ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 29

ขยายอาณาจักรธุรกิจ สมุนไพรแปรรูป

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"ถ้าขวดแก้วล็อตนี้มีรอยตำหนิแม้แต่นิดเดียว หรือการปิดผนึกขี้ผึ้งสมุนไพรไม่แน่นหนาพอจนอากาศเข้าได้ ฉันจะตีราคาค่าเสียหายจากพวกเธอเป็นสองเท่า... ตกลงตามนี้ไหมคะพี่สาว?" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมของหลินชิงหว่านดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอายฉุนจมูกของรากโสมตังกุยและสมุนไพรจีนนับสิบชนิดที่อบอวลไปทั่วห้องโถงด้านหลังโรงเก็บฟืน ภายในบ้านพักตระกูลลู่ยามบ่ายนี้ ปรากฏภาพของหญิงสาวชาวบ้านสามคนที่จ้างมาช่วยงาน กำลังนั่งหน้าเคร่งเครียด มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ฮึกเหิม เพราะค่าแรงที่หลินชิงหว่านให้นั้นสูงกว่าการไปรับจ้างเกี่ยวข้าวกลางแดดเปรี้ยงๆ ถึงสามเท่าตัว! "ตกลงค่ะคุณชิงหว่าน! วางใจได้เลย พวกฉันตรวจดูอย่างละเอียดทุกลูกทุกใบแล้ว ไม่มีทางพลาดแน่ๆ!" พี่สะใภ้ใหญ่บ้านรองรีบละล่ำละลักตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขวดแก้วสีชาขนาดจิ๋วที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้จนเงาวับ ในมือของเธอคือ 'ยาทาบรรเทาอาการปวดเมื่อยและฟกช้ำสูตรโบราณ' ที่ผสมผสานภูมิปัญญาแพทย์แผนจีนเข้ากับสารสกัดบริสุทธิ์จากมิติลับของหลินชิงหว่าน เนื้อขี้ผึ้งสีเขียวมรกตส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ทาปุ๊บหายปวดปั๊บ ราวกับมีเวทมนตร์ นี่ไม่ใช่แค่การทำยาขายแก้ขัดอีกต่อไปแล้วค่ะ... แต่มันคือการ "ขยายอาณาจักรธุรกิจ สมุนไพรแปรรูป" อย่างเต็มตัว! หลินชิงหว่านในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา ปอยผมลู่ไปตามกรอบหน้าเพราะเหงื่อจากการเคี่ยวตัวยา เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววพึงพอใจเมื่อกวาดสายตามองผลิตภัณฑ์นับร้อยขวดที่บรรจุลงกล่องกระดาษคราฟท์อย่างประณีต ฝีมือการออกแบบโลโก้และฉลากสินค้าด้วยลายมือพู่กันจีนอันทรงพลัง ทำให้ขี้ผึ้งตลับนี้ดูราวกับเวชภัณฑ์ราคาแพงจากเมืองหลวง ทั้งที่ต้นทุนในมิติลับของเธอนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ตั้งแต่วันที่เธอตบหน้าหมอเฒ่าประจำอำเภอและสั่งสอนชาวบ้านที่ชอบนินทาด้วยวิชาฝังเข็ม ชื่อเสียงของ "หมอหญิงตระกูลลู่" ก็ขจรขจายไปไกล ยาเพิ่มพลังชี่และยาสมานแผลที่เธอเคยทำแจกชาวบ้าน ถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงแผงในตลาดมืด และนั่นคือสัญญาณเตือนว่า... ตลาดระดับล่างในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้เริ่มแคบเกินไปสำหรับเธอแล้ว เป้าหมายต่อไปคือการส่งสินค้าเข้า "ร้านขายยาเป่าเหอซิ่ง" ร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมืองมณฑล ซึ่งผูกขาดการค้ารายใหญ่ในแถบนี้! "ชิงหว่าน ลูกสาว... เอ๊ย ลูกสะใภ้รอง!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแหวกลมเข้ามา พร้อมกับร่างผอมเกร็งของแม่สามีเฝิงซื่อที่ผลักประตูเข้ามาหน้าตาตื่น ในมือถือตะกร้าผักเหี่ยวๆ แต่สายตาคู่นั้นกลับกวาดมองกล่องกระดาษบนโต๊ะราวกับหมาป่าเห็นเนื้อชิ้นโต "แม่มีธุระอะไรหรือคะ ถึงได้เดินมาถึงเรือนหลังนี้ได้ ปกติเห็นบ่นว่าปวดเอวไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้เดินเหินคล่องแคล่วจังล่ะคะ" หลินชิงหว่านเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา เธอยืนบังกล่องยาล็อตใหญ่ไว้ครึ่งหนึ่งอย่างระแวดระวัง เฝิงซื่อส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ นางเหลือบมองขวดแก้วหน้าตาประหลาดพวกนั้นด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเบะปากแล้วเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้ "ข้าไม่ได้ตาบอดนะชิงหว่าน! ช่วงนี้พวกเจ้าสามคนสามีภรรยาเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ทำเสียงโครมครามตำนู่นผสมนี่อยู่ได้ทุกวัน... นี่มันยาอะไรกัน ทำไมถึงมีกลิ่นฉุนพิลึกแบบนี้ หรือว่าเจ้าแอบเอาเงินของตระกูลลู่ไปซื้อสมุนไพรพวกนี้มาเล่นสนุกห๊ะ!?" หญิงแก่เท้าสะเอวเตรียมเปิดฉากโวยวายตามนิสัยเดิม หวังจะกดดันให้สะใภ้ตัวแสบคายผลประโยชน์ออกมาบ้าง ยิ่งช่วงนี้ชาวบ้านลือกันหนาหูว่าหลินชิงหว่านหาเงินเข้าบ้านได้เป็นกอบเป็นกำ เฝิงซื่อก็ยิ่งนอนไม่หลับ ข้าวปลาไม่ยอมกิน เพราะกลัวว่าลูกชายคนรองอย่างลู่ถิงจะหลงภรรยาจนแยกบ้านออกไปโดยไม่แบ่งสมบัติให้เธอนั่นเอง เหล่าหญิงรับจ้างทั้งสามคนต่างพากันหดหัวเงียบ ไม่กล้าสอดปากเพราะเกรงกลัวบารมีแม่สามีจอมเค็ม แต่หลินชิงหว่านหรือจะสะทกสะท้าน? เธอแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดแม่สามีด้วยท่าทางสง่างามจนอีกฝ่ายต้องผถะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เงินที่ใช้ซื้อสมุนไพร เป็นเงินหยาดเหงื่อแรงกายที่ฉันกับพี่ถิงหามาด้วยกันค่ะแม่... อ้อ ลืมบอกไป ยาขวดเล็กๆ พวกนี้ ล็อตแรกที่กำลังจะส่งเข้าเมืองพรุ่งนี้เช้า คาดว่าจะทำกำไรได้อย่างน้อยสามร้อยหยวน!" หลินชิงหว่านจงใจเน้นเสียงคำว่า 'สามร้อยหยวน' ให้ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาของเฝิงซื่อเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า สามร้อยหยวน!? เงินเดือนทหารของลู่ถิงทั้งปีรวมกันยังสู้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! "สะ... สามร้อยหยวน?! เจ้านี่มันกล้ามากนะ! ของพวกนี้ใช้ชื่อตระกูลลู่ ผลิตในบ้านตระกูลลู่ แต่เจ้ากลับคิดจะฮุบเงินทั้งหมดไว้คนเดียวอย่างนั้นเรอะ!" เฝิงซื่อกรีดร้องเสียงหลง มือเหี่ยวย่นเอื้อมคว้าหมับไปที่กล่องยาล็อตใหญ่ทันที หมายจะหยิบฉวยมาเป็นของตน *เพียะ!* เสียงตบมือลงบนโต๊ะไม้ดังสนั่น ไม่ใช่ฝ่ามือของหลินชิงหว่าน... แต่เป็นร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงที่ก้าวพรวดเข้ามาจากประตูหน้า สีหน้าของนายทหารหนุ่มถมึงทึง ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวกดดันจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ "แม่ครับ!" ลู่ถิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างมารดาและภรรยาโดยสัญชาตญาณ "ทุกสิ่งที่ชิงหว่านทำ เธอเหนื่อยยากด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ยาพวกนี้ใช้สูตรลับของตระกูลฝั่งตาเธอ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลลู่ทั้งสิ้น และถ้าแม่ยังกล้ามาวุ่นวายอาละวาดในพื้นที่ทำงานของภรรยาผมอีก... ผมคงต้องขออนุญาตพูดคุยเรื่องการแยกบ้านให้เด็ดขาดเสียที!" คำว่า "แยกบ้าน" หลุดออกมาจากปากของลู่ถิง ทำให้เฝิงซื่อหน้าซีดเผือดลงทันทีในพริบตา นางอ้าปากพะงาบๆ จะด่าทอแต่ก็ไม่กล้าสู้สายตาดุดั่งพญาเสือของบุตรชายคนนี้ ลู่ถิงขึ้นชื่อเรื่องความกตัญญูก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องของภรรยาแล้ว เขามีความเด็ดขาดชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็รั้งไม่อยู่ "แก... แกมันลูกอกตัญญู! เข้าข้างเมียนักนะ!" เฝิงซื่อชี้หน้าบุตรชายด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดก้นหนีออกไปพร้อมกับเสียงร้องไห้โฮคร่ำครวญเรียกความน่าสงเคราะห์จากชาวบ้านข้างทางตามระเบียบ หลินชิงหว่านมองตามหลังร่างที่วิ่งหนีไปอย่างไม่แยแส เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน ลู่ถิงรีบเปลี่ยนสีหน้าจากยักษ์มารเป็นหนุ่มซื่อตาแป๋ว เขายื่นมือหนามาจับมือเรียวของเธอไว้แน่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดออนที่เก็บไว้ใช้กับเธอแค่คนเดียวเท่านั้น "ภรรยา... เหนื่อยไหมครับ? ผมจัดการไล่คนน่ารำคาญออกไปให้แล้วนะ คืนนี้ผมต้มซุปกระดูกหมูตุ๋นโสมป่าที่คุณชอบไว้หม้อใหญ่เลย เดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จ ผมจะนวดไหล่ให้คุณเองนะ" ดวงตาของหลินชิงหว่านพราวระยับ เธอหยิกหมับเข้าที่เอวหนาของสามีเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ปากหวานนักนะคะ... แต่เรื่องงานพรุ่งนี้เช้า คุณต้องเป็นคนขับเกวียนพาฉันเข้าเมืองเองนะ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดยามอรุณรุ่งสาดส่องลงบนถนนดินแดง ลู่ถิงควบเกวียนม้าที่บรรจุดึงกล่องยาสมุนไพรแปรรูปชุดแรกมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอ ท่ามกลางความตื่นเต้นเร้าใจว่า "ร้านขายยาเป่าเหอซิ่ง" จะต้อนรับผลิตภัณฑ์ของเธอหรือไม่ แต่ทว่า... เมื่อเกวียนม้าแล่นมาถึงหน้าร้านขายยาเป่าเหอซิ่ง หลินชิงหว่านกลับต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ หน้าร้านมีเกวียนม้าหรูหราติดตราสัญลักษณ์ตระกูลใหญ่จอดเทียบท่าอยู่ก่อนแล้ว และชายชราในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองผู้หนึ่งกำลังยืนไอโขกอยู่หน้าร้าน พร้อมกับตะโกนลั่นด้วยความเดือดร้อน "ใครก็ได้! ตามหมอฝีมือดีมาที ลูกชายฉันกำเริบหายใจไม่ออกแล้ว! ใครรักษาหาย ฉันจะให้เงินรางวัลหนึ่งพันหยวน!" หลินชิงหว่านสบตากับลู่ถิงทันที... โอกาสทองลอยมาถึงมือแล้วค่ะ! --------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%