"จดหมายนี่... เธอเป็นคนเขียนเองกับมือใช่ไหม หลินชิงหว่าน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนสะท้านแก้วหู ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านตระกูลลู่ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ความวุ่นวายยามบ่าย หลินชิงหว่านที่เพิ่งก้าวขาออกจากห้องครัวถึงกับชะงักกึก กระดาษแผ่นสีขาวที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยถูกชูขึ้นตรงหน้า นางกวาดสายตามองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับเจ้าของมือหนาที่ถือมันอยู่
ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่จดหมายเรียกร้องเงินล้านในอนาคตที่นางแอบร่างไว้เล่นๆ ตอนเบื่อหรอกหรือ ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือของ 'ลู่ถิงเฟิง' ผู้เป็นสามีตามกฎหมายที่ควรจะอยู่ค่ายทหารห่างออกไปหลายร้อยลี้ได้เล่า!
ลู่ถิงเฟิงในยามนี้ไม่ได้สวมชุดทหารเต็มยศ แต่เสื้อเชル트สีเขียวขี้ม้าที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนกำยำ และกางเกงขายาวเลอะฝุ่นจากการเดินทางไกล กลับขับเน้นให้ร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาผานซานของเขายิ่งดูน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหินผามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ ทว่านัยน์ตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกลับจ้องมองนางด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเป็นจุล
ความรู้สึกติดลบ ความเกียจคร้าน และความเห็นแก่ตัวของภรรยาที่เขาได้ยินจากปากจดหมายทวงหย่าฉบับนี้—ที่เอ่ยขอตัดขาดความสัมพันธ์อย่างไม่ไยดี พร้อมทั้งเรียกร้องค่าชดเชยเป็นเงินสดก้อนโต—มันหลอมรวมกลายเป็นความอึดอัดขัดเคืองใจที่สุมอกเขามาตลอดทางเดินเท้าสามวันสามคืน!
แม่สามีจอมเค็มอย่างเฝิงซื่อที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง ชะเง้อคออ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้นด้วยความตกใจ ก่อนจะตบขาฉาดใหญ่แล้วร้องโวยวายเสียงแหลมสูง
"ตายแล้ว! นังตัวดี! แกกล้าเขียนจดหมายขอหย่ากับลูกฉันเรอะ! แกมันผู้หญิงใจดำอำมหิต คิดจะเกาะตระกูลลู่กินแล้วยังกล้าทิ้งสามีไปหาชู้ทางใจที่ไหนอีก! ถิงเฟิง ลูกแม่ อย่าไปยอมมันนะ หย่าให้มันไปเลยตัวซวยแบบนี้!"
เฝิงซื่อกระโตกกระตากหวังจะโหมไฟให้ลุกโชน นางรู้ดีว่าถ้าลู่ถิงเฟิงหย่ากับนังนี่ นางก็ไม่ต้องแบ่งข้าวสารในยุ้งฉางให้สะใภ้ปากร้ายคนนี้กินฟรีๆ อีกต่อไป แถมยังอาจจะได้เงินชดเชยจากกองทัพมาเข้ากระเป๋าตัวเองอีกด้วย
ทว่า ลู่ถิงเฟิงกลับไม่แม้แต่จะชายตามองมารดา เขาเพียงแต่ก้าวเท้าเข้ามาหาหลินชิงหว่านทีละก้าว... ทีละก้าว... แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง หลินชิงหว่านสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แพทย์หญิงอัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 อย่างนางผ่านการผ่าตัดเคสวิกฤตมานับไม่ถ้วน จะมากลัวสายตาคาดคั้นของนายทหารบ้านนอกคนหนึ่งได้อย่างไร?
"มองฉันทำไมคะ? ในเมื่อจดหมายมันอยู่ในมือคุณแล้ว จะถามซ้ำทำไมให้เสียเวลา" นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย ปากบางสีแดงระเรื่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนเขียนเอง แล้วก็คิดจะหย่าจริงๆ ด้วย อยู่บ้านหลังนี้ไปก็มีแต่คนจ้องจะเอาเปรียบ แถมคุณเองก็ไม่เคยกลับมาดูแลฉันเลยสักครั้ง แต่งงานกันมาตั้งนานมีแต่ชื่อในทะเบียน แบบนี้เรียกว่าสามีภรรยาตรงไหนคะ? เป็นแค่คนแปลกหน้าที่อาศัยชายคาเดียวกันต่างหาก!"
*ฮือฮา—!*
เสียงซุบซิบดังระเบิดขึ้นรอบวงล้อม ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างพากันอ้าปากค้าง สะใภ้รองตระกูลลู่คนนี้ปกติหัวอ่อน หวาดกลัวแม่สามีจนตัวสั่น แต่วันนี้กลับกล้าต่อปากต่อคำกับลู่ถิงเฟิง นายทหารอนาคตไกลผู้เป็นความภาคภูมิใจของหมู่บ้านอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน แถมยังเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าก่อนเสียอีก!
ลู่ถิงเฟิงชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักหนาเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย
นี่น่ะหรือ... ภรรยาตัวแสบที่จดหมายระบุว่าเอาแต่ร้องไห้งอแงและขโมยเงินซื้อของกิน? ทำไมนางถึงดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แววตาคู่นั้นนิ่งสงบ ทว่ากลับเปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและมั่นใจในตัวเองอย่างประหลาด จนหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขาเกิดอาการกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"เธออยากหย่า..." ลู่ถิงเฟิงทวนคำ เสียงของเขาต่ำพร่าจนน่าขนลุก เขาก้าวประชิดตัวนางจนหลินชิงหว่านต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายแดนดิบเถื่อนจากค่ายทหารลอยเข้าปะทะจมูก พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นเข้ามาคว้าข้อมือนางไว้แน่น "คิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง หลินชิงหว่าน? เธอคิดจะแต่งก็แต่ง คิดจะทิ้งก็ทิ้งอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!"
หลินชิงหว่านขมวดคิ้วมุ่น นางพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของนายทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงนั้นราศีกรงเหล็ก นางตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่เขา "ปล่อยมือฉันนะ! ใครล้อเล่นกันคะ? ในเมื่อความรู้สึกมันไปต่อไม่ได้ จะฝืนอยู่ร่วมกันไปทำไม สู้แยกย้ายกันไปเติบโตไม่ดีกว่าหรือ หรือว่า... นายทหารลู่ผู้ทรงเกียรติ เสียดายผู้หญิงที่ท่านไม่เคยแม้แต่จะชายตามองคนนี้กันแน่?"
คำพูดประชดประชันนั้นทำให้ลู่ถิงเฟิงนิ่งงันไป เขามองใบหน้างดงามที่เชิดขึ้นอย่างถือดี หัวใจที่เคยด้านชาพลաբเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้เสียดายนาง... หรือบางที เขาอาจจะเริ่มรู้สึกว่าการกลับมาบ้านครั้งนี้ ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเสียแล้ว
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะตัดขาด ทันใดนั้นเอง—!
กลิ่นหอมหวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมมันเย้ายวนของเนื้อหมูสามชั้นที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็ลอยโชยตัดผ่านสายลมยามบ่ายมาเตะจมูกของทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นเข้าอย่างจัง!
*จ๊อก—*
เสียงท้องร้องดังขึ้นประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่ยืนมุงดู แต่เป็นลู่ถิงเฟิงที่เดินทางไกลมาสามวันโดยมีเพียงหมั่นโถวแข็งๆ เป็นอาหารประทังชีวิต ที่ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกลิ่นหอมนั้นพุ่งตรงเข้าสู่โสตประสาท!
หลินชิงหว่านกระตุกยิ้มมุมปากทันที นางเหลือบมองเตาถ่านหลังบ้านที่ต้มหมูสามชั้นพะโล้สูตรลับข้ามมิติของนางไว้แล้วเสร็จพอดี ก่อนจะหันมาสบตากับสามีรูปงามที่กำลังยืนแข็งทื่อเป็นหิน
"อยากหย่าค่อยคุยกันพรุ่งนี้ค่ะ..." นางเอ่ยเสียงหวานหยด ยิ้มพราวระยับจนดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว "แต่ตอนนี้... ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือ แล้วเข้ามาช่วยฉันยกหมูพะโล้ตุ๋นยาจีนหม้อนี้ลงจากเตา ระวังอาหารมื้อแรกในรอบปีของคุณ... จะกลายเป็นมื้อสุดท้ายที่ไม่ได้กินอะไรเลยนะคะ!"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินหมอยายุค 70 เสมอมานะคะ!*
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 16
การกลับมาของสามีทหาร
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!