึงหน้าโต๊ะนี่เลยทีเดียว” “ไอ้คนหลงตัวเอง!” พิมมาดาตวาดเสียงHissเบาๆ มือบางผลอกเข้าที่อกแกร่งของเขาเต็มแรงจนร่างสูงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “คนอย่างพิมมาดาไม่มีวันก้มหัวให้สถาปนิกปากเสียอย่างคุณแน่ค่ะ จำคำนี้ไว้เลย!” ธันวาไม่ได้โกรธ กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองเธอมันมีประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท—ประกายความท้าทายที่ร้อนแรงเสียจนคนมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าโดยไม่รู้สาเหตุ “ปากเก่งจังนะครับ… มาดูกันว่าปากเก่งๆ แบบนี้ จะยังเถียงออกไหมถ้าเจอเงื่อนไขข้อนี้เข้าไป” ธันวายื่นแท็บเล็ตในมือมาจดจ่อตรงหน้าเธอ หน้าจอแสดงเอกสารคำสั่งปรับแก้ผังโครงการเร่งด่วนที่ประทับตราอนุมัติโดยตรงจากผู้บริหารระดับสูง พร้อมข้อความระบุชัดเจนว่า *‘ให้สถาปนิกและนักผังเมืองนั่งทำงานร่วมกันในห้องประชุมกระจกส่วนตัวจนกว่าแบบจะเสร็จสมบูรณ์ ห้ามแยกย้ายจนกว่าจะผ่านความเห็นชอบร่วมกันทั้งสองฝ่าย’* พิมมาดาเบิกตากว้าง อ่านทวนซ้ำไปซ้ำมาสามรอบก่อนจะตระหนักได้ว่านี่มันคือ “กรงขัง” ชัดๆ! “นี่มันบ้าอะไรกันคะเนี่ย! ใครเป็นคนอนุมัติคำสั่งนี้!” “ท่านประธานครับ…” เสียงทุ้มตอบกลับหน้าตาเฉย พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของเธอมากอดไว้แนบอก “และตอนนี้… เชิญครับคุณพิมมาดา ห้องกระจกฝั่งโน้นรอเราอยู่ หรือคุณจะยอมแพ้แล้วเดินออกจากโปรเจกต์นี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มล่ะครับ?” คำพูดเยาะเย้ยนั้นทำเอาพิมมาดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ คว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่ แล้วเดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าเขาไปอย่างองอาจ “เชิญค่ะ! ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าในห้องแคบๆ นั้น ใครกันแน่ที่จะทนความประสาทกินของอีกฝ่ายไม่ไหว!” ธันวามองตามแผ่นหลังบางที่เดินนำลิ่วไปก่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมกริบทอประกายความคลั่งรักแบบเงียบเชียบที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง… *ยัยตัวแสบเอ๋ย ยิ่งดื้อเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากสยบให้ราบคาบคาอกอุ่นของเขามากเท่านั้น* ทว่า ในขณะที่ประตูห้องกระจกนิรภัยกำลังจะปิดลง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝัน— “สวัสดีค่ะคุณธันวา… อ้าว น้องพิมมาดา อยู่กันพร้อมหน้าเลยเหรอคะ ดีจัง พอดีพี่มีข่าวใหญ่จากบอร์ดบริหารมาแจ้งให้ทราบพอดีค่ะ” ร่างเพรียวระหงของ ‘ศចินี’ อดีตคนรักเก่าของธันวาและสถาปนิกสาวรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด ทว่าสายตาที่มองมาที่พิมมาดากลับเต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้นบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที พิมมาดาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองหญิงสาวผู้มาใหม่สลับกับใบหน้าของธันวาที่ตอนนี้รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ได้มลายหาย Sไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัว — เอมเมอรัลด์อายส์ — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีระอุของคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากหมากับยัยนักวางผังเมืองจอมเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%