ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 32

หลักฐานมัดตัวพวกคนชั่ว

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"เพล้ง!" เสียงถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาถูกกระทบพื้นดินหลังบ้านจนแตกกระจายละเอียด เศษเสี้ยวเศษกระเบื้องคมกริบกระเด็นไปถูกข้อเท้าขาวผ่องของหลินชิงหว่านจนเกิดรอยขีดข่วนจางๆ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ความสนใจทั้งหมดของแพทย์หญิงอัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 ถูกดึงดูดไว้ด้วยหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วขนาดเท่าฝ่ามือที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ—ภาพเหตุการณ์เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนกำลังเล่นซ้ำอย่างชัดเจนระดับ 4K ในมิติซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนตัวของนาง! "อุ๊ยตาย! ฉันซุ่มซ่ามเองค่ะคุณแม่... มือไม้อ่อนทำถ้วยชาใบโปรดของบ้านเราแตกเสียแล้ว" หลินชิงหว่านเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความเยือกเย็น นางกวาดสายตามองหญิงสูงวัยร่างท้วมที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงหน้า—เฝิงซื่อ แม่สามีจอมเขี้ยวผู้ขึ้นชื่อเรื่องการลักเล็กขโมยน้อยและสร้างความปั่นป่วนในบ้านหลังนี้ เฝิงซื่อสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวราวกับมีกลองศึกมาตีอยู่กลางอก นางเหลือบมองเศษถ้วยชาสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มแต่วางเฉยของสะใภ้รองผู้นี้ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นพรวนอุราอย่างบอกไม่ถูก ปกติแล้วหลินชิงหว่านจะต้องโวยวายหรือวิ่งแจ้นไปฟ้องลู่ถิงหลงบุตรชายคนโตของนางแล้วมิใช่หรือ? ไฉนวันนี้จึงดูสงบนิ่งราวกับพญายมที่กำลังลับมีดรอเชือดคออยู่เช่นนี้เล่า! "วะ... ว่านวาฬ ลูกสะใภ้รอง แกทำหน้าทำตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร! แค่ถ้วยชาบิ่นๆ ใบเดียว แกถึงกับตั้งใจทิ้งมันลงพื้นเพื่อขู่ฉันอย่างนั้นรึ!" เฝิงซื่อใช้ความดุร้ายกลบเกลื่อนความกลัว นางเท้าสะเอวพรางถลึงตาใส่จนแทบจะหลุดจากเบ้า "ขู่หรือคะ? เปล่าเลยค่ะคุณแม่... ลูกเพียงแต่กำลังทึ่งในความสามารถพิเศษของท่านต่างหาก" ชิงหว่านก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจีนจางๆ ลอยคลุ้งมาจากตัวนาง ทว่ากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่แม่สามีจนต้องถอยหลังกรูด นางจำภาพในกล้องวงจรปิดของซูเปอร์มาร์เก็ตมิติได้อย่างแม่นยำ เมื่อตอนย่ำรุ่งที่ผ่านมา ขณะที่คนในบ้านยังหลับใหล เฝิงซื่อผู้นี้นี่เองที่ย่องเบาเข้ามารื้อค้นตู้เก็บเสบียงแล้วสวมรอยขโมย "แป้งสาลีเนื้อละเอียดพิเศษ" สามชั่งที่นางตั้งใจจะเก็บไว้ทำซาลาเปาไส้หมูสับให้ลู่ถิงหลงสามีหนุ่มผู้ขยันขันแข็งกินหลังกลับจากการฝึกซ้อมทางทหาร หนำซ้ำยายแก่คนนี้ยังโยนความผิดให้เด็กน้อยข้างบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจอีกด้วย! ช่างร้ายกาจและไร้ยางอายถึงขีดสุด! "แก... แกพูดจาเหลိုးไหลอะไร ฉันจะไปขโมยอะไรของใครตอนไหนกัน อย่ามาปรักปรำฉันนะ!" เฝิงซื่อเสียงสั่นเครือ ใบหน้าอวบอิ่มเริ่มซีดเผือดไร้สีเลือด นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดสะใภ้ที่เคยหัวอ่อนและยอมให้รังแกมาตลอด ถึงได้เปลี่ยนท่าทีราวกับคนละคนเช่นนี้ "ไม่ยอมรับสินะคะ?" ชิงหว่านยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามจับตาแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นหนีบขาด้วยความหนาวเหน็บ นางยื่นมือเรียวสวยออกไปแตะกลางอากาศเบาๆ ราวกับกำลังกดปุ่มรีโมทคอนโทรล ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมขนาดมหึมาที่ดึงภาพมาจากกล้องวงจรปิดมุมสูงของซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ ก็ขยายใหญ่ขึ้นจนลอยเด่นห่างจากพื้นดินเพียงสองเมตร ภาพเคลื่อนไหวของเฝิงซื่อที่กำลังย่องกุมย่องย่าง ขโมยซุกซ่อนถุงแป้งสาลีไว้ใต้เสื้อกันหนาวตัวเก่า พร้อมทั้งใบหน้ายามลักLอบที่แสดงออกถึงความโลภอย่างชัดเจน—ทุกอย่างปรากฏสู่สายตาของคนที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้นอย่างจัง! เสียงฮือฮาดังขึ้นจากชาวบ้านสองคนที่เดินถือตะกร้าผักผ่านมาทางหน้าบ้านพอดี พวกเขาอ้าปากค้างจนแทบกลืนกำปั้นลงไปได้ ต่างชี้ไม้ชี้มือไปยังภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "โอ้สวรรค์! นั่นมัน... นั่นมันพี่สะใภ้ใหญ่เฝิงไม่ใช่หรือ?!" ป้าสะใภ้อันผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากตลาดอุทานลั่น ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ "นางแอบขโมยแป้งของสะใภ้รองจริงๆ ด้วย! แถมยังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนโจรขโมยของป่าไม่มีผิด!" เฝิงซื่อหันขวับไปมองภาพบนอากาศ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ "นะ... นั่นมันอะไรกัน! ภาพผีหลอกวิญญาณหลอนอะไรนี่! ป้าอัน เจ้าอย่าไปเชื่อมันนะ! นังเด็กนี่มันเล่นคุณไสย มันใช้มนตร์ดำใส่ร้ายฉัน!" "มนตร์ดำหรือคะคุณแม่?" ชิงหว่านหัวسะเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงไพเราะราวกับระฆังแก้วแต่กลับเย็นเยียบเข้ากระดูกดำ "ในยุคสมัยใหม่เช่นนี้ ยังมีใครเขาเชื่อเรื่องงมงายกันอีกหรือคะ? นี่คือหลักฐานมัดตัวชั้นดีที่ยืนยันว่าท่าน... ขโมยทรัพย์สินของครอบครัวไปขายเพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง!" ระหว่างที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากหน้าประตูรั้ว ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของ **ลู่ถิงหลง** ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความฉับไว เมื่อสายตาของนายหนุ่มปะทะเข้ากับภาพโฮโลแกรมที่ยังคงลอยเด่นอยู่ (ซึ่งชิงหว่านตั้งค่าให้มองเห็นเฉพาะคนในครอบครัวและผู้ที่นางอนุญาต) และเห็นภรรยาคนสวยยืนถือเศษถ้วยชาด้วยท่าทางเอาเรื่อง ร่างกายอันกำยำก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวภรรยาทันทีด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง "ชิงหว่าน! เกิดอะไรขึ้น? เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" ลู่ถิงหลงคว้ามือเรียวของภรรยาขึ้นมาสำรวจรอยขีดข่วนที่ข้อเท้าด้วยความร้อนรน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลและคลั่งรักภรรยาอย่างปิดไม่มิด "ใครทำอะไรเจ้า บอกพี่มาซิ!" ชิงหว่านชำเลืองมองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และรักนางจนหัวปักหัวปำ หัวใจที่เคยเย็นชาพลันกระตุกวูบอย่างอบอุ่น นางส่ายหัวเบาๆ "ฉันไม่เป็นไรค่ะพี่ถิงหลง... แต่คนในบ้านเรานี่สิคะ กำลังทำให้ฉันปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน" นางเอ่ยพรางพยักเพยิดไปยังร่างของแม่สามีที่ทรุดฮวบนั่งลงกับพื้น ร่ำไห้โฮคร่ำครวญฟูมฟายเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ ลู่ถิงหลงหันขวับไปมองมารดาบังเกิดเกล้าด้วยแววตาที่เยียบเย็นลงหลายส่วน ความเคารพรักที่มีต่อมารดาเริ่มสั่นคลอนลงทุกทีเมื่อเห็นพฤติกรรมที่นับวันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ของนาง "ท่านแม่... ท่านทำอะไรลงไปอีก?" ลู่ถิงหลงเอמהถามด้วยน้ำเสียงกดดัน "ถิงหลง ลูกรัก! ช่วยแม่ด้วย! นังสะใภ้ตัวแสบนี่มันใส่ร้ายแม่ มันใช้เล่ห์กลมารยาอะไรก็ไม่รู้มาหลอกพวกเรา!" เฝิงซื่อพยายามจะคลานเข้าไปกอดขาบุตรชาย ทว่าลู่ถิงหลงกลับขยับตัวถอยห่างอย่างรังเกียจเล็กน้อย ชิงหว่านย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มทว่าแฝงความร้ายกาจ นางสะบัดข้อมือเบาๆ เพื่อเก็บหน้าจอโฮโลแกรมเข้าสู่มิติส่วนตัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทำให้ทุกคนรอบบริเวณต้องเงียบกริบเพื่อฟัง "ใส่ร้ายหรือคะ? ในเมื่อหลักฐานคาหนังคาเขาขนาดนี้ ถ้าท่านแม่ยังไม่ยอมคืนเงินที่แอบเอาแป้งสาลีไปขายให้สหกรณ์หมู่บ้านมาทั้งหมด... อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้าย ใช้สิทธิ์สะใภ้นำเรื่องนี้ไปประกาศให้ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทั้งคอมมูนรับรู้ความประพฤติอันน่าละอายของท่านก็แล้วกันนะคะ!" เฝิงซื่อหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกสักคำเมื่อเจอไม้นี้ของสะใภ้ ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะของหลินชิงหว่านนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รั้วดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างผอมเกร็งของบุรุษไปรษณีย์ประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นถือซองจดหมายสีน้ำตาลฉุกเฉินเข้ามาตะโกนลั่น "คุณลู่ถิงหลง! มีโทรเลขด่วนจากกองบัญชาการทหารสูงสุด... และ... และมีแขกไม่ได้รับเชิญคนสำคัญจากในเมืองหลวงกำลังเดินทางมาที่บ้านหลังนี้แล้วครับ!" **[รี้ดเดอร์ที่รักคะ! โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ เพราะแขกปริศนาจากเมืองหลวงผู้นี้คือใครกันแน่—จะมาช่วยหรือมาพังครอบครัวของชิงหว่านกันแน่ กดอ่านตอนที่ 33 ต่อได้เลยค่ะ!]** --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%