กลิ่นอายจางๆ ของรากโสมหิมะป่าพันปีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีย่างไฟอ่อนๆ ในห้องครัวเล็กๆ ทว่าวินาทีนี้ บรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นลงจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจสะดุด
ดูลู่ถิงเหอสิคะ นัยน์ตาคมกริบราวกับเหยี่ยวภูเขาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันคมโน้มต่ำลงมาจนแทบจะชิดกับปลายจมูกรั้นของหลินชิงหว่าน ปลายนิ้วสอบของเขาที่สัมผัสโดนข้อมือของนางเมื่อครู่ไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งบีบกระชับแน่นขึ้นอย่างหยั่งเชิง
"กลิ่นนี้..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังลอดไรฟัน "ในชนบททุรกันดารเช่นนี้ แม้แต่โสมคนอายุสิบปียังหายากยิ่งนัก ชิงหว่าน... เหตุใดภรรยาของกระผม ถึงมีสมุนไพรทิพย์ที่แม้แต่ขุนนางในเมืองหลวงยังต้องแย่งชิงกันจนหัวแตกได้เล่า?"
หลินชิงหว่านหัวใจกระตุกวูบไปสามจังหวะ สมองอัจฉริยะประมวลผลด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในศตวรรษที่ 21 นางแสร้งทำเป็นกระพริบตาปริบๆ ส่งสายตาค้อนขวิดใส่ร่างสูงที่โน้มตัวลงมาทับถมด้วยความหมั่นเขี้ยว นางบิดข้อมือออกจากอุ้งมือหนาของเขาเบาๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านพี่พูดจาเหลวไหลอะไรกันคะ? โสมทิพย์อะไรกันเล่า! นี่มันเป็นโสมป่าธรรมดาที่ข้าบังเอิญขุดได้แถวเชิงเขาหลังหมู่บ้านต่างหากล่ะคะ หรือว่าท่านแต่งงานกับข้ามาหลายปีจนเพิ่งจะรู้ว่าภรรยาของท่านคนนี้... มีดวงชะตาโชคลาภฟ้าประทาน หาของป่าเก่งเป็นเลิศกันล่ะคะ?"
คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นี้ แม้แต่เด็กสามขวบยังฟังออกว่าเป็นการโกหกคำโต แต่หลินชิงหว่านหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ นางเตรียมจะดึงมือกลับไปจัดการกับสมุนไพรต่อ แต่ลู่ถิงเหอกลับไวกว่า เขาใช้มืออีกข้างคว้าเอวบางของนางเข้ามาชิดร่างแกร่งอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษหนุ่มและกลิ่นอายควันปืนจางๆ จากสนามรบโชยเข้าแตะจมูกจนนางเกือบจะเคลิ้มตาม
"เจ้ากล้าโกหกสามีผู้ซื่อสัตย์คนนี้หรือ?" ลู่ถิงเหอยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นทั้งอันตรายและพราวเสน่ห์ในคราวเดียวกัน "โสมป่าธรรมดาที่ไหนจะส่งกลิ่นหอมทะลุห่อกระดาษไขน้ำมันออกมาได้ แถมยังมีอานุภาพฟื้นฟูร่างกายได้เร็วยิ่งกว่าโอสถวิเศษของหมอหลวง... หว่านหว่าน สะใภ้ตระกูลลู่ผู้เกียจคร้านและอ่อนแอคนเดิม หายไปไหนเสียแล้วล่ะ?"
บรรยากาศกำลังจะตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อความลับในมิติลับกำลังจะถูกคาดคั้นจนมุม ทันใดนั้นเอง—
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมเค็มเฝิงซื่อที่แผดเผาทำลายบรรยากาศอันน่าระทึกขวัญลงจนไม่เหลือชิ้นดี
"นังตัวดี! หลินชิงหว่าน! แกหลบหัวไปซุกหัวอยู่ที่ไหนในครัวฟะ! รีบออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ลูกชายฉัน... ลูกชายฉันส่งจดหมายมาจากค่ายทหารแล้วโว้ย!"
เสียงตะโกนแปร๋นของเฝิงซื่อทำเอาลู่ถิงเหอชะงักกึก เขากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาใจเล็กน้อย ส่วนหลินชิงหว่านกลับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างรวดเร็ว นางรีบผลักอกสามีออกเบาๆ พร้อมกับยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อย่างประชดประชัน
"อ้าว... สามีสุดที่รักของข้า ท่านแม่สามีประกาศว่าท่านส่งจดหมายมาจากค่ายทหารไม่ใช่หรือคะ? ไฉนตัวจริงถึงมายืนหน้ามึนอยู่ตรงนี้เสียก่อนเล่า หรือว่าท่านเป็นผีทหารหนุ่มที่ร่อนเร่กลับมาหากินที่บ้านกันแน่คะ?"
ลู่ถิงเหอย่นหัวคิ้วหนาเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังจะคาดคั้นความลับจากภรรยาตัวแสบให้รู้เรื่องอยู่เชียว ไฉนแม่บังเกิดเกล้าถึงต้องมาขัดจังหวะสำคัญในชีวิตคู่ได้ทุกทีสินะ!
"ข้ายังไม่ตาย และข้าก็ยืนอยู่ตรงนี้เนื้อตัวเป็นๆ ให้เจ้าจับต้องได้อยู่แล้วนี่คะ" ลู่ถิงเหอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'จับต้องได้' พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอีกครั้งจนหลินชิงหว่านต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัว "ส่วนเรื่องจดหมาย... หึ เจ้าคิดว่าข้าเขียนมาหาแม่หรือไงล่ะ?"
พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวใหญ่ยาวออกจากห้องครัว มุ่งตรงไปยังประตูหน้าบ้านทันปล่อยให้หลินชิงหว่านยืนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความฉงน
เมื่อประตูรั้วบ้านถูกเปิดออก เฝิงซื่อที่ถือซองจดหมายสีเหลืองเก่าๆ ไว้ในมือก็เตรียมจะพ่นคำด่าทอใส่หน้าลูกสะใภ้ทันที แต่พนางเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงตระหง่านที่ยืนขวางประตูอยู่ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยของแม่สามีก็แข็งค้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้า
"ถ... ถิงเหอ? ลูก... ลูกแม่!" เฝิงซื่อหวีดร้องเสียงหลง ซองจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น "แกล... แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่! ทำไมไม่ส่งข่าวบอกแม่ก่อนเล่า!"
ลู่ถิงเหอกวาดสายตาคมปลาบมองมารดาตนนิ่งๆ เขาไม่ได้ก้มลงเก็บซองจดหมาย แต่มือหนากลับหยิบซองจดหมายอีกฉบับที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบทหารออกมาอย่างใจเย็น
"ผมเพิ่งมาถึงเมื่อเช้าครับแม่... และที่ผมต้องรีบกลับมาก่อนกำหนด ก็เพราะได้รับโทรเลขด่วนจากทางการ... และจดหมายฉบับนี้" ลู่ถิงเหอชูซองจดหมายในมือขึ้น สายตาคมกริบมองข้ามไหล่ของมารดาไปยังร่างบางของหลินชิงหว่านที่เดินตามออกมาดูเหตุการณ์ที่หน้าประตูกลาง
เฝิงซื่อหน้าซีดเผือดลงถนัดตา นางรีบก้มลงเก็บจดหมายที่ตกพื้นขึ้นมาแล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "จดหมาย... จดหมายอะไรของแก? ไหนว่ากำหนดการปลดประจำการของแกยังอีกตั้งครึ่งปีไม่ใช่หรือไง?"
หลินชิงหว่านกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทีสบายๆ แต่ในใจกลับเริ่มระแวงขึ้นมาบ้างแล้ว ลู่ถิงเหอผู้นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นนายทหารมือหนึ่งผู้ไร้พ่ายและไร้ความรู้สึก เหตุใดจึงจู่ๆ ก็บินกลับมาบ้านก่อนกำหนด แถมยังทำหน้าตาเจ้าเล่ห์แปลกๆ อีกเล่า?
ลู่ถิงเหอไม่ได้สนใจมารดาที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน เขาเดินผ่านหน้าเฝิงซื่อตรงดิ่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลินชิงหว่าน ร่างสูงโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูขาวผ่องของภรรยาด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ในจดหมายแจ้งกำหนดการกลับบ้าน... ระบุไว้ชัดเจนว่า ภรรยาของผมส่งเรื่อง 'ขอหย่า' ไปที่กองทัพเพื่อจะไปแต่งงานใหม่กับชายอื่น... หว่านหว่านของผม เก่งกาจถึงขนาดกล้าหย่ากับทหารผ่านศึกเชียวหรือครับ?"
สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มพราวระยับก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ขณะที่หลินชิงหว่านเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง—ซวยแล้ว! จดหมายขอหย่าฉบับนั้นที่นางแอบเขียนส่งไปเมื่อเดือนก่อนตอนที่ยังอยากจะหอบเงินหนี... ดันเดินทางมาถึงมือเขาก่อนที่นางจะทันได้เตรียมตัวแก้ตัวเสียแล้ว!
[คำขอบคุณจากนักเขียน]:
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คุณหมอคนเก่งของเรามา ณ ที่นี้นะคะ!
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 15
จดหมายจากค่ายทหาร
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!