เซฟโซนของนายสถาปนิกปากหมากับยัยนักวางผังเมืองจอมเถียง•ตอนที่ 1

ศึกแรกแห่งการปะทะ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมกระจกนิรساويดังสนั่นพอจะปลุกคนตายให้ฟื้นขึ้นมาฟังได้สบายๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ดังพอจะเรียกสติสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังนั่งไขว่ห้างหมุนปากกาในมือเล่นอย่างไม่ี่แยแสต่อบรรยากาศมาคุรอบโต๊ะเลยสักนิด "ถ้าคุณธันวาอ่านรายงานการประเมินพื้นที่สีเขียวในรัศมีสามกิโลเมตรนี่สักบรรทัด คุณคงไม่กล้าพูดคำว่า 'ตัดถนนผ่ากลางสวนสาธารณะเพื่อลดระยะเวลาเดินทางสี่นาที' ออกมาจากปากหรอกค่ะ" น้ำเสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางบอร์ดบริหารและตัวแทนจากกรุงเทพมหานครที่นั่งกลั้นหายใจกันเป็นแถว พิมมาดายืนเต็มความสูง สองมือทาบบนขอบโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่กวาดมองเขาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดติดอย่างสมบูรณ์แบบ ธันวาชะลอปลายนิ้วที่กำลังหมุนปากกา เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายัยนักวางผังเมืองจอมเถียงที่เพิ่งบินตรงกลับมาจากปารีสคนนี้ มีดีกรีความน่ารำคาญสมคำร่ำลือจริงๆ แต่ในขณะเดียวกัน... เธอกลับทำให้ห้องประชุมที่น่าเบื่อหน่ายนี่มีสีสันขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด สถาปนิกหนุ่มระบายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นรอยยิ้มกวนประสาทระดับสิบ "สี่นาทีสำหรับคุณมันอาจจะไม่มีค่าอะไรนะฃคุณพิมมาดา แต่สำหรับคนที่ต้องขับรถส่งของหรือคนทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา มันคือความต่างระหว่างชีวิตกับความหายนะ... อ้อ ลืมไป คนที่นั่งโต๊ะทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำ วาดเส้นสวยๆ บนกระดาษฟลิปชาร์ต คงไม่เข้าใจความจริงข้อนี้หรอกมั้งคะ" คำว่า 'นะคะ' ที่ถูกดัดเสียงล้อเลียนในประโยคสุดท้าย ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของพิมมาดากระตุกยิกๆ "นี่คุณ!" เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ฉันไม่ได้นั่งวาดรูปเล่นไปวันๆ นะคะ! เส้นทุกเส้นที่ฉันขีด โครงสร้างทุกตารางเมตรที่ฉันจัดสรร มันผ่านการวิจัยผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การไหลเวียนของอากาศ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ไม่ใช่คิดตื้นๆ แค่จะเอาตึกรูปทรงประหลาดๆ ของคุณไปยัดใส่ตรงไหนก็ได้เหมือนเอาเลโก้มาต่อเล่น!" "อ้าวเหรอครับ... เอ๊ย... คะ" ธันวาเผลอหลุดปากผิดโพสต์ไปนิดเมื่อเจอสายตาคาดโทษของอีกฝ่ายพุ่งตรงมา แต่เขาก็แก้เกมด้วยการยักไหล่กวนๆ อย่างไม่แคร์เวิลด์ "ก็นึกว่าที่คุณพยายามปกป้องสวนสาธารณะนักหนาเนี่ย เป็นเพราะกลัวไม่มีที่วิ่งจ็อกกิ้งตอนเย็นซะอีก เห็นแต่งตัวแนวนี้ นึกว่าสายรักธรรมชาติรักษ์โลกตัวยงซะอีก" "คุณมัน..." พิมมาดาเกือบจะคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะสาดหน้าไอ้สถาปนิกปากหมาคนนี้ให้หายแค้น ถ้าไม่ติดว่าผู้อำนวยการเขตกำลังกระแอมกระไอเสียงดังเพื่อเตือนสติว่าพวกเขากำลังอยู่ในที่ประชุมทางการ บรรยากาศรอบโต๊ะอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทุกคนต่างรู้ดีว่าธันวาคือมือหนึ่งของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับประเทศที่ชนะการประมูลโปรเจกต์พลิกโฉมย่านเมืองเก่านี้ ขณะที่พิมมาดาคือมัน뇌 (สมอง) สำคัญจากสำนักผังเมืองที่กุมอำนาจอนุมัติแบบ ทั้งคู่คือขั้วอำนาจสองขั้วที่ไม่ควรโคจรมาพบกันมากที่สุด แต่กลับต้องมานั่งหัวโต๊ะตัวเดียวกันเพื่อถกเถียงชะตากรรมของเมืองหลวงแห่งนี้ "เอาล่ะครับ คุณธันวา คุณพิมมาดา ใจเย็นๆ ก่อนครับ เรามาที่นี่เพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่มาเปิดศึกชิงบัลลังก์กันเองนะ" ผู้อำนวยการเขตเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง "ฉันไม่มีทางออกร่วมกับคนที่มีวิสัยทัศน์คับแคบและเห็นแก่ความสวยงามบนกระดาษมากกว่าความยั่งยืนของเมืองหรอกค่ะ ผอ." พิมมาดานั่งลงกระแทกตัวแรงไม่แพ้ตอนลุกขึ้น เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกราบกวาดมองใบเนียนใสที่แดงก่ำเพราะความโกรธ ริมฝีปากบางเฉียบที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่ต้นชั่วโมง มันน่าจับมาตีให้ก้นลายเสียจริง ข้อหาเถียงเก่งเกินหน้าเกินตา "ผมก็ไม่ได้อยากร่วมงานกับยัยตัวแสบที่ชอบทำตัวเป็นแม่พระผู้พิทักษ์โลกจนงานสถาปัตยกรรมมันพังไม่เป็นท่าเหมือนกันแหละครับ" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้าบ้าง ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงครึ่งหนึ่งจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก "แต่ช่วยไม่ได้นะ... แบบแปลนของผมผ่านการอนุมัติขั้นต้นจากบอร์ดบริหารใหญ่แล้ว ถ้าคุณอยากแก้... ก็เชิญปวดหัวกับการหาทางแก้โครงสร้างรับน้ำหนักสามร้อยตันของผมเอาเองก็แล้วกันนะจ๊ะ" พิมมาดาเบิกตากว้างอย่างตกใจ "นี่คุณเล่นสกปรกเอาโปรเจกต์มาบีบฉันเหรอ!" "เรียกว่า 'ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่เหนือกว่า' ต่างหากล่ะครับ คุณนักวางผังเมือง" ธันวาแย้มยิ้มเจ้าเลفت ส่งสายตาท้าทายที่ทำเอาพิมมาดาอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า ก่อนที่สงครามขนาดย่อมระหว่างสถาปนิกหนุ่มกับนักวางผังเมืองสาวจะลุกลามไปถึงขั้นลงไม้ลงมือ เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประวัติศาสตร์และชะตากรรมของโปรเจกต์นี้กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อบานประตูเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของชายหนุ่มอีกคน ผู้ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำให้ธันวาต้องหุบยิ้มฉับพลันทันที "ขอโทษที่มาสายครับ พอดีรถติดนิดหน่อย... อ้าว พิม? ไม่นึกว่าจะได้เจอเธอที่นี่" ธันวาชะביงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร ก่อนที่ดวงตาคมจะหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นประกายตาบางอย่างที่เปลี่ยนไปบนใบหน้าของพิมมาดาในเสี้ยววินาทีนั้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่โลกใบใหม่นี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากหมากับยัยนักวางผังเมืองจอมเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%