คราบน้ำตาบนแก1นวลของเธอยังไม่แห้งสนิทดีนัก ทว่าแววตาที่มองตรงมายังผมกลับเต็มไปด้วยพายุแห่งความชิงชังที่ไม่มีวันมอดดับ มินตราขยับตัวถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับหัวเตียงไม้สักทอง ขณะที่ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมกายเปลือยเปล่าเอาไว้เพื่อป้องกันสายตาคุกคามของผม
"คุณมันไม่ใช่คน... นายหัวคราม" เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยออกมาอย่างเคียดแค้น ริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกบดขยี้ด้วยรสจูบเมื่อครู่สั่นระริก "คุณทำลายทุกอย่างในชีวิตฉัน ยังไม่หนำใจอีกหรือไง ถึงต้องลากฉันมาขังไว้ในนรกขุมนี้"
ผมยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำตัวนอกออกอย่างไร้ความเร่งรีบ สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอรชรที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม ความรู้สึกบางอย่างที่ผมพยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายปีกลับตีตื้นขึ้นมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่มันคือความเจ็บแปลบในอกที่ผมเกลียดชังเสียยิ่งกว่าอะไร
"นรกงั้นเหรอ?" ผมแค่นسหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ถ้าที่นี่คือนรก... เธอก็คือคนที่เลือกเดินลงมาเอง มินตรา... พี่ชายตัวดีของเธอเอาชีวิตและอนาคตของเธอมาจำนำไว้กับผม ตั้งแต่แรกแล้วที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือก"
"ถ้าพี่ภาคภูมิทำผิด ทำไมคุณไม่ไปจัดการเขา! ทำไมต้องมาลงที่ฉัน!" เธอกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักลงมาอีกระลอก
ภาพของเด็กสาวหัวรั้นที่ต่อต้านผมในทุกๆ ทาง ซ้อนทับกับความทรงจำสีเลือดในอดีตที่ผมไม่อยากนึกถึง... อดีตที่ผมเคยสูญเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความไว้ใจและความอ่อนแอ อดีตที่สร้าง "รอยแผล" ฝังลึกอยู่ในใจของนายหัวครามผู้ไม่เคยปรานีใคร
ชั่วขณะหนึ่ง... แววตาแข็งกร้าวของผมไหววูบลงอย่างไม่มีใครคาดคิด มือหนาที่เอื้อมไปหมายจะแตะแก้มเนียนชะงักค้างกลางอากาศ ลมหายใจของผมสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อความทรงจำอันเจ็บปวดกรีดแทะขั้วหัวใจ
"เธอก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมัน..." ผมพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อน "ปากบอกว่าบริสุทธิ์ ปากบอกว่าเกลียดชัง... แต่สุดท้ายก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกส่งมาเพื่อทำลายผม"
มินตราขมวดคิ้วแน่น เธอจับสังเกตความผิดปกติในน้ำเสียงและแววตาของผมได้ ชั่วขณะนั้น ความดุดันน่ากลัวของนายหัวครามดูเหมือนจะเจือจางลง เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแบกรับรอยแผลเป็นเหวอะหวะไว้ภายใน
"คุณ... หมายความว่ายังไง" เสียงของเธอนุ่มลงเล็กน้อย ความแข็งกระด้างในแววตาถูกแทนที่ด้วยความฉงนสนเท่ห์
แต่ผมดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เกราะป้องกันความอ่อนแอถูกสวมทับลงไปบนใบหน้าอีกครั้งอย่างแนบเนียน ผมก้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างคร่อมร่างเธอไว้บนเตียง กักขังเธอให้อยู่ในอาณาเขตของผม ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ใกล้ชิดจนมินตราต้องผินหน้าหนี
"ไม่ต้องมารู้เรื่องของผม!" ผมคำรามเสียงต่ำด้วยความเกรี้ยวกราดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมากลบเกลื่อนความอ่อนแอ "หน้าที่ของเธอมีอย่างเดียว... คือการชดใช้ และนอนอยู่ใต้ร่างของผมเพื่อปรนเปรอความใคร่จนกว่าผมจะพอใจ!"
"คนใจร้าย! ปล่อยนะ!" มินตรากรีดร้องพร้อมกับใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบตีลงบนอกผมอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามดิ้นรนหนีสัมผัส แต่นั่นกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวผมให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ผมไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หนีพ้น รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งคมสูดดมความหอมหวานจากผิวเนื้อนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มสร้างรอยรักสีกุหลาบลงบนผิวเนียนจนมินตราสะدุ้งเฮือกและครางแผ่วด้วยความเจ็บปวดปนเสียวซ่าน
"ปล่อยฉัน... อื้อ... นายหัว... อย่า..." เสียงประท้วงของเธอขาดหายไปเมื่อผมประกบจูบปิดริมฝีปากอิ่มอย่างดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุเดือด เร่าร้อน และเรียกร้องความจำยอม ทำให้สติสัมปชัญญะของมินตรากระเจิงไปทีละน้อย ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนระทวยลงภายใต้แรงปรารถนาอันเชี่ยวกรากที่ผมโถมเข้าใส่
มือหนาลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ผ้าห่ม ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ ความโกรธแค้นในอดีตถูกระบายออกมาเป็นสัมผัสที่หนักหน่วงและลึกซึ้ง ความหอมหวานของเรือนร่างเธอทำให้ผมสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงครางประท้วงที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงแห่งความสุขสม
เราต่างผลักดันกันและกันเข้าสู่ห้วงแห่งเกมอำนาจและเสน่หาที่ไร้ซึ่งทางออก มินตราพยายามจะรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายของเธอไว้ แต่ร่างกายกลับทรยศและยอมจำนนต่อสัมผัสวาบหวามที่ผมมอบให้อย่างเร่าร้อนและยาวนาน...
กระทั่งยามที่พายุอารมณ์สงบลง ห้องนอนกว้างตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่ ผมนอนตะแคงกอดรัดร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้แนบอก ใบหน้าซบลงกับกลุ่มผมนุ่มสลวย ขณะที่มินตรานอนนิ่งอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่สับสนและเจ็บปวด
ทว่า... ความเงียบงันนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องนอนใหญ่ของผมดังขึ้นรัวๆ จากด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งผมและมินตราต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! คุณภาคภูมิแหกคุกหนีออกมาได้... และตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้ามาที่เกาะนี้ครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 20
รอยแผลในใจ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!