เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังปังๆ ราวกับจะพังลงมาให้ได้ พร้อมกับเสียงแหลมสูงของเฝิงซื่อ แม่สามีจอมเค็มที่แผדแผดลั่นเข้ามาในยามวิกาล ทำลายบรรยากาศดินเนอร์อันแสนสงบสุขจนยับเยิน
"หลินชิงหว่าน! นังตัวดี! แกแอบซ่อนอะไรไว้ในบ้าน หา? กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปทั่วสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อกิน ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะถึงกล้ากินอยู่กันตามลำพังโดยไม่แบ่งแม่สักคำ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
หลินชิงหว่านวางตะเกียบในมือลงอย่างช้าๆ เสียงกระทบกับจานกระเบื้องดังกริ๊ง สะท้อนความเยือกเย็นในแววตาของแพทย์หญิงอัจฉริยะ เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มบางๆ
"ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาขัดจังหวะดินเนอร์ของเราแล้วล่ะค่ะ คุณสามี... สนใจจะออกไปต้อนรับคุณแม่สุดที่รักของคุณพร้อมกับฉันไหมคะ?"
ลู่ถิงเฟิงขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาเพิ่งจะได้มีความสุขกับอาหารฝีมือภรรยาและบรรยากาศเงียบสงบตามลำพังแท้ๆ แต่แม่ผู้ให้กำเนิดกลับหาเรื่องมาสร้างความรำคาญไม่เว้นแต่ละวัน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอสังหารแบบฉบับนายทหารสนามรบออกมาจางๆ
"พี่จัดการเอง ชิงหว่าน... เธอทานต่อเถอะ" ลู่ถิงเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนายื่นมาแตะไหล่บางเบาอย่างปลอบโยน
"ไม่ต้องหค่ะ ออกไปพร้อมกันนี่แหละค่ะ คนเราถ้าไม่ออกมาเผชิญหน้า เดี๋ยวเขากจะหาว่าเราแอบทำเรื่องลับลมคมในจริงๆ เสียอีก" ชิงหว่านส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เธอกระตุกยิ้มมุมปาก นึกอยากจะดูเหมือนกันว่าแม่สามีจอมตระหนี่ผู้นี้จะมาไม้ไหนอีกในยามวิกาลเช่นนี้
เมื่อประถูกเปิดออก เฝิงซื่อที่ตั้งท่าจะเงื้อมือทุบซ้ำก็ชะงักค้างกลางอากาศ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอกวาดสายตามองบุตรชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังประตูอยู่ ก่อนจะชะเงื้อมองข้ามไหล่หนาเข้าไปในห้องครัวที่ยังคงมีไอความร้อนและกลิ่นหอมเย้ายวนลอยกรุ่นออกมาเตะจมูก
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเมียดีกว่าแม่หรือไง ถึงปล่อยให้ฉันยืนเคาะประตูจนคอแห้ง! แล้วนั่น... กลิ่นอะไร หอมอะไรขนาดนี้ แกเอาเงินที่ไหนมาทำอาหารดีๆ กินกันสองคนฮะ!" เฝิงซื่อแผดเสียงแหลม พยายามจะแทรกตัวเข้ามาในบ้านให้ได้
ลู่ถิงเฟิงขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปิดกั้นทางเข้าอย่างมิดชิด น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย
"แม่มาทำอะไรดึกดื่นค่ำมืดแบบนี้ครับ บ้านนี้เป็นบ้านของผมกับชิงหว่าน พวกเราจะกินอะไร มันก็เป็นสิทธิของเรา"
"สิทธิบ้าบออะไร! แกเป็นลูกฉัน เงินทุกหยอดในบ้านนี้ควรจะส่งให้ฉันเก็บ! นังนี่มันผลาญเงินเก่ง แกโดนมันเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม ถึงกล้ามาพูดจาย้อนฉันแบบนี้!" เฝิงซื่อชี้หน้าด่ากราดยาวเหยียด สายตาเหลือบไปเห็นชามข้าวผัดที่วางอยู่บนโต๊ะผ่านช่องว่างระหว่างแขนของบุตรชาย ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความโลภทันทีที่เห็นไข่และชิ้นเนื้อหมูแทรกอยู่ในเมล็ดข้าวสีทองสวย
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แม้แต่คนในตระกูลลู่เองก็แทบไม่ได้กินข้าวขาวล้วนแถมยังมีไข่เป็นส่วนประกอบแบบนี้ ชิงหว่านหามาจากไหน!
หลินชิงหว่านก้าวเท้าเดินออกมาเคียงข้างสามี ใบหน้าเรียาสวยประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานราวกับดอกไม้แรกแย้ม แต่แววตากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามดึก
"คุณแม่คะ เสียงดังโวยวายยามวิกาลแบบนี้ ระวังชาวบ้านเขาจะตื่นกันหมดนะคะ... อ้อ หรือว่าที่คุณแม่วิ่งมาเคาะประตูบ้านฉันเสียงดังลั่นขนาดนี้ เพราะได้กลิ่นข้าวผัดไข่หอมๆ จานนี้กันแน่คะ?"
เฝิงซื่อสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจี้ใจดำ ใบหน้าชราขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอายปนความโลภ
"นะ... นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน! แกเอาเงินที่ไหนซื้อข้าวขาวกับไข่พวกนี้ บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยนะยะ แกคิดจะผลาญสมบัติของตระกูลลู่หรือไง!"
"สมบัติ?" ชิงหว่านหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสดังกังวานไปทั่วบริเวณ "คุณแม่พูดเกินไปหรือเปล่าคะ ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านมา ฉันยังไม่เคยเห็นสมบัติอะไรของตระกูลลู่ที่คุณแม่พูดถึงเลยสักบาท เงินเดือนทหารของคุณถิงเฟิงก็ส่งให้คุณแม่หมดไม่ใช่เหรอคะ? แล้วที่ฉันทำกินอยู่นี่... เป็นน้ำพักน้ำแรงและการหามาด้วยความสามารถของฉันเองค่ะ ไม่ได้เบียดเบียนเงินทองของคุณแม่สักแดงเดียว"
"ตอแหล! แกเป็นแค่ผู้หญิงบ้านนอก จะไปหาเงินมาจากไหนถ้าไม่ใช่เงินของลูกชายฉัน!" เฝิงซื่อกรีดร้องสุดเสียง พยายามจะผลักลู่ถิงเฟิงให้พ้นทางเพื่อจะเข้าไปแย่งชิงอาหารในบ้าน
แต่มีหรือที่นายทหารหนุ่มจะยอมขยับ ลู่ถิงเฟิงยืนหยัดมั่นคงราวกับภูเขาผา แววตาคมกริบมองมารดาด้วยความผิดหวังระคนเหนื่อยหน่าย
"แม่กลับไปเถอะครับ ดึกมากแล้ว ชิงหว่านพูดถูก... อาหารพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเงินของแม่ และถ้าแม่ยังไม่เลิกโวยวายส่งเสียงรบกวนชาวบ้านพรุ่งนี้ ผมคงต้องไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่อยู่อาศัยให้มันชัดเจนเสียที"
คำขู่ของลู่ถิงเฟิงได้ผลชะงัด เฝิงซื่อชะงักกึก อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง และถ้าหากเรื่องลุกลามจนถึงขั้นแบ่งบ้าน นางก็จะไม่ได้เงินเดือนทหารที่ส่งมาจุนเจือครอบครัวอีกต่อไป
"แก... แกมันลูกอกตัญญู! เข้าข้างแต่นังเมียตัวแสบ!" เฝิงซื่อชี้หน้าบุตรชายด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ชิงหว่านด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี!"
สิ้นคำ เฝิงซื่อก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปด้วยความหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงเสียงบ่นพึมพำด่าทอไล่หลังตามประสาคนตระหนี่ถี่เหนียว
หลินชิงหว่านมองตามแผ่นหลังของแม่สามีที่ลับตาไป รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองสามีรูปงามที่ยืนถอนหายใจอยู่ข้างกาย
"ทำให้อารมณ์ทานข้าวของคุณสามีต้องสะดุดหมดเลยนะคะ" ชิงหว่านเอ่ยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย
ลู่ถิงเฟิงส่ายหน้าช้าๆ สายตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด มือหนายื่นมาจับมือเรียอบางของเธอไว้แน่น
"ไม่เป็นไรหครับ... ขอบคุณเธอนะชิงหว่าน ที่ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้" ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พี่ขอโทษด้วยที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องน่ารำคาญแบบนี้บ่อยๆ"
"ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอให้ใครรังแกอยู่ฝ่ายเดียวหอกค่ะ คุณก็รู้" ชิงหว่านยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ "เอาล่ะค่ะ อาหารในครัวยังอุ่นอยู่เลย เราเข้าไปทานกันต่อให้เสร็จเถอะค่ะ ปล่อยให้ความหิวรอช้าไม่ได้เด็ดขาด"
ทั้งสองเดินกลับเข้ามาในบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวผัดไข่ยังคงลอยอบอวลชวนน้ำลายสอ ลู่ถิงเฟิงมองจานข้าวผัดตรงหน้า เม็ดข้าวเรียงตัวสวยเคลือบด้วยไข่สีทองและน้ำมันหมูหอมกรุ่น ส่งกลิ่นยั่วยวนจิตใจจนชายหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ตักเข้าปากคำแรก... รสชาติกลมกล่อม หอมมัน และเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบกำลังพอดีทำเอาหัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบ ความเหนื่อยล้าจากการฝึกและเรื่องปวดหัวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ชายหนุ่มลงมือทานอย่างรวดเร็วแต่ทว่ายังคงความสง่างาม จนกระทั่งจานตรงหน้าเกลี้ยงเกลาไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว
หลินชิงหว่านมองภาพนั้นแล้วอมยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวสามีเสียหน่อย แต่จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ไม่ใช่เสียงแหลมสูงของเฝิงซื่อ
มันเป็นเสียงเคาะสามครั้งหนักแน่น... และตามด้วยเสียงกระซิบพร่าต่ำของผู้ชายคนหนึ่งที่แอบลอบเข้ามาทางหน้าต่างหลังบ้าน พร้อมกับเศษกระดาษโน้ตปริศนาที่ถูกโยนตกลงบนโต๊ะอาหารต่อหน้าต่อตาของทั้งคู่!
"คุณชิงหว่าน... หมอหลิน... รีบหนีเร็วเข้า คนของ 'ตระกูลสวี' รู้เรื่องสมุนไพรล้ำค่าในมิติของคุณแล้ว... และพวกมันกำลังมาที่นี่ตอนนี้!"
ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกค่ะ!
อวี้ซินหมอยายุค 70
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 18
ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันต์
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!