เสียงกระจกหน้าต่างห้องนอนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างหนาของบอดี้การ์ดคนสนิทที่กระเด็นเข้ามากระแทกกับพื้นห้องนอนหรูหราอย่างแรง กลิ่นดินปืนและควันสีเทาจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายอันคุ้นเคย นายหัวครามไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเข้มยังคงยืนนิ่งสงสงบอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวหันไปมองกลุ่มเงาดำที่พังประตูกระเบียงเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
มินตราช็อกค้างจนทำอะไรไม่ถูก มือเรียวบางยกขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระกระเด็นหลุดออกมานอกอก เมื่อเงาดำเหล่านั้นพุ่งเป้ามาที่เธอและนายหัวครามพร้อมอาวุธครบมือ
"หมอบลงไป มินตรา!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว พร้อมกับที่ร่างหนาพุ่งเข้าควחוข้อมือเธอแล้วเหวี่ยงให้หลบไปอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างในเสี้ยววินาที กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของนายหัวครามไปปักฝังลงบนผนังไม้สักทองอย่างแม่นยำ
ครามาวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาที่เคยมองเธอด้วยความเร่าร้อนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจซาตาน ชายหนุ่มชักปืนพกสีดำสนิทออกจากเอว ภายในห้องนอนกว้างขวางพลันเดือดระอุขึ้นด้วยเสียงคำรามของกระสุนปืนนัดแรกที่ถูกลั่นออกไปอย่างไร้ความปรานี
การปะทะกันกินเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สำหรับมินตรามันเนิ่นนานราวกับชั่วกัลปสาน กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยแตะจมูกเมื่อหนึ่งในผู้บุกรุกถูกยิงล้มฟุบแทบเท้า ร่างสูงของนายหัวครามก้าวเข้าไปเหยียบซ้ำอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่ลูกน้องของเขาจะกรูเข้ามาเคลียร์พื้นที่และลากศพออกไปอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดและร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม นายหัวครามค่อยๆ หันกลับมามองเชลยสาวที่ตัวสั่นเทา ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างกายเธอยังถ้วนถี่เพื่อความแน่ใจว่าเธอปลอดภัย
"กลัวจนตัวสั่นเลยรึไง แม่ตัวดี" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเย้า แต่แววตากลับจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างปิดไม่มิด
"คุณ... คุณฆ่าคน..." มินตราเสียงสั่นเครือ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวต่อความดิบเถื่อนของผู้ชายตรงหน้า
"ถ้าฉันไม่ฆ่ามัน พวกมันก็จะฆ่าฉัน... และที่สำคัญที่สุด มันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องผู้หญิงของฉัน"
คำว่า "ผู้หญิงของฉัน" พุ่งตรงเข้ากระแทกใจมินตราอย่างจัง เธออยากจะอ้าปากปฏิเสธ อยากจะเชิดหน้าเถียงกลับเหมือนทุกครั้ง แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งเมื่อเงาของความตายเมื่อครู่ยังติดตา และยิ่งไปกว่านั้น... อ้อมแขนแกร่งที่ดึงเธอไปปกป้องด้วยชีวิตเมื่อครู่ มันทำให้หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอนอย่างน่ากลัว
นายหัวครามก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนแผ่นหลังของมินตราแนบติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ มือหนายื่นออกไปไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าแววตากลับร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
"มองฉันสิ มินตรา... บอกฉันมาสิว่าเธอเกลียดฉันลงคอจริงๆ หรือเปล่า"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้สติของหญิงสาวกระเจิดกระเจิง กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นดินปืนจางๆ สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่เธอไม่อาจต้านทาน เธอกำลังพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ต่อความดิบเถื่อนอันตราย และพ่ายแพ้ต่อความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโหดเหี้ยมนั้น
"ฉัน... ฉันเกลียดคุณ..." เสียงเธอกระซิบแผ่วเบา ไร้ซึ่งพลังในการต่อต้าน
"โกหก..." ครามาวินกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ มือหนาลูบไล้ลงมาตามเอวคอดกิ่ว ดึงรั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง "ริมฝีปากเธอกำลังสั่น แต่มันไม่ได้สั่นเพราะความกลัว... แต่มันสั่นเพราะเธอต้องการฉัน เหมือนที่ฉันกำลังคลั่งไคล้เธอ"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนจนมินตราแทบละลายคาอ้อมแขน สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและสะโพกกลมกลึง ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ทั้งคู่พยายามอดกลั้นมาตลอดให้ปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มีทางเลือก
ค่ำคืนนั้น เส้นแบ่งระหว่างเชลยกับคนโปรดได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ บนเตียงกว้างที่ไร้ซึ่งการขัดขืน มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงกระซิบพร่าเลือนท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง นายหัวครามมอบบทรักที่ทั้งดิบเถื่อนและลึกซึ้ง ตอกย้ำความเป็นเจ้าของเรือนร่างและหัวใจของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งรุ่งอรุณมาเยือน
มินตรานอนซบอยู่บนแผงอกกว้าง เปลือกตาปิดสนิทด้วยความอ่อนเพลียและความสุขสมที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด เธอรู้ตัวดีแล้วในวินาทีนี้... ว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายคนนี้อย่างราบคาบ
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบล้อมทั้งคู่ไว้ เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงตะโกนจากบอดี้การ์ดด้านนอกก็ทำลายบรรยากาศหวานล้ำลงในพริบตา
"นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ภาคภูมิ พี่ชายของคุณมินตรา หนีออกจากห้องขังใต้ดินไปได้ พร้อมกับกวาดเอากุญแจเซฟนิรภัยของเกาะไปด้วยครับ!"
ดวงตาคมกริบของนายหัวครามลืมตาโพลงขึ้นในความมืดทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนมินตราช็อกตื่นจากภวังค์ หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อรู้ว่าพี่ชายตัวดีกำลังนำพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่พวกเขาอีกครั้ง
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภาคินทร์เที่ยงคืน" เสมอมานะครับ
กับดักรักนายหัวเถื่อน•ตอนที่ 15
เส้นแบ่งระหว่างเชลยกับคนโปรด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายหัวเถื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!