ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 6

ได้กระท่อมผุพังเป็นของตัวเอง

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"ถ้าพวกท่านยังยืนโวยวายอยู่หน้าประตูเรือนหลักอีกสามลมหายใจ ข้าจะถือว่าตระกูลลู่ตั้งใจขับไล่ทหารกล้าที่รับใช้ชาติจนบาดเจ็บ ให้ ‚อดตาย‘ ข้างถนนจริงๆ และป้ายความอัปยศนี้ จะถูกส่งตรงไปยังกองบัญชาการทหารอำเภอภายในวันนี้อย่างแน่นอนค่ะ!" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราายังกับใบมีดน้ำแข็งของหลินชิงหว่าน ดังแทรกเสียงโวยวายของเฝิงซื่อ ผู้เป็นแม่สามีขึ้นมาทันที นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวต่อสายตาดุด่าและท่าทางเกรี้ยวกราดของคนตระกูลลู่เลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านยืนกอดอกพิงกรอบประตูบ้านโย้เย้ท้ายหมู่บ้านด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมงูพิษรำแพนคอเล่นสนุกเท่านั้น ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน หลังจากกลิ่นเนื้อตุ๋นระดับภัตตาคารหลวงที่หลินชิงหว่านแอบใช้ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติปรุงขึ้น เพื่อบำรุงร่างกายให้ลู่ถิงฟู่ที่กระดูกหักและเสียเลือดมาก ลอยทะลุผนังดินเหนียวออกไปสร้างความคลุ้มคลั่งให้บ้านใหญ่ เฝิงซื่อก็แทบจะพังประตูเข้ามาจับผิด แต่โชคดีที่หลินชิงหว่านเก็บกวาดหลักฐานลงมิติได้ทันเวลา สิ่งที่แม่สามีจอมเค็มเห็นจึงมีเพียงหม้อต้มน้ำผักป่าใสแจ๋วกับมันเทศขึ้นราครึ่งหัวเท่านั้น ทว่า การแยกบ้านครั้งนี้ตระกูลลู่ตั้งใจจะ 'กินรวบ' และขับไล่สองสามีภรรยาออกไปให้พ้นหูพ้นตาโดยไม่ให้อะไรติดตัวเลย นอกจากกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านที่แทบไม่มีฝาผนังกันลม กับข้าวสารขึ้นมอดห่อเล็กๆ น้ำหนักไม่ถึงสามชั่ง หลินชิงหว่านมีหรือจะยอมจำนนให้นางกำหนดยุค 70 นี้รังแก? นางใช้ชื่อเสียงของลู่ถิงฟู่ที่ออกไปเสี่ยงตายในสนามรบมาขู่ตระกูลลู่ จนทำให้เฝิงซื่อที่หน้าดำคร่ำเครียดต้องยอมจำใจโยนถุงข้าวสารก้นครัวกับเตาดินเผาเก่าๆ ร้าวๆ มาให้แต่โดยดี พร้อมกับคำสาปแช่งไล่หลังที่ดังลั่นไปทั่วทุ่งนา "นังตัวดี! ได้ตัวลู่ถิงฟู่ไปเป็นสามีแท้ๆ แต่ทำตัวไม่ต่างจากดาวหายนะ พรุ่งนี้ถ้าพวกแกไม่มีข้าวกินจนต้องคลานกลับมาขอส่วนบุญ ข้าจะเอาไม้กวาดไล่ตีพวกแกให้หัวร้างข้างแตก!" เฝิงซื่อถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเดือดดาล ก่อนจะสะบัดก้นเดินกลับบ้านใหญ่ไปพร้อมกับลูกสะใภ้รองที่คอยยุยง ปัง! เสียงประตูกระท่อมผุพังปิดลงอย่างไม่ค่อยสนิทนัก ฝุ่นละอองสีเทาลอยฟุ้งกระจายจนหลินชิงหว่านต้องยกมือขึ้นปัดเบาๆ นางหันกลับมาสำรวจ 'เรือนหอ' หลังใหม่ในยุค 70 ของตัวเองแล้วได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด นี่มันเรียกว่าบ้านได้จริงๆ หรือ? เสาไม้ไผ่ผุกร่อนจนแทบรับน้ำหนักหลังคามุงแฝกไม่ไหว ฝาผนังทำจากดินผสมฟางข้าวมีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่จนลมหนาวพัดผ่านเข้ามาได้สะดวก พื้นดินด้านในเป็นดินโคลนอัดแน่นที่เย็นเฉียบไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงเตียงไม้ไผ่เก่าๆ ตัวหนึ่งที่วางอยู่มุมห้อง ซึ่งร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงฟู่นอนพักฟื้นอยู่ สีหน้าของเขาซีดเซียวริมฝีปากแห้งผาก แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับมองมาที่นางด้วยประกายซับซ้อนที่อ่านไม่ออก "เจ้า... ไม่น่าเอาชื่อเสียงของข้าไปขู่ท่านแม่เลย นางเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น วันหน้าอาจจะหาเรื่องมารังควานเจ้าอีก" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ขาข้างที่หักถูกเข้าเฝือกด้วยไม้ไผ่และผ้าพันแผลอย่างลวกๆ ตามมีตามเกิดก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้กลับถูกจัดระเบียบใหม่ด้วยฝีมือของนางจนรู้สึกปวดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หลินชิงหว่านเดินเข้าไปใกล้ ขยับเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยมานั่งข้างเตียง นางใช้ปลายนิ้วเรียวงามแตะชีพจรที่ข้อมือแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อประเมินอาการ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกนิดๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ "ถ้าข้าไม่เอาชื่อปรกติสุขของทหารกล้ามาอ้าง ป่านนี้พวกเราคงต้องนอนหนาวตายใต้ต้นไม้ข้างทางไปแล้วค่ะ สามีของข้า... ท่านคิดว่าผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างข้า จะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้กับแม่สามีเขี้ยวลากดินคนนั้นถ้าไม่มีเล่ห์เหลี่ยมบ้างล่ะคะ?" ลู่ถิงฟู่ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่ไม่มีเครื่องสำอางใดๆ แต้มแต่ง แต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยผิวพรรณผุดผ่องและแววตาดุดั่งหงส์เหนือมังกร ในอดีตเขารู้แค่ว่าภรรยาคนนี้ถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานเข้ามา นางเอาแต่ใจตัวเอง รังเกียจความยากจน และมักจะหาเรื่องทะเลาะกับคนในบ้านอยู่เสมอ จนกระทั่งเขาต้องเดินทางไปเข้าค่ายทหารและไม่ได้กลับบ้านเป็นปี แต่วันนี้... หญิงสาวตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งเด็ดเดี่ยว ฉลาดเป็นกรด และมือคู่นี้ยังช่วยชีวิตขาของเขาจากการพิการได้อย่างน่าอัศจรรย์ "ข้าขอโทษ..." ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดฉายชัดในแววตา "ข้าทำให้เจ้าต้องมาลำบากตกอยู่ในสภาพนี้..." "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาซาบซึ้งตอนนี้เลยค่ะ ลู่ถิงฟู่" หลินชิงหว่านตัดบทด้วยรอยยิ้มบางๆ นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปสำรวจ 'ทรัพย์สิน' ทั้งหมดที่พวกเขามีในตอนนี้ ถุงข้าวสารหยาบๆ หนักไม่ถึงสามชั่งที่เต็มไปด้วยมอดและรำข้าว กับเกลือหยาบติดก้นไหอีกหนึ่งกำมือ สำหรับคนอื่น นี่คือจุดจบที่แท้จริง ความอดอยากกำลังรออยู่ตรงหน้าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่สำหรับแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้มีซูเปอร์มาร์เก็ตมิติบรรจุสินค้าอุปโภคบริโภคมูลค่าหลายสิบล้านหยวนอยู่ในห้วงจิต... นี่มันไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด! "ในเมื่อเราแยกบ้านออกมาแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชีวิตความเป็นอยู่ของที่นี่ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง" หลินชิงหว่านหันกลับมามองสามีรูปหล่อด้วยแววตาเป็นประกายมั่นใจ "ท่านแค่นอนพักรักษาขาให้หายดีก็พอ ส่วนเรื่องปากท้อง... ไว้ใจภรรยาคนนี้ได้เลยค่ะ รับรองว่าท่านจะได้กินอาหารที่ดีกว่าบ้านใหญ่ร้อยเท่าพันทิปแน่นอน!" ลู่ถิงฟู่มองรอยยิ้มมั่นใจของภรรยา หัวใจที่ด้านชาและเจ็บปวดจากการถูกครอบครัวทอดทิ้งกลับรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด เขาพยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ผู้หญิงคนนี้กำลังจะพลิกผันชะตากรรมของตระกูลลู่ และสร้างความสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งคอมมูนแห่งนี้ ขณะที่หลินชิงหว่านกำลังวางแผนในใจว่าจะแอบหยิบเนื้อตุ๋นและข้าวขาวหอมกรุ่นจากในมิติออกมาปรุงมื้อค่ำอย่างไรไม่ให้คนข้างบ้านผิดสังเกต สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับร่างหนึ่งกำลังเดินย่องเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าต่างไม้ไผ่ที่ผุพัง พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ และกระดาษพับชิ้นเล็กๆ ที่ถูกสอดเข้ามาทางรอยแตกของฝาผนัง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินหมอยายุค 70 เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%