แรงกระชากจากฝ่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของมินตรา ไม่ได้เบามือเลยแม้แต่น้อย ร่างบางเซถลาปะทะกับแผงอกแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก กลิ่นอายบุรุษเพศที่คุ้นเคย—กลิ่นจางๆ ของไอทะเลผสมกับความดิบเถื่อนเฉพาะตัวของนายหัวคราม—โอบล้อมเธอไว้จนแทบสิ้นสติ
"คิดว่าหนีพ้นงั้นเหรอ มินตรา?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังหงุดหงิดดังอยู่เหนือศีรษะ เธอเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมกริบที่วาวโรจน์ไปด้วยโทสะ เขาลากเธอออกไปที่ชายหาดหลังโขดหินใหญ่ ที่ซึ่งคลื่นลมซัดสาดกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเธอจนมิด
"ปล่อยฉัน! พี่ครามไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉัน!" เธอตะโกนแข่งกับเสียงคลื่น พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" ครามาวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขากระชากเธอเข้าหาตัวจนช่องว่างระหว่างร่างหายไปสิ้น ก่อนจะดันร่างบางให้ถอยไปจนแผ่นหลังปะทะกับท่อนไม้ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยหาดทราย เขาใช้แขนแกร่งกักขังเธอไว้ในวงล้อม "เธอยังจำไม่ได้หรือไงว่าใครเป็นเจ้าของชีวิตเธอ... และใครที่คอยตามเช็ดตามล้างหนี้สินเน่าๆ ที่พี่ชายเธอก่อไว้"
มินตรากัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ศักดิ์ศรีในใจมันกำลังกรีดร้อง แต่ร่างกายกลับทรยศเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างสูงตรงหน้า
"ฉันเกลียดคุณ..." เธอพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น
"เกลียดก็แสดงออกมาให้มันชัดๆ สิ"
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งคลอเคลียที่ซอกคอหอมกรุ่น แรงกดดันจากร่างใหญ่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น ครามาวินเริ่มใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มซอกคอของเธออย่างถือสิทธิ์ มันไม่ใช่การจุมพิตที่อ่อนโยน แต่เป็นการตีตราจองราวกับจะฝังลึกให้เธอรู้ว่าเธอเป็นของใคร
"ไม่... หยุดนะ..."
เสียงห้ามปรามของเธอแผ่วเบาลงทุกทีเมื่อมือหนาเริ่มปลดเปลื้องกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างใจเย็น นิ้วเรียวแข็งแรงกรีดกรายผ่านผิวเนียนละเอียด ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดกระทบฝั่ง ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งสูงถึงขีดสุดเมื่อเขาบดจูบลงมาที่ริมฝีปากบาง รสสัมผัสของเขาดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายที่ไม่รู้จักพอ
มินตราพยายามจะทุบอกเขา แต่มือของเขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มสำรวจสัดส่วนเว้าโค้งที่สั่นสะท้านอย่างจาบจ้วง
"เธอมันดื้อ... ดื้อจนฉันอยากจะขยี้ให้จมหายไปกับหาดทรายนี้ซะเดี๋ยวนี้" เขาคำรามชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นมาในท่าที่เธอไม่อาจขัดขืนได้ เขาพาเธอลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้นทรายนุ่ม ความชื้นของน้ำทะเลที่ซัดเข้ามาเปียกชื้นไปถึงต้นขา แต่มันก็ไม่อาจดับความร้อนแรงที่กำลังปะทุในกายของทั้งคู่ได้
เขาก้มลงถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างไม่รีบร้อน สายตาจับจ้องทุกตารางนิ้วบนร่างของเธออย่างหิวกระหาย ความเป็นชายที่แข็งแกร่งและดุดันปรากฏต่อสายตาเธอ มินตราเบือนหน้าหนีด้วยความอับอาย แต่กลับถูกเขาล็อกใบหน้าให้หันกลับมาสบตากัน
"มองดูสิ่งที่เธอปลุกปั่นขึ้นมาสิ มินตรา... อย่าหันหนี ถ้าเธอเป็นคนเริ่ม ก็ต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมันจนจบ"
เขาสอดแทรกตัวตนเข้าหาความอ่อนนุ่มอย่างหนักหน่วงและหนักแน่น เสียงครวญครางของมินตรากลืนหายไปกับเสียงคลื่นยามค่ำคืน ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวที่ดุดันของนายหัวเถื่อนเปรียบดั่งการลงทัณฑ์ที่แสนหวานและทรมานในเวลาเดียวกัน เขาขยับกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่หนักแน่น รุนแรง ราวกับจะแทรกซึมไปถึงจิตวิญญาณของเธอ
ในขณะที่พายุอารมณ์กำลังโหมกระหน่ำ สายตาของครามาวินก็จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการอ่านความนึกคิด ความเปราะบางของเธอที่หลอมรวมไปกับความดิบเถื่อนของเขา มันกลายเป็นพันธะที่ไม่มีวันแก้ออกได้ ความสุขสมที่สั่นประสาททำให้มินตราเผลอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่งของเขาจนเกิดรอยแดง
"เรียกชื่อฉัน..." เขาขู่ผ่านฟันที่ขบกันแน่น
"พี่... คราม..."
คำเรียกขานนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง เขายิ่งทวีความรุนแรงและรุกไล่อย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการตอกย้ำให้เธอจดจำว่าไม่ว่าเธอจะหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมาสยบอยู่ใต้ร่างของเขาบนหาดทรายแห่งนี้เสมอ
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ทอประกายกระทบผิวน้ำ ทั้งคู่ร่วงหล่นสู่ห้วงเหวแห่งกามารมณ์ที่เร่าร้อนที่สุด ราวกับเวลาหยุดหมุน เหลือเพียงลมหายใจที่สอดประสานและความร้อนผ่าวที่โอบล้อมทุกโสตประสาท
ทว่า... ในวินาทีที่ความสุขสมกำลังจะถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหลังโขดหินกลับดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามายังร่างของทั้งคู่ที่กำลังเปลือยเปล่าอยู่บนหาดทราย
"นายหัวครับ... ผมพบไอ้ภาคภูมิแล้ว แต่มันไม่ได้มาคนเดียว..." เสียงลูกน้องคนสนิทดังขึ้นอย่างร้อนรนพร้อมกับปืนที่ถูกชักออกมา
ครามาวินหยุดชะงัก สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนาเปลี่ยนเป็นความดุดันดุจราชสีห์ที่ถูกรบกวน เขาหันขวับไปมองยังเงามืดนั้นทันที พร้อมกับมือที่คว้าปืนข้างกายขึ้นมาเล็งเป้าหมายโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"มินตรา... อยู่ตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด!"
เขาสั่งเสียงเฉียบก่อนจะผละจากร่างบาง แล้วพุ่งตัวออกไปหาเงาดำมืดนั้นท่ามกลางความมืดมิดของเกาะที่กำลังจะกลายเป็นสนามรบ...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
ภาคินทร์เที่ยงคืน
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 24
มุมลงโทษบนหาดทราย
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!