ความเงียบงันในห้องกว้างถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สะท้อนก้องมาจากด้านนอก ทว่าดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของครามาวินไม่ได้เบนไปมองผู้มาเยือนที่เพิ่งปรากฏเงาร่างผ่านกระจกเงาแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงเต็มไปด้วยพลังอำนาจ กลับก้าวเข้าไปประชิดร่างบางของมินตราอย่างรวดเร็วจนเธอแทบตั้งตัวไม่ทัน
"ถอยไปนะ นายหัวคราม!"
เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตากลมโตฉายแววพยศดื้อรั้นจนน่าหยิกให้ช้ำ มือบางทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างเอาไว้เต็มแรงเมื่อแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับความเย็นเยียบของผนังห้อง ทว่าแรงของผู้หญิงหรือจะเทียบทานแรงของอัลฟ่าหนุ่มผู้คุมเกาะแห่งนี้ได้เล่า เขากลับใช้สัดส่วนที่เหนือกว่ากักขังเธอไว้ในวงแขน ทอดสายตามองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความหงุดหงิดและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"เก่งนักนะมินตรา ปากคอเรานี่มันน่าสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียจริง"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของเสือร้ายดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มจนเธอต้องเบือนหน้าหนี ทว่าครามกลับไม่ยอม เขาใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านดึงคางมนให้หันกลับมารับจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ
"ปล่อยฉัน! อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ คนสารเลว!"
เพี๊ยะ!
เสียงฝ่ามือบางกระทบเข้ากับแก้มสากอย่างจังจนหน้าของเจ้าพ่อแห่งเกาะรังนกหันไปตามแรงปะทะ บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที เงาร่างที่สะท้อนผ่านกระจกเมื่อครู่หยุดชะงักกึก ครามค่อยๆ หันกลับมาหาเธอช้าๆ ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มข้างที่โดนตบด้วยแววตาน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนมินตรารู้สึกได้ถึงความหนับหน่วงที่กดทับลงบนลำคอ
"กล้ามากนะ..."
น้ำเสียงนั้นลอดไรฟันออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของเธอแทบแหลกสลาย แต่มินตราไม่มีวันยอมแพ้ เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นจะคลอหน่วยอยู่ที่หน่วยตาคู่สวยก็ตาม
"ต่อให้ฆ่าฉันให้ตาย นายก็ไม่มีวันชนะใจฉันได้หรอก ครามาวิน!"
"ฉันไม่ต้องการใจเธอ..." ครามก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูเล็ก น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมแทบไม่อยู่ "ฉันต้องการแค่ร่างกายที่ดื้อรั้นนี่ต่างหาก... และฉันจะทำให้เธอลืมไม่ลงเลยว่าใครเป็นเจ้าของเรือนร่างนี้!"
สิ้นคำพูดประกาศกร้าว ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงต่อต้านทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการครอบครองด้วยพละกำลังและเพลิงสวาทที่ถูกจุดขึ้นจนยากจะดับลง มินตราพยายามเบี่ยงหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่มีหรือจะต้านทานเรียวลิ้นที่รุกรานเข้ามาแทรกซึม กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากได้อย่างช่ำชอง ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้าน รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนสูบ
ร่างสูงขยับตัวเข้าบดเบียดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ฝ่ามือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าอย่างจงใจ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วที่สัมผัส เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ มินตรารู้สึกราวกับสติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอย แรงต่อต้านที่เคยมีค่อยๆ อ่อนระโหยโรยแรงลงไปทีละน้อย ภายใต้สัมผัสที่ทั้งดุดันและเย้ายวนจนน่ากลัวของเขา
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงในลำคอหลุดลอดออกมา เมื่อคมเขี้ยวคมคายขบเม้มเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างจนเธอต้องเผยอรับสัมผัส ความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเรียวขาถูกแทรกด้วยกายแกร่ง น้ำหนักตัวของเขาโน้มลงมาทาบทับจนเธอต้องแอ่นอกรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นโดยอัตโนมัติ
ครามผงศีรษะขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองผลงานของตัวเอง นัยน์ตาสีเข้มฉาบไปด้วยประกายแห่งความกระหายหิว ริมฝีปากหยักลึกบวมเจ่อเล็กน้อยจากการบดขยี้เมื่อครู่ ขณะที่มินตราหอบหายใจโยนตัวขึ้นลง หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความเคียดแค้นผสมผสานกับความตื่นกลัวอย่างปิดไม่มิด
"มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกสิ... เธอยิ่งดื้อ ฉันยิ่งอยากขยี้ให้แหลکคามือ"
เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะซุกไซร้ใบหน้าคมสันลงซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของอย่างไร้ความปราณี มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางเสียงทักท้วงและแรงผลักไสที่แสนไร้ความหมาย มินตราหลับตาลงแน่น ปล่อยให้น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้ม เมื่อตระหนักได้ว่าในเกมอำนาจนี้ เธอกำลังพ่ายแพ้ต่อร่างกายของตัวเองอย่างราบคาบ
แรงปรารถนาอันป่าเถื่อนโหมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาในห้องนอนกว้างราวกับพายุร้าย บทเพลงรักที่ไร้ซึ่งความอ่อนหวานถูกบรรเลงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดและหยาดน้ำตา เสียงครางระคนความเจ็บปวดและสุขสมหลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออก ครามครอบครองเรือนร่างของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการลบเลือนความพยศทั้งหมดให้จมดิ่งลงใต้ร่างของเขา สติของมินตรารlือนรางลงทุกที ทิ้งไว้เพียงสัมผัสร้อนแรงที่แผดเผาจนเธอกรีดร้องเรียกชื่อเขาออกมาด้วยความลืมตัว
ทว่า... ท่ามกลางห้วงแห่งความสุขสมและเสียงหอบหายใจระคนความเหนื่อยอ่อนที่ดังสะท้อนไปทั่วห้อง จู่ๆ ประตูห้องนอนที่ควรจะถูกล็อกสนิท กลับถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ปลายเตียงด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนในบทนี้นะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 12
ปะทะคารมเดือด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!