ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของนายหัวครามไม่ได้แปลว่าความสงบสุข หากแต่มันคือแรงอัดอากาศมหาศาลที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความลับเมื่อครู่ของเขายังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดของมินตรา ร่างบางยืนหลังชนกับชั้นหนังสือไม้สักทองเนื้อแน่น ขณะที่เจ้าของอาณาจักรเกาะรังนกขยับกายเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ก้าวที่ไร้เสียงแต่มั่นคงราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในเขาวงกต
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่... มินตรา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากซาตานดังขึ้นชิดริมใบหูของเธอ ครามไม่ได้เว้นระยะห่างให้เธอกลืนน้ำลาย ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนกลิ่นกายอันคุ้นเคย—กลิ่นอายของบุรุษเพศ ดินปืน และความดุดัน—โอบล้อมร่างของเธอไว้ทุกทิศทาง มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนชั้นหนังสือด้านหลัง กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงความแข็งกร้าวทั้งหมดที่มีมาประטרชดสายตาคู่คมที่มองลงมาด้วยความรู้สึกเหนือกว่า "ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น... ถอยไปหน่อยค่ะ นายหัว"
คำว่า "ค่ะ" ของเธอทำให้ครามหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผ่นอกของเขามาถึงผิวเนื้อของเธอที่แทบจะแนบชิดกัน ครามก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกโด่งเป็นสันเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที มินตราสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกที่ถูกตีประชิด
"เรียกฉันแบบนั้นอีกสิ... เสียงสั่นๆ ของเธอมันน่าฟังกว่าที่เธอคิดเสียอีกนะ มิน" ครามกระซิบชิดใบหู รอร้อนจากลมหายใจของเขาทำให้ขนกายของเธอลุกชันไปทั่วร่าง "แล้วก็... อย่ามาทำเป็นใจแข็งใส่ฉัน ทั้งที่ตอนนี้ ตัวเธอกำลังสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนของฉันเนี่ยนะ"
"คุณ... คุณมันฉวยโอกาส" มินตราพยายามเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือใหญ่อีกข้างกลับเอื้อมมาตรึงคางสลักเสลาของเธอไว้ด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด บังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับนัยน์ตาดุดันที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนา
แววตาของครามในยามนี้ไม่ใช่แววตาของนายหัวผู้เย็นชาอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของนักล่าที่พร้อมจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว รสชาติแห่งการควบคุมและเกมอำนาจที่เขาเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ทำให้มินตรารู้สึกราวกับว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังถูกสูบหายไปจากร่าง ริมฝีปากหยักลึกของเขาแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นความหวั่นไหวฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น
"ฉวยโอกาสเหรอ?" ครามทวนคำ เสียงกระซิบของเขานุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ในเมื่อเธอเป็นคนก้าวเข้ามาในถ้ำเสือเอง... จะเรียกว่าฉวยโอกาสได้ยังไงล่ะ หืม? ต้องเรียกว่า... เจ้าของกรรมสิทธิ์ทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นต่างหาก"
ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ไล้ผ่านโค้งคอระหงลงมาถึงกระดูกไหปลาร้าที่ไหวระริกใต้ร่มผ้า มินตราบิดตัวหนีสัมผัสวาบหวามที่แผดเผาผิวเนื้อ แต่ยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่ วงแขนที่โอบกอดเธอกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ความร้อนจากกายแกร่งถ่ายเททะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง
"ปล่อยฉัน... พี่ภาคภูมิยัง..." เธอยังไม่ทันเอ่ยชื่อพี่ชายจนจบประโยค ครามก็ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"อย่าเอาชื่อไอ้คนไร้น้ำยาคนนั้นมาทำลายบรรยากาศตอนนี้เลย มินตรา..." ครามก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ระยะห่างระหว่างปากของเขากับเธอนั้นแทบจะแนบชิด "ตอนนี้... ในห้องนี้... มีแค่ฉันกับเธอ ไม่มีหนี้สิน ไม่มีพี่ชายจอมปลอม มีแค่เสียงหัวใจของเธอที่กำลังเต้นบอกฉันว่า... เธออยากให้ฉันทำอะไรมากกว่านี้"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดของเธออย่างอุกหาญและเร่าร้อน ครามไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหาย รสจูบที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจทำให้มินตราบeดครางประท้วงในลำคอ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปราวกับควันไฟเมื่อเผชิญหน้ากับรสสัมผัสที่จู่โจมอย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยเสน่หาอันลึกล้ำ
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัว บังคับให้เธอแอ่นกายแนบชิดรับความอบอุ่นจากเรือนร่างของเขา ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับวันระเบิดออกกลายเป็นแรงปรารถนาอันรุนแรง ครามบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างเรียกร้อง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของรัตติกาล สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่ลากไล้ไปตามแผ่นหลังและเรียวขาใต้ร่มผ้า ทำให้มินตรารู้สึกราวกับถูกไฟแผดเผาจนแทบละลายคามือของเขา
นี่ไม่ใช่แค่การลงทัณฑ์ แต่มันคือการครอบครอง... การประกาศสิทธิ์ที่เธอไม่มีวันหลุดพ้นไปได้
ในจังหวะที่ลมหายใจของมินตราขาดห้วงและร่างกายเริ่มอ่อนระทวยยอมจำนนต่อความสุขสมที่เขาเป็นผู้มอบให้ เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ผ่ากลางความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะ ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ท่าเรือแล้วครับ!" เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามา ทำเอาครามต้องผละริมฝีปากออกจากร่างบางอย่างหัวเสีย นัยน์ตาดุดันฉายแววกรุ่นโกรธขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่วินาทีที่ครามกำลังจะหันไปสั่งการ ดวงตาคู่คมก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนสะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง—เงาร่างของคนที่ควรจะอยู่ที่อื่น... ไม่ใช่ที่นี่ และไม่ใช่เวลานี้!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ... มินตราจะรอดพ้นจากเกมนี้ได้อย่างไร และใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลคนนั้น?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของภาคินทร์เที่ยงคืนเสมอนะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 11
เสียงกระซิบข้างหู
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!