"ห้ามขยับ! ถ้าไม่อยากให้หน้าสวยๆ ของพวกแกมีรอยแผลเป็นจากมีดผ่าตัดเล่มนี้!"
คมมีดสเตนเลสสตีลเงาวับสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดในตรอกมืดมิดของตลาดเถื่อน หลินชิงหว่านไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ปลายเท้าของนางกดลงบนร่างของอันธพาลท้องถิ่นที่นอนโอ๊ยโอยอยู่บนพื้นดินแฉะๆ มือบางข้างหนึ่งยังคงถือตะกร้าไม้ไผ่สานแน่น
คำพูดกระซิบแหบพร่าเมื่อคืนของลู่ถิงเฟยยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท *'เจ้าต้องชดเชยให้ข้า ด้วยการปรนนิบัติสามีคนนี้อย่างสาสม'*—ให้ตายสิ นายทหารผู้เคร่งขรึมคนนั้น ใครจะคิดว่าพอลับตาคนแล้วจะเจ้าเล่ห์เป็นแมวป่า! แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะมาใส่ใจในตอนนี้ ในเมื่อเป้าหมายตรงหน้าคือการกวาดเงินหยวนเข้ากระเป๋าเพื่อเตรียมตัวหย่าขาดจากความวุ่นวายของตระกูลลู่ต่างหากเล่า
"พี่สาว... แม่นางคนสวย ข้าน้อยยอมแล้ว! ได้โปรดเก็บอาวุธประหลาดนั่นลงเถอะขอรับ!" นักเลงหัวไม้ที่เหลืออีกสองคนก้าวถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว พวกมันไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนในมณฑลนี้ ที่มือเปล่าแต่สามารถจัดการนักเลงร่างควายสามคนลงไปนอนกองกับพื้นได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีแถมยังใช้เศษไม้จิ้มจุดตายจนขยับตัวไม่ได้
หลินชิงหว่านแค่นเสียงเบาในลำคอ นางเก็บมีดผ่าตัดขนาดพกพาเข้ามิติลับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกวาดสายตาดุดันไปยังเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในตรอก—แผงลอยหลบๆ ซ่อนๆ ของพ่อค้าตลาดมืดที่เต็มไปด้วยความระแวง
"ถ้าไม่อยากโดนฝังเข็มพิษจนพูดไม่ได้ ก็เลิกส่งเสียงเอะอะแล้วมาดูสินค้าของฉันซะ"
นางเปิดผ้าขาวบางที่คลุมตะกร้าไม้ออก กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนผสมผสานกับกลิ่นแป้งสาลีหมักยีสต์ธรรมชาติก็พวยพุ่งทะลักทะลายออกมาราวกับระเบิดเวลาทางกลิ่น!
ในยุค 70 ที่เนื้อสัตว์เป็นของหายากและถูกควบคุมโควตาอย่างเข้มงวด การจะได้กินซาลาเปาสักลูกแทบจะเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนชั้นแรงงาน แต่ซาลาเปาในตะกร้าของหลินชิงหว่านไม่ใช่ซาลาเปาธรรมดา มันคือ 'ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมและน้ำซุปกระดูกเคี่ยว' สูตรลับแพทย์จีนโบราณที่นางดัดแปลงแป้งให้มีความนุ่มฟูละมุนลิ้น แต่ไส้ข้างในอัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูสามชั้นติดมันคุณภาพดีที่หยิบออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติส่วนตัว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วสูตรโบราณและพริกไทยเสฉวนเผ็ดร้อนเบาๆ
"สวรรค์... กลิ่นนี่มันอะไรกันวะ?" พ่อค้าตลาดมืดวัยกลางคนผู้มีฉายา 'ตาเหยี่ยว' จมูกกระตุกวูบ เขาลุกขึ้นยืนจากลังไม้เก่าๆ ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยดวงตาเป็นประกายหิวกระหาย
"ซาลาเปาไส้ทะลัก สูตรลับตระกูลหลิน ลูกละสองเหมา ห้ามต่อราคา" หลินชิงหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"สองเหมา?! แพงหูฉี่! เจ้าจะปล้นกันหรือไง ซาลาเปาแป้งหยาบในสหกรณ์ขายแค่ลูกละห้าเฟินเองนะ!" ลูกค้าคนแรกที่เดินผ่านมาโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ
หลินชิงหว่านแย้มยิ้มเยn เย็นชา นางหยิบซาลาเปาลูกอวบสีขาวนวลออกจากตะกร้า บรรจงใช้มือบีบเบาๆ ทันใดนั้น น้ำซุปข้นคลั่กสีอำพันก็ทะลักล้นออกมาจากรอยแยกของแป้ง พร้อมกับควันร้อนๆ ที่ลอยกรุ่นเตะจมูกผู้คนรอบข้างจนน้ำลายสอ
"แป้งหยาบพวกนั้นกินแล้วฝืดคอติดคอจนเกือบตาย แต่ซาลาเปาของฉัน ใช้แป้งสาลีขัดขาวชั้นดี หมักด้วยวิธีพิเศษ ไส้หมูเน้นๆ ไม่มีกากผักปนแม้แต่นิดเดียว ถ้ากินเข้าไปแล้วไม่รู้สึกว่าคุ้มเงินทุกหยวน ฉันยินดีคืนเงินให้สิบเท่า!"
ความมั่นใจและวาจาฉาดฉานของหญิงสาวทำให้ฝูงชนที่เริ่มเดินขวักไขว่ในตลาดมืดเริ่มหันมามอง ตาเหยี่ยวกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ เขายื่นมือสั่นเทาหยิบเงินเหมาจ่ายออกมาวาง "ข้าเอาลูกหนึ่ง... ไม่สิ เอาสองลูก!"
ทันทีที่กัดคำแรกเข้าไป เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นจากปากของตาเหยี่ยว เปลือกตาของเขาเบิกกว้าง น้ำซุปเข้มข้นรสกลมกล่อมแตกซ่านในโพรงปาก ความนุ่มของแป้งและความหวานฉ่ำของเนื้อหมูหมักทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดชั่วขณะ!
"อร่อย! อร่อยชิบหายเลยเว้ย! นี่มันอาหารของจักรพรรดิชัดๆ!"
สิ้นเสียงตะโกนของตาเหยี่ยว ฝูงชนที่ยืนรอดูเหตุการณ์อยู่รอบนอกก็กรูเข้ามาแย่งกันราวกับผึ้งแตกรัง มือชุลมุนนับสิบข้างยื่นเข้ามาพร้อมกับกำเงินเหมาและตั๋วอาหารในมือ
"ฉันเอาห้าลูก!"
"ฉันสิมาก่อน เอาสิบลูก! อย่าแย่งข้าวนะเว้ย!"
"แม่นาง อย่าเพิ่งหมดนะ เหลือให้ฉันลูกหนึ่งเถอะ ข้าจ่ายสามเหมาเลยเอ้า!"
ความโกลาหลย่อมๆ เกิดขึ้นกลางตลาดมืดในพริบตา ตะกร้าไม้ไผ่ที่เคยหนักอึ้งค่อยๆ เบาลงอย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดใสผุดขึ้นตามกรอบหน้าของหลินชิงหว่าน แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับพราวระยับด้วยความสะใจ เสียงเงินเหรียญและธนบัตรยับยู่ยี่ที่ถูกยัดใส่มือทำให้นางรู้สึกชื่นใจยิ่งกว่าการผ่าตัดเคสยากๆเสียอีก
ในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาที ซาลาเปาร้อยกว่าลูกหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษแป้ง!
หลินชิงหว่านก้มมองกองเงินในถุงผ้าดิบที่พองโตจนน่าตกใจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะดึงผ้าคลุมตะกร้าแล้วเตรียมตัวปลีกตัวออกจากตลาดมืด สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่คุ้นตาในชุดเสื้อโค้ตกันหนาวสีเขียวทหาร กำลังยืนกอดอกพิงผนังตึกอิฐแดงตรงมุมมืดของตรอก
ดวงตาคมกริบของลู่ถิงเฟยจ้องมองมาที่นางนิ่งสนิท แววตาคู่นั้นไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความระคนทึ่ง ความขบขัน และประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นยามค่ำคืน
"ขายเก่งถึงเพียงนี้... ดูท่าแล้วภรรยาของผมคงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองจริงๆ สินะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบของตรอกที่เริ่มว่าง
หลินชิงหว่านสะดุ้งเล็กน้อย แต่นางก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมปลาบของสามีในนามอย่างไม่เกรงกลัว "นายทหารลู่ว่างงานนักหรือ ถึงมาเดินตรวจตรอกซอกซอยยามวิกาลแบบนี้ หรือว่า... ติดใจรสชาติซาลาเปาของฉันเข้าแล้ว?"
ลู่ถิงเฟยสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่กดดันบรรยากาศรอบตัวจนหลินชิงหว่านต้องถอยหลังไปชนกับผนังกำแพง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนได้กลิ่นบุรุษจางๆ และความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
"ซาลาเปาน่ะอร่อยแน่..." ปลายนิ้วหนาเอื้อมไปเกลี่ยเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนของนางออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้หัวใจของแพทย์สาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "แต่คนที่ข้าอยากกินให้หมดคำ... ดูเหมือนจะไม่ใช่ซาลาเปาในตะกร้านั้นเสียแล้วสิครับ, ภรรยา"
—--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มลองซาลาเปาร้อนๆ และร่วมผจญภัยไปกับความแสบสันของหลินชิงหว่านนะคะ!
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 11
ซาลาเปาไส้ทะลักสะเทือนตลาดมืด
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!