แรงบีบที่ข้อมือบางราวกับคีมเหล็กไม่ได้สร้างความเจ็บปวดทางกายเท่ากับประกายตาคมกริบดั่งคมมีดที่กำลังพุ่งตรงมายังมินตรา ปลายนิ้วแกร่งของนายหัวครามฝังแน่นลงบนผิวเนื้อนุ่มจนขึ้นรอยแดงก่ำ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนพื้นที่หายใจระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นจัดที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับซอกคอระหงของเธออย่างจงใจ
"มองอะไร มินตรา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันดังขึ้นราวกับเสียงคำรามจากเสือร้ายที่กำลังหวงอาณาเขต ดวงตาคมกราบกรานดุดันคู่นั้นกวาดมองตามสายตาของหญิงสาวไปยังโต๊ะริมระเบียงฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหนุ่มชาวต่างชาติร่างสูงโปร่งกำลังส่งยิ้มและยกแก้วค็อกเทลขึ้นทักทายมาทางเธอ
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความดื้อรั้นที่ถูกปลุกเร้า เธอพยายามบิดข้อมือหนีจากการเกาะกุมแต่มันกลับไร้ผล ยิ่งดิ้น ร่างกายของเธอก็ยิ่งถูกต้อนให้แนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายหนุ่มมากขึ้นเท่านั้น
"ฉันไม่ได้มองใคร... ปล่อยฉันนะ นายหัวคราม" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แววตาจะสั่นไหวเล็กน้อยยามที่สบเข้ากับดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะของเขา
"โกหก" ครามาวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก นิ้วมือที่เคยบีบข้อมือเลื่อนขึ้นมาไล้รอบลำคอระหงอย่างเชื่องช้า สัมผัสหยาบกร้านแต่ร้อนรุ่มนั้นทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของมินตราลุกชัน "ผมเห็นเต็มสองตาว่ามันมองคุณด้วยสายตาแบบไหน... และคุณก็ดันโง่พอที่จะมองตอบมันด้วยรอยยิ้มงี่เง่าแบบนั้น!"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาควบคุมฉัน! เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!" มินตราสวนกลับทันควัน ความอดทนที่มีต่อความเผด็จการของเขาขาดผึ่ง เธอยกมืออีกข้างขึ้นผลักอกกว้างของเขาเต็มแรง แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนการเอาหอยทากไปชนกับกำแพงหิน นายหัวหนุ่มเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
พรึบ!
ร่างบางถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งในเสี้ยววินาที แรงปะทะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด กลิ่นกายเฉพาะตัวของชายหนุ่ม—กลิ่นอายของเกาะสวาท ทะเลคลั่ง และความเป็นอัลฟ่าผู้ทรงอำนาจ—โอบล้อมเธอไว้จนแทบขาดอากาศหายใจ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มเนียน เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหูจนเธอรู้สึกถึงไออุ่นที่เป่ารด
"จำใส่สมองอันน้อยๆ ของคุณเอาไว้ มินตรา... ผู้หญิงของครามาวิน ต่อให้ตายหรือเน่าคาเกาะนี้ ก็ไม่มีวันหลุดรอดไปจากเงื้อมมือผมได้ ต่อให้มัน—ไอ้หน้าอ่อนนั่น—มันจะมองคุณด้วยสายตาแทบกลืนกินแค่ไหน แต่มันก็ทำได้แค่มอง... เพราะร่างกายนี้ รอยจูบพวกนี้ ผิวเนื้อทุกตารางนิ้วตรงนี้ เป็นของผมคนเดียว!"
คำพูดประกาศิตที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและกระแสความหึงหวงอันดิบเถื่อนทำให้มินตราสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยคลื่นความเร่าร้อนที่ซัดสาดเข้ามาในช่องท้องอย่างรุนแรง สายตาพิฆาตที่เขาส่งไปยังนักท่องเที่ยวหนุ่มคนนั้นเมื่อครู่ยังติดตา แต่วินาทีนี้ สายตาที่เขากำลังใช้มองเธอกลับร้อนแรงราวกับจะแผดเผาให้เธอมอดไหม้เป็นจุล
ชายหนุ่มไม่รอให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาที่เคยล็อกข้อมือเปลี่ยนมาโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วแล้วยกเธอขึ้นจนเท้าลอยจากพื้นเล็กน้อย ก่อนจะพาเดินถอยหลังเข้าไปในมุมอับของระเบียงห้องพักส่วนตัวที่ลับตาคน ม่านสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลมทะเล แต่บรรยากาศภายในกลับอบอ้าวและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
เขาดันแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังปูนเย็นเยียบ ก่อนจะใช้ร่างกายกำยำทาบทับลงมา กั้นขวางทุกทางหนี มินตราหอบหายใจถี่กระชั้น ยามเมื่อดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก
"คุณมันคนป่าเถื่อน..." เธอพึมพำเสียงสั่น เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเริ่มลากไล้จากคางมนลงมาตามโครงกระดูกไหปลาร้าที่ไหวระริก
"ใช่... ผมมันคนป่าเถื่อน และคุณก็คือเหยื่อของคนป่าเถื่อนคนนี้" ครามาวินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิด ก่อนจะประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่มอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์และการประกาศสิทธิ์ที่ดุดัน รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องทำเอาสมองของมินตราขาวโพลน มือใหญ่สอดเข้าขยำกลุ่มผมนุ่มสลวยเพื่อตรึงใบหน้าของเธอให้รับสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างเต็มที่ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ขณะที่มืออีกข้างเริ่มลูบไล้ต่ำลงผ่านสะโพกกลมกลึง บีบเคล้นเนื้อนุ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเธอต้องครางอือในลำคอด้วยความวาบหวามที่ตีตื้นขึ้นมา
ความโกรธ ความกลัว และความต้านทานทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงเพลิงปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดขึ้นและโหมกระพือมันด้วยสัมผัสอันช่ำชอง มินตราบดเบียดกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยทุบอกเขาเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวในขณะที่โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง
เนิ่นนานกว่าที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะยอมผละออกด้วยความเสียดาย ครามาวินซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเธอสะท้านเยือก เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาดด้านนอก
"ทีนี้... หายโง่หรือยังว่าใครคือนายของคุณ?"
มินตราหอบหายใจโยนตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและแรงอารมณ์ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบโต้ ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เสียงเคาะประตูกระจกด้านหน้าห้องพักก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงคุ้นหูที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนเห็นคุณภาคภูมิแอบลักลอบขนลังสินค้าปริศนาออกจากท่าเรือฝั่งตะวันออกตอนกลางดึก!"
ร่างสูงของครามาวินชะงักกิ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยประกายปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขาดึงตัวออกจากการแนบชิดช้าๆ ปล่อยให้มินตราทรุดตัวลงพิงผนังด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่นายหัวหนุ่มจะหันไปมองหน้าประตูด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก
"หึ... พี่ชายตัวดีของคุณนี่มันหาเรื่องตายไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ สินะ มินตรา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนนี้ร่วมกันครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 31
สายตาพิฆาต
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!