พิษไข้ไม่ได้ทำให้มินตราบอบบางลงเลย เธอยังคงดื้อรั้นแม้กระทั่งในยามที่ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิง ร่างบางภายใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงนอนกว้างสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บจากภายใน แต่เปลือกตาที่ปิดสนิทกลับขมวดมุ่นราวกับกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดที่กัดกินสติ
"ดื้อด้าน... สั่งให้นอนดีๆ ทำไมถึงไม่ยอมเชื่อฟัง"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววหงุดหงิดที่ซ่อนความร้อนรนไว้มิดดังขึ้นข้างหู นายหัวครามในยามนี้ไม่มีมาดของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลผู้เยือกเย็นและไร้ปรานีอีกต่อไป เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกถอดพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึง
เขายืนอยู่ข้างเตียง สายตาคมกริบทอดมองเรือนร่างสะท้านไหวของเชลยสาวหัวรั้น ฝนตกหนักพายุโหมกระหน่ำนอกหน้าต่างตลอดทั้งคืน และเธอก็ดั้นด้นออกไปตากฝนเพียงเพื่อจะหนีหน้าเขา ผลลัพธ์คือพิษไข้เล่นงานจนเธอแทบหมดสติ
ครามทรุดกายลงนั่งขอบเตียง มือหนาที่ผ่านการจับปืนและบริหารอาณาจักรแสนกว้างใหญ่ บัดนี้กลับเอื้อมไปสัมผัสหน้าผากมนที่ร้อนฉ่าอย่างเบามือโดยไม่รู้ตัว ความร้อนที่แผดเผาจากผิวเนื้อเธอลามเลียฝ่ามือของเขาจนต้องขบกรามแน่น
มินตราส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ใบหน้าเนียนแดงก่ำเพราะพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาที่เคยดื้อรั้นและจ้องจะเอาชนะเขาเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับปิดสนิท แพขนตางอนเปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อ
"หนل... หนาว..." เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก
ครามถอนหายใจยาวพรืด ความโกรธขึงที่มีก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบีบคั้นในอกที่เขาเกลียดนักหนา เขาไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด แต่กับผู้หญิงคนนี้... แค่เธอขยับตัวด้วยความทรมาน เขาก็รู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกมาช้าๆ
ชายหนุ่มขยับตัวขึ้นไปบนเตียง รั้งร่างที่สั่นเทาของเธอขึ้นมาโอบกอดไว้แนบอก ไอร้อนจากตัวเธอซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อของเขา แต่นั่นไม่ได้ทำให้ครามถอยห่าง เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ถ่ายทอดความอบอุ่นจากร่างกายของอัลฟ่าหนุ่มผู้ดุดันเข้าสู่ตัวเธอ
"ตื่นขึ้นมาเถียงผมสิ มินตรา" ครามกระซิบชิดขมับชื้นเหงื่อ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างไร้เหตุผล "คุณเก่งไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้นอนยอมให้ผมกอดอยู่แบบนี้ล่ะ หืม"
มินตราไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตามาค้อนใส่ เธอรับรู้เพียงความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบกาย ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก สัญชาตญาณทำให้เธอมุดเข้าหาไออุ่นนั้นโดยไม่รู้ตัว ศีรษะทุยซบลงกับแผงอกกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวรดผ่านผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้า ทำให้ครามสะท้านเฮือกอย่างห้ามไม่อยู่
กลิ่นกายหอมละมุนผสมกับกลิ่นอายความเจ็บป่วยสร้างความปั่นป่วนในอกเขาอย่างรุนแรง ครามก้มลงมองใบหน้าหวานที่ซบอยู่บนอก เธอผอมลงไปมากตั้งแต่ก้าวเข้ามาในกรงขังแห่งนี้ แต่ความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย
"ดื้อนักนะ..." มือหนาเลื่อนมาลูบไล้เส้นผมชื้นเหงื่ออย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว นิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มที่แดงจัดด้วยพิษไข้อย่างแผ่วเบา
มินตราขยับตัวหนีสัมผัสเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยได้สติ พร้อมกับเสียงครางประท้วงในลำคอ ครามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ แม้ในยามที่เธอป่วยไข้ ไร้ทางสู้ และอ่อนแอถึงเพียงนี้ เธอก็ยังคงมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของเขาได้อย่างน่าประหลาด
"ถ้าคุณตื่นมาแล้วหายดีเมื่อไหร่ ผมจะคิดบัญชีที่คุณหนีเที่ยวตากฝนให้สาสมเลย มินตรา..." เขาโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมฝีปากร้อนผ่าวของเธอ ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกันในความมืดของค่ำคืนที่พายุยังคงโหมกระหน่ำ
ครามไม่ได้ขยับไปไหนตลอดทั้งคืน เขาปล่อยให้เธอนอนหนุนตักและอิงแอบแนบอก คอยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวลดไข้ให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความใส่ใจที่แม้แต่ตัวเขาเองยังแปลกใจ ความเงียบงันภายในห้องนอนกว้างถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาวในอ้อมแขน
จนกระทั่งยามดึกสงัด เมื่อพิษไข้เริ่มบรรเทาลง ลมหายใจของมินตราเริ่มผ่อนคลายลง ความอบอุ่นจากการดูแลตลอดทั้งคืนทำให้เธอกอดเอวสอบของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายที่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่างจุดประกายไฟปรารถนาที่ครามอดกลั้นมานานให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
สายตาคมกริบมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความกระหาย ครามก้มลงประกบจูบซับความแห้งผากอย่างอ่อนโยนในคราแรก ก่อนจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนภายใต้เสื้อผ้าบางเบาปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกกดไว้
มินตราส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อสัมผัสวาบหวามเริ่มรุกล้ำเข้ามาในห้วงนิทรา พิษไข้ทำให้เธอยิ่งอ่อนแอต่อการชี้นำของเขา ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาในความมืด
"นาย... อื้อ..." เสียงท้วงติงถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากที่บดเบียดลงมาอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ ครามไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ลมหายใจร้อนระอุและสัมผัสหนักหน่วงดึงสติเธอให้หลุดลอยเข้าสู่เกมพิศวาสที่เขาเป็นผู้กำหนด
ในขณะที่บทเพลงแห่งความเร่าร้อนกำลังบรรเลงขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง และสติของมินตรากำลังจะหลอมละลายไปกับสัมผัสอันดุดันของชายหนุ่มนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดและรัวเร็วก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนลั่นจากหน้าห้องด้วยความตื่นตระหนก "มีคนบุกรุกเข้ามาทางชายหาดด้านหลังเกาะ... พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่เรือนพักครับ!"
ครามชะงักกึก ร่างหนาผละออกจากเรือนร่างหอมกรุ่นของหญิงสาวทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันและเย็นเยียบราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา เขากวาดสายตามองมินตราที่ยังคงมีอาการอ่อนเพลียจากพิษไข้ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสีดำสนิทที่วางอยู่ข้างหัวเตียงขึ้นมาปลดเซฟด้วยความรวดเร็ว
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 26
ไข้ใจคนดื้อ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!