"คุณหมอหลิน... พวกเรามีหมายเรียกตัวคุณเกี่ยวกับเรื่อง 'สินค้าต้องห้าม' ที่คุณแอบส่งออกนอกเขต... หวังว่าคุณคงจะไม่อ้างเรื่องสมุนไพรอีกนะ?"
เสียงทุ้มต่ำและจริงจังของหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำคอมมูนดังขึ้นก้องคับห้องตรวจโรคชั่วคราว กระดาษแผ่นบางในมือของเขาดูราวกับใบมีดคมกริบที่พร้อมจะกรีดแทงอนาคตของใครสักคนให้พังทลายลงในพริบตา ทว่า หลินชิงหว่านกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บางเบา ราวกับนางพญาที่กำลังมองดูเด็กน้อยเล่นขายของ
ในยุคปี 1970 ที่ทุกอย่างยังถูกควบคุมด้วยบัตรปันส่วนและการค้ารัฐวิสาหกิจ การแอบนำเอาสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นดีจากมิติลับ ออกมาปล่อยในตลาดมืด ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกเพ่งเล็ง แต่นางหรือคือหลินชิงหว่าน แพทย์หญิงผู้เคยผ่านความเป็นความตายในศตวรรษที่ 21 มาแล้ว เรื่องแค่นี้จะมีค่าอะไรให้ต้องสะดุ้งสะเทือน?
"อ๋อ หมายเรียกนี้เอง..." ชิงหว่านกวาดตามองตัวหนังสือบนกระดาษด้วยท่าทีสบายใจเฉิบ นางวางปากกาหมึกซึมในมือลงช้าๆ ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ "หัวหน้าจาง ท่านพูดราวกับว่าฉันเป็นนักโทษแหกคุกอย่างนั้นแหละ สินค้าต้องห้ามอะไรกันคะ? ที่ฉันแจกจ่ายให้ชาวบ้านเมื่อวาน มันเป็นแค่ลูกอมสมุนไพรบำรุงธาตุที่ฉันปรุงขึ้นเองจากตำรับยาโบราณ หรือว่าทางคอมมูนจะมีกฎหมายห้ามไม่ให้ชาวบ้านบำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรพื้นบ้านกันล่ะ?"
"นี่คุณหลิน! อย่ามาเล่นลิ้นนะ ทางเราได้รับรายงานลับว่ามีคนเห็นคุณขนยลังกระดาษจำนวนมากเข้าออกทางท้ายหมู่บ้านในช่วงดึก..." หัวหน้าจางขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะเอ่ยปากคาดคั้นต่อ ทว่าจังหวะนั้นเอง ประตูไม้เก่าแก่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความดุดันและกลิ่นอายเลือดสนามรบที่แผ่ออกมาจากตัวของเขากดทับบรรยากาศในห้องให้เงียบกริบลงทันที
ลู่ถิงเฟิง!
สามีในนามผู้เงียบขรึมและมักจะหายตัวไปปฏิบัติภารกิจทหารอยู่เสมอกลับมายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันไปมองหน้าหัวหน้าจางนิ่งๆ ก่อนจะกวาดสายตามาหยุดอยู่ที่ภรรยาตัวแสบ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ใครคาดคิด ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก
"หัวหน้าจาง..." ลู่ถิงเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง "ภรรยาของผม... ผมเป็นคนดูแลเอง หากมีปัญหาเรื่องสมุนไพรหรือการค้าขายใดๆ ที่ท่านสงสัย ผมในฐานะสามีขอรับผิดชอบตรวจสอบด้วยตัวเอง ท่านคิดว่าอย่างไร?"
หัวหน้าจางอ้าปากค้างเล็กน้อย ทหารหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้เพิ่งกลับมาจากค่ายใหญ่ ยศตำแหน่งก็สูงกว่าเขาเสียอีก เมื่ออีกฝ่ายออกหน้าปกป้องภรรยาเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะกล้าต่อความยาวสาวความยืดให้เป็นเรื่องใหญ่โต สุดท้ายจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีแล้วเก็บหมายเรียกกลับไป พร้อมกับทิ้งคำขู่ทิ้งท้าย "ฝากเตือนเธอก็แล้วกัน อย่าให้มีหลักฐานคาหนังคาเขาขึ้นมาจริงๆ!"
สิ้นเสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ ห้องตรวจก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
หลินชิงหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยังคงยืนบังแสงสว่างจากหน้าต่างจนเงาของเขาทอดทับร่างของนางจนมิด "ไงคะท่านผู้กองลู่ มาถึงก็ออกโรงปกป้องภรรยาเชียวนะ กลัวว่าฉันจะโดนจับเข้าคุกจนไม่ได้ทำอาหารให้กินหรือไง?"
ลู่ถิงเฟิงไม่ตอบทันที เขาสสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแดดและฝุ่นควันจางๆ ลอยเข้ามาชิดปลายจมูก มือหนาหนาและมีรอยด้านจากการจับอาวุธเอื้อมออกไป คว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้เบาๆ แต่แน่นหนา พลางก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง
"ตามฉันมาหลังบ้าน..."
คำสั่งสั้นๆ แต่เฉียบขาดทำให้นางเอกสาวถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
เบื้องหลังบ้านพักหลังน้อยของตระกูลลู่ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินชื้นยามบ่าย ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินชิงหว่านต้องเบิกตากว้างไม่ใช่บรรยากาศรอบตัว แต่เป็น 'ลังไม้ขนาดใหญ่' สามลังที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองฟืนหลังบ้าน ซึ่งมันคือสินค้าล็อตใหญ่ที่นางเพิ่งแอบดึงออกมาจากมิติลับเพื่อเตรียมไปส่งให้เครือข่ายตลาดมืดในคืนนี้!
*เขารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?*
ดวงตากลมโตฉายแววตกใจระคนระแวดระวัง นางถอยหลังไปกึ่งก้าว มือเตรียมจะดึงเข็มเงินซ่อนรูปออกมาจากแขนเสื้อ ทว่าลู่ถิงเฟิงกลับเร็วกว่า มือหนาของเขาเอื้อมไปเปิดฝาลังไม้ออก เผยให้เห็นขวดเซรามิกบรรจุยาลับและแป้งสาลีเนื้อดีเลิศที่ไม่มีทางหาซื้อได้ตามสหกรณ์ทั่วไปในยุคนี้
ลู่ถิงเฟิงก้มมองสิ่งของในลังนิ่งนาน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น
ชิงหว่านเม้มริมฝีปากแน่น เตรียมจะอ้างเหตุผลร้อยแปดพันประการเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกกล่าวหาว่าเป็น 'พ่อค้าคนกลางหัวกำไร' หรือพวกทำลายระบบสังคมนิยม แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยปากชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นเสียก่อน
แววตาของลู่ถิงเฟิงไม่ได้มีความรังเกียจหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความขบขันระคนความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งจนน่ากลัว... เขารู้ความลับของนางมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่เรื่องตลาดมืด แต่... เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของภรรยาคนนี้ตั้งแต่แรก
"ของพวกนี้..." ลู่ถิงเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ถ้าเอาไปส่งที่ตลาดมืดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอ น่าจะได้ราคาดีกว่าที่เธอกะไว้เกือบเท่าตัวนะ ชิงหว่าน"
หลินชิงหว่านอึ้งงันไปชั่วขณะ สมองที่ฉดเฉียวรวดเร็วประมวลผลแทบไม่ทัน "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?"
"ฉันหมายความว่า..." ลู่ถิงเฟิงย่อตัวลง ใช้แขนเสื้อปัดฝุ่นออกจากลังไม้ ก่อนจะยกมันขึ้นแบกพาดบ่ากว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง พลางหันกลับมามองภรรยาคนสวยที่ยังคงยืนอ้าปากค้างอยู่กับที่ "ภรรยาของฉันฉลาดหาเงินขนาดนี้ มีหรือที่สามีทหารซื่อๆ อย่างฉันจะไม่ช่วยสนับสนุน? เย็นนี้ถ้าอยากไปตลาดมืด... ก็เดินตามสามีคนนี้มาดีๆ ฉันจะช่วยแบกของเอง"
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบแผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่มที่กำลังแบลังสินค้าของนางไว้บนบ่า ภาพนั้นทั้งทรงพลัง อบอุ่น และชวนให้หัวใจของแพทย์หญิงสาวเต้นระส่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวขาออกจากเขตบ้าน เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีจอมเค็ม (เฝิงซื่อ) ก็ดังแหวกลมหนาวเข้ามาจากหน้าประตูรั้ว!
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกจะแบกอะไรออกไปลับๆ ล่อๆ หน้าตาแบบนั้น! หรือว่าแกแอบซ่อนเงินทองของมีค่าไว้กับอีนังสะใภ้ตัวดีนี่ แล้วคิดจะหนีไปเสวยสุขกันสองคนใช่ไหม!"
ร่างอ้วนท้วมของเฝิงซื่อพุ่งพรวดเข้ามาขวางทางออกไว้ พร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยว นางชี้หน้าลูกชายและสะใภ้ด้วยมือสั่นเทา ดวงตาสสอดส่ายมองลังไม้บนบ่าของลูกชายราวกับสุนัขป่าเห็นเหยื่ออันโอชะ!
--------------------
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของซุปตาร์สะใภ้สายสตรองคนนี้เสมอนะคะ)
ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 23
สามีรู้ความลับเรื่องตลาดมืด
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!