ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 5

ประกาศกร้าว... ขอแยกบ้าน!

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"ถ้าอยากจะโวยวายเรื่องแปลงทดลองพืชไร่ ก็เชิญแหกปากให้ดังกว่านี้อีกหน่อยเถอะค่ะ แม่! เผื่อคนทั้งคอมมูนเขาจะได้ยินทั่วกันว่าตระกูลลู่ของเราเอารัดเอาเปรียบสะใภ้รองขนาดไหน!" เสียงตบโต๊ะไม้เก่าๆ ดังสะเทือนลั่นห้องโถง หลินชิงหว่านไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกตกใจกับเสียงเอะอะโهاกฮากหน้าบ้านแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ทว่าสะอาดสะอ้านก้าวออกมาเผชิญหน้ากับความวุ่นวายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ท่ามกลางชาวบ้านนับสิบคนที่กรูกันเข้ามามุงดูเหตุการณ์ตามคำบอกเล่าของเด็กวัด เฝิงซื่อผู้เป็นแม่สามีหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าลูกสะใภ้ตัวแสบ แต่กลับถูกลู่ถิงเฟิงสามีหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นเย็นชาจนแม่สามีต้องชะงักถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ถิงเฟิง! แกดูเมียตัวดีของแกสิ! มันทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ในแปลงทดลองพืชไร่ ชาวบ้านเขาเห็นกันหมดแล้วว่ามีพืชประหลาดงอกเงยขึ้นมาจนหมดแปลงแถมโตเร็วยังกะผีหลอก!" เฝิงซื่อชี้หน้าด่ากราด เสียงแหลมสูงบาดหูสะท้อนไปทั่วลานบ้าน หลินชิงหว่านแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นางกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังซุบซิบนินทา ก่อนจะก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอย่างสง่างาม ท่าทีเด็ดเดี่ยวและมั่นใจผิดไปจากสะใภ้ขี้ขลาดในอดีตราวคนละคน "พืชประหลาดอะไรกันคะแม่? นั่นคือกล้าพันธุ์ข้าวโพดและมันเทศสายพันธุ์ปรับปรุงใหม่ที่ฉันลงทุนลงแรงแอบเอามาเพาะไว้ต่างหากเล่า! อีกอย่าง... พื้นที่แปลงทดลองตรงนั้น ปีนี้มันอยู่ในโควตาความรับผิดชอบของฉันกับพี่ถิงเฟิงไม่ใช่หรือคะ? แล้วทำไมแม่ถึงต้องเดือดร้อนวิ่งโร่พาชาวบ้านมาแหกปากโวยวายราวกับบ้านไฟไหม้แบบนี้ล่ะ หรือว่า... กลัวว่าผลผลิตพวกนี้จะงอกงามจนฉันกับสามีมีกินมีใช้จนไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีก?" คำพูดตอกกลับที่ฉาดฉานและตรงไปตรงมาทำเอาเฝิงซื่อสะอึกจนหน้าดำหน้าแดง ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มส่งเสียงฮือฮา เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าตระกูลลู่ปฏิบัติกับครอบครัวของรองหัวหน้าหมวดลู่ถิงเฟิงอย่างไร ทั้งใช้งานหนักหน่วงแต่กลับให้กินเศษอาหาร แถมเงินเดือนทหารที่ส่งกลับมาก็ถูกแม่สามีจอมเค็มริบเอาไปเก็บไว้คนเดียวจนหมดเกลี้ยง "นัง... นังสะใภ้เนรคุณ! แกกล้าต่อปากต่อคำกับฉันเรอะ!" เฝิงซื่อกรีดร้องด้วยความเหลืออด นางหันไปโวยวายกับฝูงชนรอบข้าง "ทุกคนดูเอาเถอะค่ะ! มันแต่งเข้าบ้านเรามาไม่เท่าไหร่ก็คิดจะปีนขึ้นหัวผู้ใหญ่แล้ว! แบบนี้มันหยามเหยียดกันชัดๆ!" "หยามเหยียดหรือคะ? งั้นเรามาเคลียร์กันให้ชัดเจนวันนี้เลยดีกว่าค่ะ" หลินชิงหว่านเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย นางหันไปสบตากับลู่ถิงเฟิงชั่วครู่หนึ่งเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง ก่อนจะหันกลับมาประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน "ในเมื่ออยู่ร่วมชายคาเดียวกันแล้วมีแต่คนคอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งแม้กระทั่งเรื่องทำมาหากิน วันนี้... ฉัน หลินชิงหว่าน ขอประกาศตรงนี้เลยค่ะ!" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย กวาดสายตามองหน้าสมาชิกตระกูลลู่ทุกคนที่ยืนอออยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าตื่นตะลึง "พวกเราสามคน... ฉัน พี่ถิงเฟิง และเจ้าตัวเล็ก ขอ 'แยกบ้าน' จากตระกูลลู่ ณ วินาทีนี้เป็นต้นไปค่ะ!" สิ้นคำประกาศนั้น ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางลานบ้าน ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชาวบ้านอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ยุค 70 เช่นนี้ การเอ่ยปากขอแยกบ้านโดยที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ถือเป็นเรื่องใหญ่โตและสะเทือนขวัญยิ่งนัก ยิ่งตระกูลลู่ขึ้นชื่อเรื่องความเค็มและอำนาจของเฝิงซื่อด้วยแล้ว ใครจะกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้! เฝิงซื่อหน้าซีดเผือดก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ นางกรีดร้องเสียงหลงราวกับถูกเชือด "แยกบ้านเรอะ! ฝันไปเถอะ! อีสะใภ้สารเลว แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะบินหนีไปได้ง่ายๆ งั้นเรอะ! ทรัพย์สินในบ้านหลังนี้ไม่มีทางแบ่งให้แกสักแดงเดียว!" "ใครอยากได้ทรัพย์สินเน่าๆ ของตระกูลพวกคุณกันล่ะคะ?" หลินชิงหว่านยิ้มเยาะ นางพลิกฝ่ามือเบาๆ ในมิติลับ ซูเปอร์มาร์เก็ตของนางมีทั้งเงินสด ข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรคชั้นดีนับไม่ถ้วน นางต้องการแค่ความเป็นอิสระเพื่อจะได้เริ่มต้นกอบโกยเงินล้านและใช้ชีวิตอย่างราชาในยุคนี้ต่างหาก "ขอแค่หนังสือแยกบ้านที่ลงลายมือชื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายของคอมมูน กับส่วนแบ่งที่ดินทำกินตามสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนด แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ!" "ไม่ได้! ไม่มีทาง!" เฝิงซื่อโวยวายลั่น ดิ้นเร่าๆ จะพุ่งเข้ามาตบตีลูกสะใภ้ให้ได้ แต่ลู่ถิงเฟิงกลับขยับตัวเข้ามาบังภรรยาไว้อย่างมิดชิด ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามน่ากลัวออกมาจนแม่สามีต้องผงถอยหลังด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่รู้ตัว "ผมเห็นด้วยกับน้องหว่านครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของลู่ถิงเฟิงเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก ท่าทีของเขาจริงจังและเด็ดเดี่ยวจนทุกคนต้องหันมามอง นายทหารหนุ่มปราบตามองมารดาและพี่น้องร่วมสายเลือดด้วยแววตาผิดหวังที่สะสมมานานหลายปี "ในเมื่ออยู่กันแล้วมีแต่ความอึดอัด การแยกบ้านออกไปทำมาหากินเองน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด วันนี้พวกเราจะไปหาหัวหน้าคอมมูนมาเป็นพยานเพื่อทำเรื่องแยกบ้านให้จบๆ ไป" บรรยากาศหน้าบ้านตระกูลลู่กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ชาวบ้านต่างซุบซิบกันด้วยความตื่นเต้นว่าศึกสายเลือดครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการปะทะคารมอยู่นั้น... จู่ๆ กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันแปลกประหลาดและรุนแรงเหลือเกิน ก็ลอยโชยมาจากทิศทางห้องครัวหลังบ้านของตระกูลลู่ กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของเครื่องเทศชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นเนื้อตุ๋นเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มเตะเข้าจมูกของทุกคนเข้าอย่างจัง จนเสียงโวยวายของเฝิงซื่อถึงกับสะดุดกึก นางหันขวับไปมองทางห้องครัวด้วยความงุนงง ไม่ใช่แค่เฝิงซื่อ แต่ชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ต่างพากันสูดจมูกฟุดฟิด น้ำลายสอขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่ในบ้านตระกูลลู่ช่วงนี้มีแต่แป้งหยาบและผักดองเค็มๆ แล้วกลิ่นเนื้อตุ๋นระดับภัตตาคารหลวงนี่มันลอยมาจากไหนกัน?! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%