ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า!•ตอนที่ 26

เฉดหัวแม่สามีจอมแสบออกไป

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบบนตู้แทบกระโดด เฝิงซื่อสะบัดหน้าพรืด ใบหน้าย่นยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทิกล่อนหลุดจากการควบคุม นางแผดเสียงแหลมสูงจนนกกระจอกบนหลังคาบ้านสกุลลู่แตกฮือบินหนี "นังตัวดี! แกมันเป็นผีห่าซาตานจากไหนมา ถึงกล้าสั่งสอนแม่สามีอย่างฉัน! แต่งเข้ามาสามปีไม่เคยทำประโยชน์อะไร นอกจากกินข้าวเปลืองบ้านนี้แล้ว วันนี้ยังกล้าซ่อนเงินลับหลังตระกูลลู่ ลู่ถิงเฟิง! แกดูเอาไว้ เมียรักของแกมันผลาญสมบัติ ออกไป! ไสหัวนังนี่ออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้!" หลินชิงหว่านเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะท้าน มือเรียวบางยังคงบรรจงเช็ดมีดผ่าตัดเงินในมิติด้วยผ้าไหมสะอาดอย่างใจเย็น บรรยากาศรอบตัวนางเยือกเย็นราวกับแพทย์หญิงผู้ทรงคุณวุฒิในห้องฉุกเฉินศตวรรษที่ 21 หาใช่สะใภ้บ้านนอกผู้หวาดกลัวอำนาจมืดของแม่สามีไม่ นางปรายตามองหญิงแก่ผู้แสบสันต์ด้วยแววตาสมเพชเวทนา ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "โอ๊ะ? แม่พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะคะ เงินที่ฉันได้มามาจากน้ำพักน้ำแรงและการรักษาโรค ไม่ได้ขโมยใครมาเหมือนเงินในถุงผ้าใต้หมอนของใครบางคนที่แอบยักยอกเงินทหารส่งกลับบ้านของลูกชายตัวเองหรอกค่ะ" ประโยคแทงใจดำนั้นทำให้หน้าของเฝิงซื่อเปลี่ยนสี จากสีแดงก่ำด้วยความโกรธกลายเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาว นางหอบหายใจฮืดฮาดด้วยความจุกอกจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าสะใภ้ตัวแสบด้วยความแค้นเคือง ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางกลางระหว่างคนทั้งสอง ลู่ถิงเฟิงไม่ได้มองหน้ามารดาผู้ให้กำเนิดทันที สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองไปยังภรรยาตัวน้อยด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งห่วงใย ทั้งรู้สึกผิด และประกายความเด็ดเดี่ยวที่สุกสว่างวับวาวในดวงตาคู่นั้น ทำให้ห้องโถงทั้งห้องเงียบกริบลงในทันที เฝิงซื่อเห็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมา ยิ่งได้ใจ นางรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนลบทิงเฟิง ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายทันทีราวกับละครฉากใหญ่ "ถิงเฟิง ลูกรัก! แกเห็นแล้วใช่ไหม? นังชิงหว่านมันตบตาแม่ มันปีปีนเกลียวแม่ มันเหยียบยย่ำศักดิ์ศรีคนแก่คนนี้! แกต้องหย่ากับมัน เดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นแม่จะผูกคอตายหน้าบ้านให้ตระกูลลู่อับอายขายขี้หน้าไปเลย!" ลู่ถิงเฟิงดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของมารดาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ทว่าแรงกดดันรอบกายของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกลับแผ่ซ่านออกไปจนเฝิงซื่อสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "แม่ครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของลู่ถิงเฟิงดังขึ้น ทว่ากลับทรงพลังจนกดขี่ความโกรธทั้งหมดของมารดาให้สงบลงได้ "สามปีที่ผ่านมา ชิงหว่านทำหน้าที่สะใภ้ไม่เคยขาดตกบกพร่อง มีแต่แม่นั่นแหละครับที่คอยเอาเปรียบ รีดไถเงินเบี้ยเลี้ยงของผมไปให้พี่ใหญ่ผลาญเล่นที่ในเมือง จนเมียผมต้องอดมื้อกินมื้อ ทำงานจนมือแตกเป็นแผล" "แก... แกกล้าพูดกับแม่แบบนี้รึไอ้ลูกอกตัญญู!" เฝิงซื่อกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยว "แกจะเข้าข้างนังเมียนี่มากกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดอย่างนั้นเรึ!" "ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมพูดความจริงด้วยความยุติธรรม" ลู่ถิงเฟิงหันไปสบตาภรรยา แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงจนแทบหยดเป็นน้ำ ความรักและความรู้สึกผิดฉายชัดในดวงตาคู่นั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับมารดาตรงๆ และประกาศิตคำพูดที่ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นตกตะลึงอ้าปากค้าง "ในเมื่อแม่บอกว่าบ้านหลังนี้เป็นของแม่ และพวกเราไม่มีค่าพอจะอยู่ร่วมชายคา... งั้นเรามาตัดขาดความสัมพันธ์กันตรงนี้เถอะครับ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางฤดูร้อน เฝิงซื่อเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ "วะ... ว่ายังไงนะ? แก... แกกล้าตัดแม่ตัดลูกกับฉันเพื่อผู้หญิงคนเดียวงั้นรึ?" "ผมไม่ได้ตัดแม่ตัดลูกครับ แต่ผมขอแยกบ้านและตัดขาดการพึ่งพิงทางทรัพย์สินอย่างเด็ดขาด นับจากวันนี้เป็นต้นไป เงินเบี้ยเลี้ยงทุกหยวนของผมจะมอบให้ภรรยาแต่เพียงผู้เดียว ส่วนบ้านหลังนี้และไร่นาของตระกูลลู่ แม่กับพี่ใหญ่ก็จัดการกันเองเถอะครับ ผมกับชิงหว่านจะย้ายไปอยู่กระท่อมปลายนา และเราจะไม่ขอรับความช่วยเหลือ หรือยุ่งเกี่ยวกับสมบัติของบ้านหลังนี้อีกแม้แต่แดงเดียว!" ลู่ถิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และจริงจัง ทุกถ้อยคำร่วงหล่นลงพื้นราวกับเหล็กกล้าที่ไม่มีวันบิดพลิ้ว หลินชิงหว่านมองสามีหนุ่มด้วยความประหลาดใจระคนซาบซึ้งใจ นางไม่เคยคิดเลยว่านายทหารหนุ่มผู้ซื่อตรงคนนี้ จะกล้าหาญถึงขั้นหักดิบกับครอบครัวเดิมเพื่อปกป้องนางอย่างหมดหัวใจเช่นนี้ เฝิงซื่อหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม นางกรีดร้องโหยหวนลงไปดิ้นกับพื้นดินราวกับเด็กเอาแต่ใจ "ไอ้ลูกเนรคุณ! ไอ้คนอกตัญญู! แกลืมแล้วรึว่าใครเลี้ยงแกมา! ช่วยด้วย! ชาวบ้านมาดูเร็วเข้า ลูกชายอกตัญญูจะไล่แม่แก่ๆ ออกจากบ้าน!" เสียงโวยวายของเฝิงซื่อดังลั่นไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเริ่มชะเง้อมองและเดินมามุงดูหน้าบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่าลู่ถิงเฟิงหาได้สะเทือนใจไม่ เขากวาดสายตาคมกริบมองมารดาครั้งสุดท้ายด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหันมาคว้ามือเรียวของหลินชิงหว่านมากุมไว้แน่น ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากงานหนักและจับปืนให้ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว "ชิงหว่าน เราไปกันเถอะครับ" ลู่ถิงเฟิงเอמהด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับตอนที่พูดกับมารดาลิบลับ "ที่นี่ไม่มีอะไรที่เป็นของเราตั้งแต่แรกแล้ว ไปสร้างบ้านของเราเองด้วยมือเราเถอะครับ" หลินชิงหว่านยิ้มรับ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามและทรงพลัง นางพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล "ค่ะ ไปกันเถอะค่ะ สามีของฉัน" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากประตูบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับเงาร่างของไป๋เฉียง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งถือกระดาษแผ่นหนึ่งมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก "พี่ถิงเฟิง! พี่ชิงหว่าน!แย่แล้วครับ! มี... มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอมาที่ทำการหมู่บ้าน พวกเขาบอกว่า... บอกว่าพัสดุและใบอนุญาตค้าขายยาจากมณฑลหลวงที่ส่งมาถึงพี่ชิงหว่าน... มีปัญหาร้ายแรง!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซุปตาร์สะใภ้ยุค 70 หย่าไม่เอา เอาเงินล้านดีกว่า! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%