ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 10

แผนการลับสู่ตลาดมืดเมืองอำเภอ

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทเย็นเยียบจ่ออยู่ตรงหน้า ห่างจากปลายจมูกของหลินชิงหว่านเพียงคืบเดียว ทว่าหัวใจของแพทย์หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 กลับไม่ได้เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว นางเพียงแต่หรี่ตาลงเล็กน้อย กวาดสายตามองนายทหารหนุ่มที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ลู่ถิงเฟย—สามีในนามผู้ควรจะอยู่ห่างออกไปนับพันลี้เพื่อปฏิบัติภารกิจลับ บัดนี้กลับยืนขวางทางหนีของนางไว้ในยามวิกาล บนร่างสูงใหญ่มีร่องรอยคราบดินและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ปะปนมากับกลิ่นอายบุรุษที่นางคุ้นเคย ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ฉายแววคุกคาม หากแต่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวงอย่างล้ำลึก "ชิงหว่าน... เจ้ากำลังจะไปไหนยามวิกาลเช่นนี้?" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถาม ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อยจากการวิ่งทางไกลมาตลอดคืน หลินชิงหว่านลอบกลืนน้ำาสลายความตื่นตระหนกในอกอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดหมุนวนด้วยความเร็วสูง นางจะบอกเขาได้อย่างไรว่าตนกำลังจะแอบยحสินค้าจาก "ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ" ไปขายในตลาดมืดเพื่อสร้างความร่ำรวยและหลุดพ้นจากตระกูลลู่? "ท่านพี่... ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเจ้าคะ?" หลินชิงหว่านแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่บีบเรียกออกมาได้อย่างแนบเนียน นางทรุดกายลงเล็กน้อย คล้ายสตรีอ่อนแอที่กำลังหวาดกลัว "ข้า... ข้าแค่นอนไม่หลับ ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์แถวชายป่าเท่านั้นเจ้าคะ" ลู่ถิงเฟยหรี่ตาลงมองภรรยาตัวน้อย ร่างระหงที่เคยเอาแต่โวยวายและเกียจคร้าน บัดนี้กลับสวมชุดรัดกุมทะมัดทะแมง บนหลังแบกย่ามผ้าใบใหญ่ที่อัดแน่นจนโป่งพอง หากนี่คือการมาสูดอากาศ เหตุใดจึงต้องพกพาสิ่งของราวกับจะย้ายบ้านเช่นนี้? "สูดอากาศยามดึกพร้อมกับย่ามใบโต และเสื้อผ้าที่เตรียมไว้สำหรับเดินทางไกลอย่างนั้นหรือ?" ลู่ถิงเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าว ปลายปืนลดระดับลง แต่รัศมีกดดันรอบตัวกลับทวีความรุนแรงขึ้น "หลินชิงหว่าน เจ้าคิดจะหนีข้าไปอีกแล้วใช่ไหม?" น้ำเสียงของเขาทั้งตัดพ้อและเต็มไปด้วยความดุดัน ทว่าแววตาคู่คมกลับซ่อนความกังวลระคนเจ็บปวดเอาไว้ ลู่ถิงเฟยเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเสี่ยงตายเพื่อกลับมาหาภรรยาที่บ้านเกิด แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นการที่นางกำลังแอบย่องออกนอกบ้านในยามวิกาล หลินชิงหว่านขบกริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาที่จะหลอกได้ง่ายๆ เขามีสัญชาตญาณของทหารหน่วยรบพิเศษที่เฉียบคมยิ่งกว่าสุนัขล่าเนื้อ "ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ได้หนี แต่กำลังจะไปหาเงินล้านล่ะ ท่านจะเชื่อไหม?" หลินชิงหว่านตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาที่เคยหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่มั่นคง ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้ทำให้ลู่ถิงเฟยชะงักงันไปชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมท่ามกลางความมืดของค่ำคืนในชนบท ลู่ถิงเฟยจ้องมองดวงหน้าเนียนใสที่สะท้อนกับแสงจันทร์ แววตาของภรรยาในยามนี้ไม่มีความหวาดกลัวหรือความไร้เดียงสาหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยประกายระยับของความฉลาดเฉลียวและดื้อรั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวนาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ลู่ถิงเฟยเก็บปืนเข้าซองหนังอย่างรวดเร็ว ก้าวเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้แน่นด้วยมือใหญ่ที่หยาบกร้านจากงานหนักและการจับอาวุธ "อยากหาเงินล้าน? ในยุคสมัยที่การค้าขายเอกชนผิดกฎหมายเช่นนี้ เจ้ากล้าหาญถึงขนาดคิดจะไปตลาดมืดเลยสินะ" หลินชิงหว่านสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกอ่านความคิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นางพยายามสะบัดแขนออก แต่แรงของนายทหารหนุ่มนั้นมีมากราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยนะ! ถึงข้าจะไปตลาดมืดแล้วมันทำไมเล่า? อยู่ที่บ้านตระกูลลู่มีแต่จะอดตาย แม่สามีท่านจ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อข้า ถ้าข้าไม่หาทางดิ้นรน จะให้ข้าอยู่รอความตายหรือยังไง?" หลินชิงหว่านตวัดเสียงใส่ด้วยความโมโห ลืมภาพลักษณ์สตรีผู้เรียบร้อยไปจนหมดสิ้น นางเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ "ท่านจะจับข้าส่งคอมมูนหรือไงก็เชิญ!" ลู่ถิงเฟยไม่โกรธเคืองที่ถูกภรรยาต่อว่า ตรงกันข้าม หัวใจของเขากลับกระตุกวูบเมื่อนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ของนางในบ้านตระกูลลู่ที่ผ่านมา เขารู้ดีว่ามารดาของตนเองนั้นใจร้ายและลำเอียงเพียงใด ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยื่นมืออีกข้างไปปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนเรือนผมดำขลับของนางอย่างเบามือ การกระทำที่อ่อนโยนนี้ทำให้หลินชิงหว่านชะงักค้าง กะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง "ใครบอกว่าจะส่งเจ้าไปคอมมูนกัน?" ลู่ถิงเฟยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ในเมื่อภรรยาตัวน้อยของข้ามีความทะเยอทะยานอยากหาเงินล้าน... ในฐานะสามีที่ดี ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปเผชิญอันตรายคนเดียวได้อย่างไร?" หลินชิงหว่านเบิกตากว้าง "หมายความว่า..." "หมายความว่า..." ลู่ถิงเฟยโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้มนวล "ถ้าเจ้าจะไปตลาดมืดเมืองอำเภอ ข้าจะไปเป็น 'บอดี้การ์ด' และ 'คนแบกของ' ให้เจ้าเอง... แต่มีข้อแม้ว่า เจ้าต้องแบ่งกำไรให้ข้าครึ่งหนึ่ง ตกลงไหม?" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่ม ทำเอาแพทย์หญิงอัจฉริยะถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สามีคลั่งรักผู้นี้... เหตุใดจึงกลายเป็นผู้ร่วมขบวนการทำผิดกฎหมายไปเสียได้เล่า! แม้จะยังงุนงงกับท่าทีที่พลิกผันราวพลิกฝ่ามือของสามี แต่เวลาในยามวิกาลรอไม่ได้ หลินชิงหว่านพยักหน้ารับข้อเสนออย่างจำใจ ทั้งคู่จึงลอบเดินทางออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่ "ตลาดมืด" แห่งเมืองอำเภอภายใต้แสงจันทร์สลัว ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ทั้งสองก็มาถึงตรอกลับมืดทึบหลังตลาดสดเมืองอำเภอ ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าเลี่ยงกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ บรรยากาศรอบด้านเงียบเชียบและเต็มไปด้วยความระแวง มีเงาร่างของพ่อค้าแม่ค้าเถื่อนหลายคนกำลังตั้งแผงขายสินค้าหายากหลบๆ ซ่อนๆ หลินชิงหว่านดึงหมวกผ้าฝ้ายลงมาปิดบังใบหน้า พลางเอื้อมมือไปแตะที่อากาศว่างเปล่าในความมืด พริบตานั้น กล่องลังบรรจุ "แป้งสาลีขาวสะอาดเกรดพรีเมียม" และ "น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์" น้ำหนักรวมหลายสิบชั่ง ก็ปรากฏขึ้นบนมือของลู่ถิงเฟยจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ ลู่ถิงเฟยรับลังสินค้ามาถือไว้ได้อย่างแม่นยำ แม้เขาจะเคยเห็นภรรยามีความลับประหลาดมาบ้างจากการเดินทางร่วมกันครั้งก่อน แต่การเสกของออกมาจากอากาศธาตุเช่นนี้ก็ยังทำให้ดวงตาคมกริบฉายแววทึ่งระคนทึ่งจัด "ของพวกนี้... คุณภาพดีเยี่ยมเกินกว่าสินค้าในสหกรณ์รัฐเสียอีก" ลู่ถิงเฟยกระซิบพินิจพิจารณาหีบห่อสินค้า "แน่นอนสิ ของข้าเสียอย่าง!" หลินชิงหว่านเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ นางวางแผนจะเปิดแผงขายแป้งสาลีและน้ำตาลในราคาย่อมเยาเพื่อกอบโกยเงินสดก้อนโตในคืนนี้ ทว่า ในจังหวะที่ลู่ถิงเฟยกำลังจะก้าวเท้าออกไปตั้งแผงที่มุมมืดด้านหน้า สายตาดุจเหยี่ยวของนายทหารหนุ่มก็พลันกวาดไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่เดินลาดตระเวนเข้ามาใกล้ตรอกนี้ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของ "หน่วยตรวจการตลาดมืด" ที่ดังใกล้เข้ามาทุกที! "ชิงหว่าน... ซ่อนตัวเร็ว!" ลู่ถิงเฟยคว้าเอวบางของนางเข้ามาชิดร่างแกร่งในพริบตา ดึงเข้าไปหลบหลังกองลังไม้เก่าๆ ที่มุมอับสายตา ลมหายใจของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำ แสงไฟฉายจากเจ้าหน้าที่ตรวจการสาดส่องเข้ามาในตรอกแคบๆ ลำแสงสีขาวกราดผ่านพื้นดินห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสองเมตร! หัวใจของหลินชิงหว่านแขวนอยู่บนเส้นด้าย หากถูกจับได้ในข้อหาค้าขายเถื่อน ชีวิตในยุค 70 ของนางคงจบสิ้นลงอย่างอนาถแน่ ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง ปลายนิ้วอุ่นจัดของลู่ถิงเฟยก็แตะลงบนริมฝีปากของนางเบาๆ เพื่อห้ามปรามไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด... ก่อนที่ดวงตาคมกริบของเขาจะก้มลงมองริมฝีปากอิ่มด้วยประกายไฟร้อนแรงที่ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความมืดมิด และในจังหวะที่เงาของเจ้าหน้าที่ตรวจการกำลังเดินผ่านพ้นมุมตึกไป เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูก็ทำเอาสติของนางแทบกระเจิง— "ถ้าคืนนี้เราปลอดภัยออกไปได้... เจ้าต้องชดเชยให้ข้า ด้วยการ 'ปรนนิบัติ' สามีคนนี้อย่างสาสม... ตกลงไหม, ภรรยา?" อวี้ซินหมอยายุค 70 (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอดนะคะ!)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%