ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 27

สมุนไพรล้ำค่ารักษาอาการบาดเจ็บให้สหายสามี

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
เสียงไม้เท้ากระทบพื้นซีเมนต์ของห้องโถงกองพลดังป็อกแป็ก—จังหวะกะยุกกะยักนั้นบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้พบเห็น แต่สำหรับหลินชิงหว่านแล้ว เสียงนั้นคือ “เสียงสะท้อนความเจ็บป่วย” ที่เธอพร้อมจะเข้าไปผ่าตัดแก้ไขด้วยสองมือคู่นี้ “ผู้กองเฉิน นั่งลงเถอะค่ะ ขืนฝืนเดินยืดขาแบบนั้น เส้นประสาทรอบกระดูกสะบ้าและเอ็นข้อต่อของคุณจะยิ่งพันกันยุ่งเหยิงไปกันใหญ่” ชิงหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างของ “เฉินกั๋วเฉียง” สหายสนิทร่วมรบของลู่ถิงเฟิง อดีตนายทหารหนุ่มอนาคตไกลที่ต้องกลายเป็นผู้พิการทางขาจากสะเก็ดระเบิดในสมรภูมิ ใบหน้าคร่ำเคร่งด้วยความเจ็บปวดเรื้อรังของเขาทำให้ลู่ถิงเฟิงที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างๆ ถึงกับลอบถอนหายใจ ลู่ถิงเฟิงขยับตัวเข้ามาใกล้ภรรยาโดยอัตโนมัติ มือใหญ่หนาวางลงบนบอบบางของชิงหว่านเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน “ชิงหว่าน... ขาของกั๋วเฉียง หมอประจำค่ายบอกว่าเส้นประสาทตายไปหมดแล้ว เธอแน่ใจนะว่า...” “ถ้าฉันไม่แน่ใจ คงไม่สั่งให้คุณไปยกถังน้ำสมุนไพรต้มเดือดสิบถังมาไว้หลังบ้านหรอกค่ะ ลู่ถิงเฟิง” ชิงหว่านปรายตาค้อนสามีหนุ่มทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปสบตากับเฉินกั๋วเฉียงที่มองเธอด้วยแววตาทั้งมีความหวังและหวาดระแวงระคนกัน เฉินกั๋วเฉียงยิ้มเจื่อนอย่างปลงตก “น้องสะใภ้... ผมชินแล้วล่ะ สองปีมานี้ หมอทหารเก่งๆ ก็รุมรักษามาหมด กินยาจีนมาเป็นโอ่งๆ สุดท้ายก็ทำได้แค่ใช้ไม้เท้าพยุงร่างกายเน่าๆ นี้ไปวันๆ คุณเป็นแค่... เอ่อ หมอชาวบ้าน อย่าได้ลำบากเลยครับ” คำว่า “หมอชาวบ้าน” ไม่ได้ทำให้ชิงหว่านโกรธเคืองแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์แต่น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน “หมอชาวบ้านคนนี้แหละค่ะที่จะทำให้คุณทิ้งไม้เท้าคู่นั้นลงถังขยะภายในสามวัน!” สิ้นคำพูดอันโอหังแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ชิงหว่านก็พลิกข้อมือเบาๆ ในความมืดของแขนเสื้อ—วูบ! ขวดแก้วใสบรรจุ “สารสกัดโสมพันปีผสมน้ำอมฤตมิติ” พร้อมด้วยเข็มเงินสเตอริไนต์บริสุทธิ์จากศตวรรษที่ 21 ก็ปรากฏขึ้นในอุ้งมืออย่างแนบเนียนผ่านการดึงออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติส่วนตัว กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรล้ำค่าโชยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องทันที กลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นยาจีนเคี่ยวขมปี๋ที่เฉินกั๋วเฉียงคุ้นเคย แต่มันเป็นกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นราวกับป่าสนหลังฝนตก ทันทีที่สูดดม ขาข้างที่ชาด้านไร้ความรู้สึกมาแรมปีกลับเกิดอาการร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด! “นี่มัน...!” เฉินกั๋วเฉียงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายสะดุ้งเฮือก “อย่าขยับค่ะ!” ชิงหว่านเสียงเข้มขึ้น ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยสัญชาตญาณแพทย์อัจฉริยะ มือเรียวบางราวกับหยกสลักลงมือฝังเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญที่บริเวณสะโพกและข้อพับเข่าของเฉินกั๋วเฉียงอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ทุกจุดที่เข็มลงไปมีพลังปราณทิพย์และตัวยาเข้มข้นซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือดและเส้นเอ็นโดยตรง เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ของเฉินกั๋วเฉียงดังขึ้นด้วยความเจ็บปวดปนสบายที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก ลู่ถิงเฟิงยืนมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความภาคภูมิใจ ภรรยาตัวน้อยของเขาในยามนี้น่าเกรงขามและงดงามราวกับเทพเซียนลงมาโปรดสัตว์ รัศมีรอบตัวเธอนั้นเจิดจ้าเสียจนเขารู้สึกว่าแสงอาทิตย์ยามบ่ายยังเทียบไม่ติด “ทนหน่อยนะคะเฉินกั๋วเฉียง การฟื้นฟูเส้นประสาทที่ตายซากให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตอนที่คุณโดนสะเก็ดระเบิดเสียอีก!” ชิงหว่านกล่าวเสียงเฉียบขาด พร้อมกับนวดคลึงฝ่าเท้าของชายหนุ่มเพื่อกระตุ้นจุดสะท้อน ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็ม เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าของเฉินกั๋วเฉียงและชิงหว่าน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้ลู่ถิงเฟิงถึงกับอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง “ลองขยับนิ้วเท้าดูค่ะ” ชิงหว่านถอนหายใจยาว ดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายเก็บเข้ามิติ พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มเหนื่อยอ่อนแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เฉินกั๋วเฉียงก้มมองขาข้างที่ไร้ความรู้สึกมาตลอดสองปีด้วยความสั่นเทา เขาตั้งสติแล้วออกคำสั่งไปยังสมอง... *ขยับสิ! ขยับดé!* ติ๊ก... ติ๊ก... นิ้วโป้งเท้าข้างขวาที่ตายด้าน กระดิกตัวขึ้นมาเล็กน้อย! “เฮ้ย!” เฉินกั๋วเฉียงอุทานลั่น น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน สองปีแห่งความสิ้นหวัง สองปีที่ต้องทนรับสายตาสมเพชเวทนา และความรู้สึกที่เป็นภาระให้กองพล—บัดนี้ ความหวังกำลังไหลเวียนกลับมาแล้ว! “นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!” เฉินกั๋วเฉียงโผจะกราบเท้าชิงหว่านด้วยความซาบซึ้ง แต่ลู่ถิงเฟิงไวกว่า พุ่งเข้ามาคว้าไหล่เพื่อนรักไว้ทัน พร้อมตบหลังเปรี้ยงใหญ่ด้วยความยินดีไม่แพ้กัน “เมียฉันไม่ใช่แค่ปาฏิหาริย์หรอกโว้ย... นางคือหมอเทวดา!” ลู่ถิงเฟิงหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างสะใจ ความตึงเครียดในอกตลอดหลายเดือนมลายหายไปสิ้น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงทุบประตูด้านนอกบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่สามีจอมเค็ม (เฝิงซื่อ) ที่ตะโกนด่าทอแววตาร้ายกาจเข้ามา “นังตัวดี หลินชิงหว่าน! แกแอบเอาข้าวสารและเนื้อหมูในบ้านไปทำอะไรให้คนนอกกินอีกแล้วเรอะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ นังสะใภ้ผีเปรต แกคิดจะผลาญสมบัติของตระกูลลู่จนหมดตัวหรือไง!” แรงกระแทกที่ประตูดังโครมคราม ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่ถิงเฟิงหุบฉับ ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาทันที ชิงหว่านปาดเหงื่อที่หน้าผาก รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย็นชา แม่สามีตัวแสบคนนี้ช่างเลือกเวลามาหาเรื่องได้ “เหมาะเจาะ” เสียจริง... ทว่า เมื่อเธอกวาดสายตาไปมองโต๊ะอาหารในครัวที่เพิ่งตุ๋น “ซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนสูตรเข้มข้น” จนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปสีทองส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านทะลุกรอบประตูออกไปข้างนอก รอยยิ้มของเธอกยิ่งกว้างขึ้น กลิ่นหอมของซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอมและโสมป่าลอยฟุ้งไปไกลจนชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อมคอเข้ามามอง ชิงหว่านหันไปสบตากับลู่ถิงเฟิงที่กำลังจะลุกไปพังประตูสั่งสอนแม่สามี เธอเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “ใจเย็นก่อนค่ะสามี... ปล่อยให้แม่เข้ามาดูสิคะ ว่าวันนี้ลูกสะใภ้คนนี้ทำอะไรให้ตระกูลลู่มี “กำไรก้อนโต” จนแกต้องหุบปากเงียบสนิท!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%