ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 4

มื้ออาหารแรกที่หอมฟุ้งไปทั่วหมู่บ้าน

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"ถ้าท่านยังยืนทำหน้าถมึงทึงเป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่ตรงนั้น หมูตุ๋นหม้อนี้คงได้กลายเป็นถ่านดำปี๋ เพราะข้าไม่มีสมาธิปรุงอาหารแน่ค่ะ ลู่ถิงเฟิง!" เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงฟืนปะทุในเตาไฟดินเหนียว ทำให้ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มที่ยืนค้ำฟ้าบังลมฝนให้เมื่อครู่สะดุ้งเล็กน้อย ลู่ถิงเฟิงกะพริบตาปริบๆ ความดุดันน่าเกรงขามที่เคยใช้ฝึกพลทหารในค่ายพลันมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความงุนงงระคนประหม่าที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมคาย นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่แต่งงานกัน... ไม่สิ นับตั้งแต่ภรรยาตัวน้อยของเขาฟื้นขึ้นมาจากไข้ป่าเมื่อวานนี้ นางก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาที่เคยหวาดกลัวและขุ่นเคือง ยามนี้กลับพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และประกายความมั่นใจที่ชวนให้หัวใจแกร่งเต้นผิดจังหวะ หลินชิงหว่านปรายตามองสามีหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสนใจหม้อดินเผาตรงหน้า ในมิติลับของนาง—ซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะศตวรรษที่ 21 ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยนั้น มีวัตถุดิบชั้นเลิศรอให้หยิบใช้อยู่เพียบ แต่วันนี้นางตั้งใจจะใช้ "วัตถุดิบชาวบ้าน" ที่แอบหยิบออกมาจากมิติอย่างแนบเนียน เพื่อตบตาคนภายนอก หมูสามชั้นติดมันชั้นดี หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ สีแดงสดแทรกไขมันขาวสะอาดราวกับหยกเนื้อดี "มองอะไรอยู่คะ? ถ้าหิวแล้วก็ไปหยิบชามกับตะเกียบมาสิ หรือว่ารอให้ภรรยาคนนี้ป้อนถึงปาก?" ชิงหว่านเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นางตักน้ำตาลทรายแดงลงไปในหม้อเคี่ยวจนละลายกลายเป็นสีอำพัน กลิ่นหอมหวานเริ่มโชยเตะจมูก ตามด้วยการโยนขิงแก่หั่นแว่น ต้นหอมมัดปม พริกแห้งเม็ดโต และเครื่องเทศลับที่นางแอบผสมเองลงไป *ฟู่!* ทันทีที่ชิ้นหมูสามชั้นลงไปกระทบกับน้ำมันและน้ำตาลเคี่ยวในหม้อ เสียงซู่ซ่าก็ดังสนั่น พร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อหมูที่ถูกเจียวจนน้ำมันส่วนเกินละลายออก กลิ่นหอมเข้มข้นเตะจมูกจนลู่ถิงเฟิงถึงกับสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ท้องของชายหนุ่มส่งเสียงร้องโครกครากออกมาเบาๆ จนเจ้าตัวต้องรีบเอามือกุมหน้าท้องด้วยความเก้อเขิน ใบหูสีเข้มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ชิงหว่านเหลือบไปเห็นท่าทางน่าเอ็นดูนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม นายทหารหนุ่มร่างยักษ์ผู้เคร่งขรึมคนนี้ แท้จริงแล้วก็มีความไร้เดียงสาซ่อนอยู่ไม่น้อยทีเดียว นางจัดการเติมน้ำสะอาดลงไปพอท่วมชิ้นหมู ปิดฝาหม้อสนิท แล้วหรี่ไฟลงให้เหลือเพียงถ่านแดงๆ เพื่อเคี่ยวตุ๋นให้เนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมของหมูตุ๋นน้ำแดงสูตรลับเฉพาะแพทย์หญิงชิงหว่าน ค่อยๆ พวยพุ่งลอดผ่านรอยต่อของฝาหม้อ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวคับแคบ ก่อนจะถูกสายลมยามเย็นพัดพาออกไปนอกหน้าต่าง และลอยละล่องไปทั่วบริเวณบ้านพักตระกูลลู่ ผ่านไปเพียงครู่เดียว... เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน "กลิ่นอะไรน่ะ? หอมอะไรขนาดนี้!" เสียงแหลมสูงของเฝิงซื่อ แม่สามีจอมตระหนี่ดังแทรกเข้ามาทันที นางเพิ่งกลับมาจากแปลงนาพร้อมกับสีหน้าเหนื่อยล้า แต่จมูกกลับไวต่อกลิ่นอาหารยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อ ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปรอบห้องครัวด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสะใภ้ตัวแสบกำลังยืนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่หน้าเตาไฟ "หลินชิงหว่าน! นังตัวดี แกแอบทำอะไรกินหกเรี่ยราด?! นั่นกลิ่นเนื้อหมูใช่ไหม? แกเอาเนื้อหมูมาจากไหน! เงินทองในบ้านข้าเป็นคนเก็บ แกกล้าดียังไงถึงแอบไปซื้อเนื้อหมูแพงขนาดนี้มาทำกินคนเดียว!" เฝิงซื่อพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนของสะใภ้เพื่อสั่งสอน แต่ยังไม่ทันแตะโดนชายเสื้อ ลู่ถิงเฟิงก็ก้าวเท้าเข้ามาขวางมารดาไว้ด้วยท่าทางนิ่งสงบ แต่วังวนความกดดันรอบตัวกลับทำเอาเฝิงซื่อชะงักฝีเท้า "แม่ครับ ชิงหว่านไม่ได้ใช้เงินในบ้าน" ลู่ถิงเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "นี่เป็นเนื้อหมูที่ผม... เอ่อ ผมเป็นคนหามาเอง" ชิงหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นึกทึ่งในความใจกล้าของสามีที่ยอมรับหน้าแทนนาวอย่างรวดเร็ว แต่นางหรือจะยอมให้คนอื่นมาโวยวายใส่ในพื้นที่ของตนเอง นางค่อยๆ เปิดฝาหม้อดินเผาออกช้าๆ *ฉ่า—!* ไอน้ำพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลยิ่งกว่าเดิม สีสันของหมูตุ๋นน้ำแดงเป็นประกายเงางาม สีแดงอมน้ำตาลฉ่ำซออน่ารับประทานยิ่งนัก ชิ้นหมูเปื่อยนุ่มจนแทบจะละลาย แค่ใช้ตะเกียบเขี่ยเบาๆ หนังหมูก็ปริแยกออกจากกันอย่างง่ายดาย กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้แผ่ซ่านทะลุกรอบประตูบ้าน ลอยออกไปถึงถนนในหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความกลืนน้ำลาย เฝิงซื่ออ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอยากกินจนลืมความโกรธไปชั่วขณะ นางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือสั่นเทาด้วยความโลภ พลางชี้หน้าสะใภ้ "แก... แกทำอาหารแบบนี้ คิดจะผลาญเสบียงบ้านเราให้หมดใช่ไหม? เอามานี่! ตักใส่ชามให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันเป็นแม่สามีนะ!" ชิงหว่านแย้มยิ้มหวานหยดย้อย แววตากลมโตฉายแววเยືือกเย็น นางตักหมูตุ๋นน้ำแดงชิ้นโตสีสันเงางามใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง ก่อนจะเลื่อนชามนั้นไปตรงหน้าสามี แล้วหันมาสบตาแม่สามีด้วยรอยยิ้มที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหนสันหลังวาบ "แม่จะกินหรือคะ? ได้สิคะ... แต่ก่อนจะกิน เรามาเคลียร์เรื่องเงินค่าเสบียงกับเงินที่แม่เคยสัญญาว่าจะคืนให้ฉันเมื่อวานก่อนดีไหมล่ะคะ?" บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบกริบลงทันที ลู่ถิงเฟิงก้มมองชามหมูตุ๋นตรงหน้า สลับกับมองใบหน้าด้านข้างของภรรยาที่มีรอยยิ้มราวกับปีศาจน้อยๆ ซ่อนอยู่ ทว่า... ก่อนที่เฝิงซื่อจะได้เอ่ยปากด่าทออะไรออกมา เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจของหัวหน้าหมู่บ้านและผู้ช่วย ที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่หน้าประตู "ลู่ถิงเฟิง! ชิงหว่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! รีบออกมาดูนี่เร็วเข้า... ในแปลงทดลองพืชไร่หลังหมู่บ้าน อยู่ๆ ก็มี... มีบางอย่างผุดขึ้นมาเต็มไปหมด!" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%