รอยเปื้อนสีชาดจางๆ บนต้นคอขาวผ่อง ยังคงเป็นเครื่องหมายประกาศิตที่นายหัวครามประทับไว้ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มินตรากวาดสายตามองเงาของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธขึง ชิงชังตัวเอง และลึกๆ แล้ว... เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ร่างกายส่วนลึกยังคงจดจำสัมผัสอันดุดันเร่าร้อนของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งท้องทะเลอันดามันผู้นี้ได้อย่างแม่นยำ
แผ่นหลังของเธอยังอุ่นวาบเมื่อนึกถึงบทรักอันดุเดือดเมื่อยามดึกสงัด คราบไคลความสุขสมยังไม่ทันจางหายดีจากผิวเนื้อ แต่กรงขังแห่งพันธะสัญญากลับขยับขยายอาณาเขตออกไปอีกขั้น เมื่อกุญแจทองเหลืองดอกใหญ่ถูกไขลงบนบานประตูไม้สักทองที่ถูกลงกลอนมาเนิ่นนาน
"ถ้าเธออยากเห็นโลกภายนอกนัก ฉันจะพาไป... แต่วันนี้ ทั้งเกาะนี้จะเป็นของเวย์ได้แค่ในสายตาฉันเท่านั้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับประกาศิตของครามาวินดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่านัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับดุร้ายและจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเธอราวกับเหยื่อในกรงเล็บ เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเผยให้เห็นท่อนแขนกำยำเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนและรอยสักรูปคลื่นลมอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าพ่อรังนก
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความแข็งกระด้างกลับคืนมา เธอยืดตัวขึ้นตรงเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา แม้ว่าเรียวขาภายใต้กางเกงผ้าลินินสีครีมจะยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากความอ่อนล้าสะสม
"ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในกรง ที่คุณจะนึกอยากขังก็ขัง นึกอยากจูงเดินเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ นายหัวคราม" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ
ครามาวินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนเธอต้องผอยถอยหลังไปชนกับโต๊ะเครื่องแป้ง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายทะเลและบุหรี่ราคาแพงโชยเข้าแตะนาสิก ปลุกเร้าความตึงเครียดทางเพศที่ยังค้างคาให้กลับมาพุ่งพล่านขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ปากเก่งขึ้นทุกวันนะมินตรา... สงสัยเมื่อคืนคงจะใช้แรงไปไม่หมดสินะ ถึงได้มีแรงมาต่อปากต่อคำกับฉันแต่เช้า"
มือหนาหยาบกร้านเอื้อมมาควחוกระชับเอวบางไว้ด้วยมือเดียว รั้งร่างของเธอให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งจนมินตราต้องใช้มือทั้งสองข้างดันลาดไหล่หนาของเขาไว้ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งและร้อนระอุราวกับเตาไฟ
"ปล่อยฉันนะ... คุณสัญญาแล้วว่าจะให้ฉันเดินเล่นรอบเกาะ" เธอพยายามเบี่ยงตัวหนีริมฝีปากหยักที่โน้มต่ำลงมาคลอเคลียอยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น
"ฉันพูดคำไหนคำนั้น... แต่การเดินเล่นของเธอกับฉัน มันต้องมีเงื่อนไข" ครามาวินกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มพร่าสั่นระริกเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกจุดติดขึ้นมาใหม่อย่างง่ายดาย "เงื่อนไขแรก... ห้ามห่างจากสายตาฉันเกินก้าวเดียว เงื่อนไขที่สอง... ทุกที่ที่เราเดินผ่าน เธอต้องจำไว้ว่ามันเป็นของฉัน และเงื่อนไขสุดท้าย..."
ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาฝังลงบนต้นคอขาวเนียนอย่างแรงจนมินตราต้องหลุดเสียงครางฮือออกมาด้วยความเจือจานระหว่างความเจ็บและเสียวซ่าน มือข้างที่ว่างลูบไล้ต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างถือวิสาสะ
"คุณมันคนฉวยโอกาส..." เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์วาบหวามที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก
"กับเมียตัวเอง... ฉันจะทำมากกว่านี้ก็ได้" ครามาวินผงศีรษะขึ้น นัยน์ตาสีเข้มวับวาวด้วยเปลวเพลิงแห่งความคลั่งไคล้ "ไป... ออกไปดูโลกกว้างที่เธอโหยหานักสิ"
การก้าวเท้าพ้นจากธรณีประตูห้องนอนใหญ่ในรอบหลายสัปดาห์ ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดจนมินตราเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ แสงแดดจัดจ้าสะท้อนผืนน้ำทะเลสีครามระยิบระยับบาดตา สายลมทะเลพัดปะทะใบหน้าและเส้นผมปลิวไสว กลิ่นอายความเค็มของเกลือและไอน้ำทะเลตีเข้าจมูก ทว่าอิสรภาพที่เธอไขว่คว้ากลับมาพร้อมกับพันธนาการที่มองไม่เห็น
มือใหญ่ของครามาวินฉวยข้อมือบางของเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอเดินนำหน้าแม้แต่ก้าวเดียว การเดินสำรวจรอบเกาะส่วนตัวแห่งนี้จึงกลายเป็นเกมทางอำนาจที่ดึงดูดสายตาของคนงานและบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตที่ยืนประจำการอยู่ทั่วบริเวณ ทุกคนที่พบเห็นต่างก้มศีรษะให้ด้วยความยำเกรง ขณะที่สายตาหลายคู่มองมาที่มินตราด้วยความสงสัยระคนเห็นใจ
"เหนื่อยหรือยัง?" เสียงทุ้มเอמהถามขณะที่พวกเขากำลังเดินลัดเลาะไปตามแนวหาดทรายขาวละเอียด ทิวสนสูงใหญ่พัดไกวตามแรงลมธรรมชาติ
"ถ้าฉันบอกว่าเหนื่อย คุณจะยอมพาฉันกลับห้องหรือไงล่ะคะ" มินตราเชิดหน้าขึ้นสู้แดด แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายขึ้นตามไรผมจนทำให้ผิวหน้าชื้นระเรื่อ
ครามาวินหยุดเดิน เขาดึงร่างบางเข้ามาปะทะอกโดยไม่สนใจสายตาของลูกน้องที่ยืนอยู่ห่างออกไป นิ้วแกร่งเกลี่ยปอยผมที่ลู่แนบแก้มเนียนออกอย่างเบามือ แววตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความลุ่มหลงอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าเหนื่อย... ฉันก็อุ้มได้ แต่อย่าหวังว่าจะได้กลับห้องเร็วๆ นี้ เพราะฉันยังมีที่ๆ อยากพาเธอไปอีกเยอะ"
ก่อนที่มินตราจะได้เอաբาปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางด้านหลังก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดเสียก่อน
"นายหัวครับ! มีเรื่องด่วนจากฝั่ง..."
บอดี้การ์ดคนสนิทคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้า สีหน้าของชายฉกรรจ์เคร่งเครียดจนครามาวินต้องขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที
"ว่ายังไง มีปัญหาอะไรที่รีสอร์ทใหญ่?" ครามาวินเอ่ยถามเสียงเข้ม มือหนายังคงกุมข้อมือมินตราไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ไม่ใช่เรื่องรีสอร์ทครับนายหัว... แต่เป็นเรื่องของ 'มัน' คนที่แอบขึ้นเรือสินค้าล็อตล่าสุดเข้ามาที่เกาะ" บอดี้การ์ดกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเหลือบสายตามามองมินตราแวบหนึ่งด้วยความลังเล "มันบอกว่า... มันคือน้องเขยตัวดีของนายหัว... เอ่อ หรือพูดง่ายๆ มันคือ 'ภาคภูมิ' พี่ชายของคุณมินตราครับ!"
ร่างของมินตราชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนที่สร้างมหันตภัยหนี้สินและพานรกมาสู่ชีวิตเธอ
ครามาวินหันกลับมามองหน้าหญิงสาวช้าๆ มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"ดูเหมือนว่า... ของขวัญต้อนรับการก้าวเท้าออกจากห้องนอนของเธอวันนี้ จะน่าสนใจกว่าที่คิดไว้นะ มินตรา"
ชายหนุ่มกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ชนิดที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับแรงบีบที่ข้อมือซึ่งเพิ่มขึ้นจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูก
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 30
ก้าวแรกนอกห้องนอน
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!