กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 7

รอยตราตรึงบนผิวเนื้อ

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
กลิ่นไอกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลอยู่ในห้องอาหารส่วนตัว ทว่ามันไม่สามารถกลบกลิ่นอายความดุดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะได้เลยแม้แต่น้อย นายหัวครามในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปล่อยให้รอยสักรูปอินทรีปีกกว้างที่ต้นแขนโผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาทักทายสายตา สายตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองแก้วกาแฟในมือ แต่มันกำลังจดจ้องร่างบางที่ก้าวเข้ามาด้วยฝาดก้าวสั่นเทา มินตราในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำเนื้อหนาที่ผูกทับร่างไว้อย่างแน่นหนาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เธอกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเชิดหน้าขึ้น เพื่อซ่อนเร้นความอ่อนแอและความร้าวรานที่ยังคงระบมอยู่ทุกตารางนิ้วจากบทลงทัณฑ์เมื่อคืน "นั่งลงสิครับคุณมินตรา... กาแฟยังอุ่นอยู่ หรือว่าคุณอยากได้อย่างอื่นที่ร้อนแรงกว่าเมื่อคืน... ผมยินดีจัดให้" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย้าแหย่ แต่แววตาที่มองมากลับเยือกเย็นและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน มินตรากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด ความอัปยศอดสูแล่นริ้วขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารด้วยความจำยอม ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำ ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านอยู่ในอากาศ "ทำไมครับ? อาหารบนโต๊ะไม่ถูกปาก หรือว่าคุณยังอิ่มอยู่กับเรื่องเมื่อคืนจนทานอะไรไม่ลง" นายหัวครามวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดังกระทบกันเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่องรอยสีแดงช้ำที่โผล่พ้นคอเสื้อคลุมอาบน้ำขึ้นมาตรงลำคอระหง รอยตราตรึงที่เขาฝังไว้ด้วยความคลั่งไคล้เมื่อยามดึกสงัด มันคือประกาศิตเงียบๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร "คุณคราม... คุณทำเกินไปแล้วนะคะ" มินตราเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ฉันไม่ใช่ทาส ไม่ใช่สมบัติที่คุณจะนึกอยากทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ!" ชั่วพริบตานั้น ร่างสูงใหญ่ก็ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาดุดันคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นเธอผวาถอยหลังแต่จนมุมติดพนักเก้าอี้ นายหัวครามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มเนียน "คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะมินตรา..." สุ้มเสียงพร่าต่ำกระซิบชิดริมใบหู จนขนลุกชันไปทั่วร่าง "คุณไม่ใช่แค่สมบัติ... แต่คุณคือ 'หนี้' ที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายและลมหายใจทุกหยด จนกว่าผมจะพอใจต่างหากล่ะครับ" นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา เขาลูบไล้ปลายนิ้วไปตามแนวคางและลำคอที่มีรอยกุหลาบสีเข้มจางๆ อย่างหลงใหล สัมผัสนั้นทั้งหยาบกระด้างและร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน ทำให้มินตราสะท้านเฮือก เผลอหอบหายใจถี่กระชั้นอย่างลืมตัว ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับพยายามทรยศเธออีกครั้งเมื่อเจอไออุ่นจากสัมผัสของเขา ความตึงเครียดทางเพศระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ราวกับไฟที่ลุกลามเลียผิวไม้แห้ง "ปล่อยฉัน..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่แรงบิดที่ปลายคางทำให้ทำได้ยาก "พี่ชายฉันสร้างหนี้ แต่ฉันไม่ใช่คนก่อ ทำไมคุณต้องมารังแกฉันขนาดนี้ด้วย!" "เพราะพี่ชายคุณมันโง่เง่าเอาตัวไม่รอด... และเพราะคุณดันก้าวเข้ามาในอาณาจักรของผมด้วยความอวดดีไงล่ะ" นายหัวครามยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะฉุดกระชากดึงรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นยืนประชิดอกแกร่งอย่างไร้ความปรานี แรงดึงที่กะทันหันทำให้ปมเชือกที่ผูกเสื้อคลุมอาบน้ำไว้หลุดลุ่ยออกอย่างง่ายดาย เนื้อผ้าหนาแยกออกจากกันเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและสัดส่วนเย้ายวนที่ซ่อนอยู่ภายใน มินตรากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นกอดอกเพื่อปกปิดเรือนร่างทันT ทว่านายหัวครามกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ร่างสูงรวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวแน่นราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประกบจูบเรียวปากอิ่มที่อ้าค้างด้วยความตื่นตะลึงอย่างไร้ความปรานี รสจูบในยามเช้าไม่ได้นุ่มนวลหรืออ่อนโยน แต่มันดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน ราวกับเสือร้ายที่กำลังขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว ลิ้นร้อนชุกชอนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนมินตราแทบขาดใจตายคาอก มือหนาเริ่มไม่อยู่สุข ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าที่ร่นลงมาสัมผัสกับผิวเนื้อโดยตรง ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้งกำลังหลอมละลายความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอให้มอดไหม้ไปกับมือของเขา นายหัวครามถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและนัยน์ตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใส "จำเอาไว้ให้ขึ้นใจนะครับมินตรา..." เสียงกระซิบพร่าสั่นสะท้อนอยู่ข้างใบหูที่แดงก่ำ ขณะที่มือแกร่งยังคงเคล้นคลึงเอวบางอย่างจงใจยั่วเย้า "ไม่ว่าคุณจะดิ้นรนสักแค่ไหน สุดท้ายคุณก็หนีไม่พ้นกรงของผมอยู่ดี" ทว่า ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังครอบงำสติสัมปชัญญะ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นรัวเร็วจนน่าตกใจจากด้านนอก ขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดและวาบหวามลงอย่างไม่คาดฝัน "นายหัวครับ! แย่แล้วครับ... ลูกน้องที่ส่งไปคุมตัวไอ้ภาคภูมิโทรศัพท์มารายงานว่า มันหนีออกไปได้ระหว่างทาง พร้อมกับเอกสารสำคัญในเซฟของไร่เราด้วยครับ!" รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าคมคายของนายหัวครามหายวับไปในพริบตา นัยน์ตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที ขณะที่มินต้ารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อพี่ชายของตนเอง... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมนเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%