"เงินเดือนทั้งหมดนี่... คุณให้ฉันถือไว้จริงๆ หรือคะ?"
หลินชิงหว่านก้มมองปึกธนบัตรเหรินหมินปี้หนาปึกในมือ สีหน้าของแพทย์หญิงมือหนึ่งจากศตวรรษที่ 21 เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนเอ็นดู ปึกเงินนี้ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนาด้วยยางวงสีแดง มันคือเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงสนามฝึกตลอดครึ่งปีของนายทหารยศผู้กองอย่างลู่ถิงเฟิง ซึ่งสำหรับครอบครัวชาวนายยุค 70 แล้ว นี่คือทรัพย์ก้อนโตที่มากพอจะซื้อข้าวสารกินได้เป็นปีๆ
ลู่ถิงเฟิงในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างสูงใหญ่กำยำยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว แววตาคมกริบที่มักจะใช้ดุลูกน้องในค่ายทหารเวลานี้กลับทอประกายอ่อนโยนจนแทบละลาย เขากวาดสายตามองภรรยาคนสวยที่กำลังงละมุนอยู่กับการห่อซาลาเปาไส้หมูเห็ดหอม กลีบปากอิ่มเผยอยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง
"ไม่ให้เธอแล้วจะให้ใครเก็บล่ะครับ... ไม่สิ ให้เธอเก็บนั่นแหละดีที่สุด" ลู่ถิงเฟิงเกือบเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองมาอย่างจับผิด เขาก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแก้ตัวทันที "เงินนี่ผมหามาได้ก็เพื่อดูแลคุณ วันนี้ตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือครับว่าจะพาเข้าเมืองไปซื้อผ้าตัดชุดใหม่กับจักรเย็บผ้า ยืนบื้ออยู่ทำไม เก็บใส่กระเป๋าเสียสิ เดี๋ยวตกรถโดยสารเที่ยวเช้าหรอกนะ"
หลินชิงหว่านแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางรู้ทันความคิดของสามีหนุ่มร่างยักษ์คนนี้ดี ตั้งแต่คืนที่นางโชว์ฝีมือรักษาอาการเคล็ดขัดยอกด้วยฝังเข็มแถมยังทำอาหารเลิศรสกลบปากแม่สามีจอมเค็มจนพูดไม่ออก ลู่ถิงเฟิงก็เปลี่ยนจากสามีเย็นชามาเป็นหมาเด็กคลั่งรักคอยตามติดนางแจเสียแล้ว ยิ่งคิดถึงท่าทางหึงหวงตอนที่หนุ่มบ้านข้างๆ เอาฟักเขียวมาฝากเมื่อวานนี้นางก็ยิ่งอยากจะแกล้งหยอกให้เขินเล่น
"โฮ่... ผู้กองลู่ผู้เกรียงไกร ยอมมอบเงินก้อนโตให้ภรรยาเก็บหมดตัวแบบนี้ ไม่กลัวว่าฉันจะแอบหอบเงินหนีไปเที่ยวตลาดมืดแล้วทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวหรือคะ?" นางแกล้งเอียงคอถาม ดวงตาพราวระยับด้วยความซุกซน
ลู่ถิงเฟิงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นจางๆ ของสบู่กรดลอยเข้าแตะจมูก ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบข้างใบหูจนขนลุกซู่
"ถ้าเธอหนี... ผมก็จะพลิกแผ่นดินตามล่า ไม่ว่าเธอจะซ่อนอยู่ที่ไหน ผมก็จะแบกเธอกลับมาเข้าห้องหอซ้ำอีกรอบให้ได้... เชื่อไหมล่ะ"
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้นับวันยิ่งเรียนรู้วิธีหยอดคำหวานมาจากไหนกัน! หลินชิงหว่านรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นางรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกเบาๆ พลางค้อนให้วงใหญ่
"คนบ้า! ใครจะไปหนีกันล่ะ เงินตั้งเยอะแยะขนาดนี้ ฉันจะเอาไปต่อยอดทำกำไรให้งอกเงยเป็นเท่าตัวต่างหากเล่า" นางรีบเก็บธนบัตรเข้ามิติลับทันที ก่อนจะตบแป้งออกจากมือแล้วคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่ง "ไปกันเถอะค่ะ มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวอดไปกินบะหมี่เนื้อตุ๋นร้านดังในอำเภอจริงๆ ด้วยนะ"
การเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอในยุค 70 เต็มไปด้วยความท้าทาย รถโดยสารประจำทางคันเก่าพ่นควันดำโขมง ทางลูกรังขรุขระทำให้รถโยกเยกไปมาตลอดทาง แต่ความอึดอัดนี้กลับถูกปัดเป่าหายไปสิ้นเมื่อลู่ถิงเฟิงคอยใช้ร่างกำยำของตนบังแรงกระแทกจากผู้โดยสารคนอื่น และคอยประคองร่างบางของภรรยาไม่ให้โคลงเคลงตามจังหวะรถ
เมื่อมาถึงสถานีขนส่งในอำเภอ กลิ่นอายความเจริญแบบกึ่งชนบทก็ลอยมาปะทะจมูก สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงลอยขายของชำ เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเร่ขายสินค้าดังเซנק็ง ผู้คนสวมชุดสีฟ้ากรมท่าและสีเทาเดินกันขวักไขว่ แต่ทว่า ท่ามกลางความธรรมดานั้น ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารที่เดินเคียงคู่มากับหญิงสาวหน้าตาสะสวยผิวพรรณผุดผ่องราวกับคุณหนูในห้องหอ กลับดึงดูดสายตาของทุกคนรอบข้างได้อย่างชะงัด
"นั่น... ลูกชายบ้านลู่ไม่ใช่หรือ? พาภรรยามาซื้อของหรอเนี่ย ดูสะภายนั่นสิ งดงามยิ่งกว่าดาราในหนังเสียอีก!"
"จริงด้วย ได้ข่าวว่าตอนแรกแต่งเข้ามาเพราะผู้ใหญ่จัด ญาติผู้ใหญ่ฝั่งชายรังเกียจจะตาย ทำไมตอนนี้ถึงดูรักกันปานจะกลืนกินแบบนั้นล่ะ?"
เสียงซุบซิบนินทาดังไล่หลังมา แต่หลินชิงหว่านหาได้สนใจไม่ นางกวาดสายตามองร้านรวงต่างๆ ด้วยความสนอกสนใจ ก่อนที่เป้าหมายแรกจะปรากฏขึ้นตรงหน้า—ร้านขายผ้าและสิ่งทอรัฐ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน กลิ่นอายของผ้าฝ้ายใหม่และผ้าแพรก็ลอยเตะจมูก พนักงานขายหญิงสวมปลอกแขนสีแดงคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองด้วยหางตา ท่าทางเย่อหยิ่งและวางท่าราวกับตนเป็นเจ้าของกิจการเสียเต็มประการ
"พวกเธอจะซื้ออะไร ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบอยู่ทางซ้าย ผ้าแพรเนื้อดีอยู่ทางขวา แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าไม่มีคูปองผ้าล่ะก็ ต่อให้มีเงินก็ซื้อไม่ได้หรอกนะ!" น้ำเสียงแหลมสูงเอ่ยขึ้นอย่างไร้ไมตรีจิต
หลินชิงหว่านไม่โกรธ นางเพียงแค่กวาดยิ้มบางๆ ออกมาอย่างเหนือกว่า มือเรียวบางหยิบคูปองผ้าปึกใหญ่ที่ลู่ถิงเฟิงแอบไปแลกมาจากสหายในกองร้อยออกมาวางโปะลงบนเคาน์เตอร์ไม้ เสียงปึกคูปองกระทบเนื้อไม้ดังชัดเจน พร้อมกับรอยยิ้มพริ้มเพราที่ทำเอาพนักงานขายถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไม่ออก
"สหายพนักงานคะ ฉันต้องการผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนเนื้อดีสามพับ สำหรับตัดเสื้อเชิ้ตสองตัว และผ้าลายสก๊อตสีแดงสดอีกสองพับสำหรับตัดกระโปรง... อ้อ แล้วก็เอาด้ายเย็บผ้าสีเข้าชุดกันด้วยนะคะ"
พนักงานขายอ้าปากค้าง มองคูปองผ้าในมือสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของหลินชิงหว่าน ยุคนี้คนธรรมดามีคูปองผ้าตัดชุดสักตัวก็บุญโชคแค่ไหนแล้ว แต่นี่แม่คุณเล่นเหมาทีเดียวเกือบครึ่งร้าน!
หลังจากหอบห่อผ้ากองโตออกมาจากร้านขายผ้า ลู่ถิงเฟิงก็พาภรรยาเดินลัดเลาะไปยังเป้าหมายใหญ่ที่สุดของวันนี้ นั่นคือ "ร้านสหกรณ์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล"
เป้าหมายของพวกเขาคือ จักรเย็บผ้าตรา "ผีเสื้อ" สีดำสนิทรุ่นคลาสสิก สินค้าฟุ่มเฟือยอันดับต้นๆ ที่ทุกครัวเรือนใฝ่ฝหา ลู่ถิงเฟิงควักเงินสดและคูปองอุตสาหกรรมที่เก็บสะสมมาแรมปีวางลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะกะพริบตาเมื่อเห็นยอดเงินรวมที่ถูกหักออกไปจนเกือบเกลี้ยงกระเป๋า ขอเพียงแค่ภรรยามีรอยยิ้มและมีความสุข เขาก็พร้อมจะแลกทุกอย่าง
ขณะที่พนักงานกำลังช่วยกันยกจักรเย็บผ้ากล่องไม้หนักอึ้งขึ้นใส่รถเข็นไม้เพื่อเตรียมลากไปส่งที่สถานีรถโดยสาร หลินชิงหว่านก็หันไปเจอแผงขายสมุนไพรโบราณที่มุมถนนพอดี ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นโสมป่าอายุหลายสิบปีวางขายอยู่ท่ามกลางสมุนไพรพื้นบ้าน นางรีบเดินเข้าไปดูทันทีโดยมีลู่ถิงเฟิงเดินตามอารักขาไม่ห่าง
"สหาย ท่านนี้โสมป่าต้นนี้ขายอย่างไรหรือคะ?" นางเอ่ยถามพ่อค้าเร่ชรา
พ่อค้าเร่เงยหน้าขึ้นมอง แต่วินาทีที่เขาอ้าปากจะตอบ เสียงตวาดกร้าวอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาบรรยากาศรอบตัวชะงักงัน
"หลินชิงหว่าน! นังตัวดี! เธอกล้าดียังไงถึงผลาญเงินเดือนของลูกชายฉันมาซื้อของฟุ่มเฟือยพวกนี้หมดเกลี้ยงแบบนี้ห้า! วันนี้ฉันต้องสั่งสอนสะภาระยำอย่างเธอให้หลาบจำ!"
ร่างท้วมของแม่สามีจอมเค็ม—เฝิงซื่อ ที่แอบติดตามลอบมองพวกเขาสองคนมาตั้งแต่ร้านขายผ้า พุ่งเข้าใส่หมายจะกระชากผมของหลินชิงหว่านด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เห็นเงินลูกชายถูกใช้จนเกลี้ยง
แต่วินาทีที่มือเหี่ยวย่นกำลังจะเอื้อมถึงตัวสะใภ้ ร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงเฟิงก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนด้วยความเย็นชาจนเฝิงซื่อสะดุ้งสุดตัว
"แม่! หยุดทำตัวน่าเกลียดแบบนี้เดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าว ทรงพลังจนฝูงชนรอบข้างเงียบกริบ
เฝิงซื่อหน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยด่าลูกชาย แต่ยังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดออกจากปาก หลินชิงหว่านที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่ด้านหลังก็ก้าวออกมา พร้อมกับหยิบเข็มเงินเล่มยาววาววับขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างอารมณ์ดี
"คุณแม่คะ... ช่วงนี้คุณแม่มักจะเวียนหัว หน้ามืด หงุดหงิดง่ายใช่ไหมคะ? อาการแบบนี้อันตรายมากนะคะ ถ้าไม่รีบรักษา เส้นเลือดในสมองอาจจะแตกเอาได้ง่ายๆ... ให้ลูกสะใภ้คนนี้ 'ฝังเข็ม' รักษาให้สักเข็มสองเข็มตรงจุดสำคัญบนศีรษะ ดีไหมคะ?"
รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของแพทย์หญิงในคราบสะใภ้ตัวแสบ ทำเอาเฝิงซื่อผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวจับใจ นางจำฤทธิ์เดชเข็มเงินในมือลูกสะใภ้คนนี้ได้ดี!
และในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนทุกคนกลั้นหายใจนั้นเอง—
ชายแปลกหน้าสวมหมวกปานามาเก่าๆ สวมแว่นตากันแดดสีเข้ม ก็เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลินชิงหว่าน พร้อมกับวางหีบไม้แกะสลักลวดลายประหลาดลงบนโต๊ะ เสียงกระซิบแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
"คุณหมอหลิน... ของที่คุณสั่งให้ตามหา... มาถึงแล้วครับ และคนที่ส่งมา... กำลังรอพบคุณอยู่ที่โรงเตี๊ยมท้ายตลาดตอนนี้เลย"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 20
พาเมียเข้าเมืองไปซื้อของ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!