"ปล่อยค่ะ ลู่ถิงเฟิง... ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือ แล้วเข้ามาช่วยฉันยกหมูพะโล้ตุ๋นยาจีนหม้อนี้ลงจากเตา ระวังอาหารมื้อแรกในรอบปีของคุณ... จะกลายเป็นมื้อสุดท้ายที่ไม่ได้กินอะไรเลยนะคะ!"
เสียงหวานใสที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางไอน้ำร้อนระอุที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องครัว หลินชิงหว่านไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหน้าของนางคือชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างจนเกือบจะบังแสงไฟตะเกียงจนมิด สันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและโทสะระลอกใหญ่
ลู่ถิงเฟิงขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองภรรยาที่ขึ้นชื่อว่าสร้างความเดือดร้อนและเกียจคร้านไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ทว่ายามนี้ หญิงสาวกลับมีผิวพรรณผุดผ่องเปล่งปลั่ง ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนหงาย บนร่างไม่มีคราบสกปรกหรือกลิ่นอายความซอมซ่ออย่างที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ สมุนไพรตุ๋น และเนื้อหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มกำลังเตะจมูกเขาอย่างจัง จนต่อมรับรสที่สงบเงียบมานานหลายเดือนเริ่มส่งเสียงประท้วงขึ้นมาอย่างดื้อดึง
"หลินชิงหว่าน เธอเล่นลิ้นอะไรอีก?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่มือหนายังคงตรึงข้อมือเล็กไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "ฉันกลับมาเพื่อเคลียร์เรื่องใบหย่า ไม่ใช่มาดูเธอก่อเรื่องในครัว!"
"เรื่องหย่าตกลงกันได้ค่ะ แต่ท้องของสามีฉัน... ไม่สิ สามีของฉันต่างหากที่ต้องมาก่อน" นางยิ้มพราย ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวบางดึงผ้าจับหม้อหนาขึ้นมาฉวยหูหมูพะโล้ดินเผาเอาไว้มั่น "ถ้าไม่อยากให้หม้อนี้คว่ำลงไปเสียดายของอร่อย ก็หยิบชามกระเบื้องบนชั้นนั้นมาสิคะ นายทหารลู่ผู้ยิ่งใหญ่ หรือว่ากลัวฉันจะวางยาพิษคุณกันล่ะ?"
คำพูดท้าทายนั้นทำให้ลู่ถิงเฟิงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเหลือบมองหมูพะโล้สีอำพันเข้มข้นที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนต่อมน้ำลายทำงานอย่างควบคุมไม่ได้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตลอดเวลาที่อยู่ค่ายทหาร เขาต้องกินอาหารแห้งและซัปผะระเพื่อประทังชีวิต ยามนี้เมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นหอมรุนแรงของอาหารฝีมือภรรยา สัญชาตญาณดิบและการต่อต้านในใจก็เริ่มสั่นคลอนอย่างน่าประหลาด
สุดท้าย ด้วยความหิวโหยที่สะสมมานานและแรงดึงดูดประหลาดจากหญิงสาวตรงหน้า ร่างสูงจึงจำต้องปล่อยมือจากข้อมือนาง แล้วเอื้อมมือไปคว้าชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตามาถือไว้โดยไม่รู้ตัว
"ตักมา..." เขาเอ่ยเสียงห้วน กลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนของตนเอง
หลินชิงหว่านแอบหัวเราะคิกคักในลำคอ แพทย์หญิงอัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 อย่างนาง มีหรือจะปราบผู้ชายปากแข็งใจอ่อนคนนี้ไม่ได้? นางใช้ทัพพีไม้ตักหมูพะโล้ชิ้นโตที่มันวาวฉ่ำน้ำซอสราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย พร้อมกับน้ำซุปยาจีนสีเข้มข้นที่เคี่ยวด้วยโสมตังกุยและโป๊ยกั๊กจนได้ที่ กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ จนกระทั่งลู่ถิงเฟิงที่ตั้งใจจะมาสะสางบัญชีแค้นถึงกับเผลอสูดหายใจเข้าลึก
"ชิมดูสิคะ" นางเลื่อนชามข้าวส่งให้เขา "นี่คือเมนูต้อนรับการกลับบ้าน... อ้อ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะถ้าคุณไม่กิน ฉันจะถือว่าคุณรังเกียจฝีมือฉัน และนั่นอาจทำให้การเซ็นใบหย่ายืดเยื้อออกไปอีกหลายปีเลยนะ"
ลู่ถิงเฟิงรับชามข้าวมาด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขามองหน้าภรรยาที่ยืนกอดอกอมยิ้มรอการพิพากษา ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัวหรือสำนึกผิดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มีเพียงความมั่นใจและประกายระยับที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มใช้ตะเกียบหนีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปาก ความนุ่มละมุนที่แทบจะละลายหายไปบนลิ้น ผสมผสานกับรสชาติกลมกล่อม เค็มหวานกำลังดี และกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรที่ช่วยบำรุงกำลัง ทำให้ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รสชาตินี้... แม้แต่ภัตตาคารในเมืองหลวงก็ยังเทียบไม่ได้!
"อร่อยใช่ไหมล่ะคะ?" นางเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทีนี้... เรามาคุยเรื่องเงื่อนไขการหย่ากันดีกว่าค่ะ ว่าสินสมรสและค่าชดเชยที่คุณต้องจ่ายให้ฉัน... ควรจะเป็นตัวเลขกี่หลักดี?"
บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะตึงเครียด กลับอบอวลไปด้วยความระอุของอาหารอร่อยและการปะทะคารมที่เริ่มเปลี่ยนทิศทาง ลู่ถิงเฟิงเคี้ยวอาหารในปากช้าๆ ขณะที่สายตาคมกริบจับจ้องรอยยิ้มพราวระยับของภรรยา ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน... และเขาก็เริ่มรู้สึกว่า การหย่าตามที่ตั้งใจไว้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสูสี เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูของแม่สามีจอมเค็มที่แผดลعนเข้ามาในความมืด
"หลินชิงหว่าน! นังตัวดี! แกแอบทำอะไรกินกันในบ้าน กลิ่นหอมโชยไปถึงปากซอย! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ แม่แก้วใจร้าย! แกกล้ากินของดีโดยไม่แบ่งฉันกับน้องสาวของถิงเฟิงเรอะ!"
ลู่ถิงเฟิงขมวดคิ้วทันing ขณะที่หลินชิงหว่านกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางหันมาสบตากับสามีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
"ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาขัดจังหวะดินเนอร์ของเราแล้วล่ะค่ะ คุณสามี... สนใจจะออกไปต้อนรับคุณแม่สุดที่รักของคุณพร้อมกับฉันไหมคะ?"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับการเอาคืนและการปะทะคารมสุดแซ่บครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 17
ปะทะกันครั้งแรก สามี vs ภรรยา
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!