กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 10

กลิ่นอายความใกล้ชิด

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ชื่อของ ‘ปริศนา’ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากของชาติ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่อของคนคนหนึ่ง แต่มันคือสายโซ่ตรวนเส้นใหม่ที่เหวี่ยงลงมาฟาดซ้ำเติมรอยแผลเป็นบนศาลเตี้ยแห่งนี้ บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของนายหัวครามราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ลมหายใจของครามาวินสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความเหี้ยมเกรียมที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างเงียบงัน ขณะที่มินตรายืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านจากแรงกระแทกทางอารมณ์และเสียงก้องกังวานของชื่อนั้น—ชื่อที่เชื่อมโยงอดีตอันดำมืดเข้ากับปัจจุบันที่กำลังพังทลาย “แกแน่ใจแค่ไหนกับสิ่งที่เพิ่งพ่นออกมา ชาติ” น้ำเสียงของครามต่ำทุบลงในความเงียบราวกับเสียงค้อนทั่งตีเหล็ก มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายที่รอการพิสูจน์ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยสักเลือนราง ขยับเข้าไปประชิดร่างของลิ่วล้อผู้หวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ “จ... จริงครับนายหัว ผมได้ยินมากับหูตัวเอง ไอ้ภาคภูมิแอบติดต่อไปมันเมื่อสัปดาห์ก่อน เรื่อง... เรื่องแผนการส่งมอบของล็อตใหญ่ และ... และผู้หญิงคนนี้” ชาติชี้มือสั่นเทามาทางมินตรา ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจของเธอดิ่งวูบลงสู่เหวลึก พี่ชายตัวดีของเธอไม่เคยหยุดสร้างหายนะจริงๆ ไม่เพียงแต่เอาชีวิตและอิสรภาพของเธอมาแลกกับหนี้สินก้อนโต แต่เขายังเอาตัวเข้าไปพัวพันกับบุคคลอันตรายระดับที่สามารถสั่นคลอนอาณาจักรเกาะรังนกแห่งนี้ได้ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเงาของปริศนาในตอนนี้ คือรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ “ออกไปให้พ้นหน้าฉัน... ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจฝังพวกแกไว้ใต้รากมะพร้าว” ครามคำรามต่ำในลำคอเพียงคำเดียว ชาติและลูกน้องรีบคลานหนีออกจากห้องราวกับสุนัขจนตรอก ประตูไม้สักถูกปิดลงอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ความอึดอัดหนักหน่วงแผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ครามาวินจะหันขวับกลับมามองหญิงสาว ดวงตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนเช่นเคย แต่มันเต็มไปด้วยไฟโทสะและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกันจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าว ย่างก้าวราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมห้อง มินตราถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้เนื้อแข็ง ปลายทางไม่มีทางหนี ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทุกช่องทางหนี ปลายจوงโด่งคมคายอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายทะเลโชยเข้าเตะจมูก ปลุกเร้าความตื่นตระหนกสัญชาตญาณดิบในตัวเธอ “พี่ชายเธอนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ มินตรา” ครามเอ่ยเสียงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล มือหนารวบเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอ บังคับให้ร่างอรชรแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ “กล้าดียังไง ถึงกล้าเอาความลับของฉันไปขายให้ไอ้สวะนั่น” “ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยสักนิด!” มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ดวงตาจะเริ่มคลอด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “ฉันเกลียดพี่ภูมิไม่แพ้ที่คุณเกลียดเขาหรอกนะนายหัว! อย่าเอาความผิดที่ฉันไม่ได้ทำมาโยนใส่กัน!” “ไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ?” ครามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกาลมองสำรวจริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มืออีกข้างยกขึ้นไล้กรอบหน้าเนียนอย่างถือสิทธิ์ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านผิวแก้มแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นกลับสร้างความสั่นสะท้านไปทั่วร่างของหญิงสาว “แต่ตัวเธอนี่แหละ... คือหลักประกันชิ้นเดียวที่ไอ้ภาคภูมิและไอ้ปริศนากลัวที่สุด” ริมฝีปากหยักลึกก้มลงกระซิบชิดใบหู รอร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขาทำเอาขนลุกซู่ “และในเมื่อเธอเป็นของฉัน... ฉันไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งอะไรไปจากเกาะนี้ทั้งนั้น โดยเฉพาะตัวเธอ” สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการบดขยี้ ประกาศความเป็นเจ้าของ และระบายความตึงเครียดทั้งหมดลงบนเรียวปากอิ่ม มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีไหล่กว้างและเบือนหน้าหนี แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของพญาเสือ ครามคำรามในลำคออย่างพึงพอใจ มือหนากดท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้รับรสจูบอันดุเดือดและลึกซึ้ง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนทำเอาสมองของมินตราขาวโพลน แรงต่อต้านที่เคยมีค่อยๆ มลายหายไป ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างน่าละอาย แม้เธอจะเกลียดเขา... เกลียดความเผด็จการและความป่าเถื่อนของชายตรงหน้า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในความมืดมิดและลมหายใจที่กระชั้นชิดนี้ ร่างกายของเธอกลับเริ่มคุ้นชินและโหยหาอ้อมกอดดิบเถื่อนของเขาอย่างน่าประหลาด มือหนาเลื่อนต่ำลงสัมผัสส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลายนิ้วร้อนรุ่มจุดประกายไฟรักให้ลุกโชนขึ้นกลางห้องทำงานอันเงียบสงบ มินตราบิดเร้ากายหนีสัมผัสที่อันตรายแต่กลับเย้ายวนใจจนต้องเผลอครางแผ่วในลำคอ ร่างบางสะท้านเฮือกเมื่อเรียวขาถูกแทรกด้วยความแข็งแกร่งของเขา ครามถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาฉ่ำน้ำมองสบกับนัยน์ตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนา “จำเอาไว้ มินตรา...” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ “ต่อให้โลกรอบตัวเรากำลังจะพังทลาย เธอก็หนีไปไหนไม่พ้นจากเตียงของฉันหรอก” ในวินาทีที่มินตรากำลังจะอ้าปากโต้เถียง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบขัดจังหวะความเร่าร้อน “นายหัวครับ!” เสียงของลูกน้องคนสนิทตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “เรือยอร์ชลำหนึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้ามาเทียบท่าในยามวิกาล... และคนบนเรือส่งสัญญาณรหัสลับที่ระบุว่าเป็นตัวแทนจาก ‘คุณหญิงแม่’ ของนายหัวเองครับ!” ร่างสูงของครามชะงักกึก ประกายตาที่เคยเต็มไปด้วยเพลิงสวาทแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา ขณะที่มินตราหัวใจกระตุกวูบ เมื่อสังหรณ์ใจประหลาดบอกเธอว่า... เกมอำนาจครั้งนี้กำลังจะเข้าสู่จุดที่อันตรายที่สุด แล้วสายตาดุดันของครามก็หันกลับมามองเธอ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความลับบางอย่างที่เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อน... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%