“ถอยไปค่ะ คีริน คุณกำลังล้ำเส้นความปลอดภัยทางจิตวิทยาของดิฉันเกินไปแล้ว”
น้ำเสียงของนาราไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย ทว่าปลายนิ้วที่กำแฟ้มเอกสารรายงานผลวิจัยจนยับยู่ยี่กลับฟ้องความจริงตรงกันข้าม ดวงตาสีเข้มจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนประชิดตัวจนแผ่นหลังของเธอเกือบแนบติดกับผนังห้องกระจกใส ปลายจมูกของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นมินต์ผสมกลิ่นฝนจางๆ ลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดนี้ สร้างความปั่นป่วนที่เธอเกลียดชังที่สุดในรอบปี
คีรินไม่ยอมถอย เขากลับโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากในแบบที่มักใช้กวนประสาทผู้คนในโลกออนไลน์ แต่ในเวลานี้ มันไม่มีความขี้เล่นเจือปนอยู่เลย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและบางสิ่งที่ร้อนแรงจนน่ากลัว
“เส้นความปลอดภัยเหรอครับ ดร.นารา?” เสียงทุ้มต่ำกระซิดชิดริมหู จนเส้นขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง “แต่เสียงของ ‘พ่อคุณ’ เมื่อกี้... ดูเหมือนจะกลัวว่าเราจะล้ำเส้นกันไปไกลกว่าแค่เรื่องงานวิจัยเสียมากกว่านะ”
คำพูดนั้นสะกิดแผลสดที่เพิ่งถูกกรีดเปิดออกในสวนเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน เสียงของบิดาที่ตะโกนก้องด้วยความหวาดกลัว—กลัวว่าลูกสาวผู้เพียบพร้อมจะแปดเปื้อนความสัมพันธ์กับผู้ชายที่สังคมตราหน้าว่า ‘เป็นพิษ’—ยังคงก้องกังวานในโสตประสาท แต่น่าแปลกที่ในวินาทีนี้ ความกังวลเรื่องการยอมรับของครอบครัวกลับถูกเบียดขับด้วยแรงดึงดูดประหลาดระหว่างเธอกับคนตรงหน้า
นาราเชิดคางขึ้น ใช้กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญที่สุดมาตั้งกำแพง เธอยิ้มเยาะด้วยมุมปาก “คุณคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยหรือคะ คีริน? คุณเป็นแค่เคสศึกษา เป็นตัวเลขทางสถิติที่ดิฉันต้องวิเคราะห์เพื่อตีพิมพ์ลงวารสารวิชาการ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่พยายามปั้นแต่งความเยือกเย็นอย่างรู้ทัน นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมขึ้นมา ปลายนิ้วปัดผ่านปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสเพียงผิวเผินแต่กลับทำให้เลือดในกายของนาราพุ่งพล่านราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
“ตัวเลขทางสถิติเหรอครับ?” คีรินทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย “มีตัวเลขทางสถิติที่ไหนเขาใช้สายตามองคุณแบบที่ผมกำลังมองอยู่ตอนนี้บ้างล่ะ นารา... คุณฉลาดเป็นกรด อ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง แต่ทำไมถึงโง่เง่าเรื่องความรู้สึกของตัวเองนักล่ะ”
“นี่คุณ—!”
“ผมไม่ได้สนใจว่าพ่อคุณจะคิดยังไง หรือโลกโซเชียลจะประณามผมแค่ไหน” คีรินขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการกระชากหน้ากากทั้งหมดที่เธอกลบเกลื่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ออกให้หมด “สิ่งที่ผมสนใจตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ก็มีแค่คุณคนเดียว... ดร.นารา ผู้หญิงที่เก่งแต่ปั้นกำแพงใส่คนอื่น แต่ข้างในกลับแตกสลายไม่ต่างจากผม”
คำพูดนั้นแม่นยำราวจับวาง มันแม่นยำเสียจนนาราต้องกลั้นหายใจ ทฤษฎีจิตวิทยา กลไกการป้องกันตัว ปริญญาเอกหลายใบ และงานวิจัยนับร้อยชิ้น กลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงใจที่ดิบเถื่อนและเปราะบางจากผู้ชายที่เธอเกลียดขี้หน้ามาตลอด
หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวเร็วจนน่ารำคาญ ความรู้สึกวูบวาบในท้องที่เธอพยายามนิยามมันว่าเป็น ‘ความเครียดจากงานวิจัย’ บัดนี้ถูกเฉลยคำตอบอย่างชัดเจนด้วยสัญชาตญาณดิบที่ปฏิเสธไม่ได้—เธอกำลังหวั่นไหว และเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายของเขา
นารากัดริมฝีปากแน่น มือเล็กกำหมัดซ่อนไว้ข้างลำตัวเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นเทา เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปแบบนี้ กำแพงที่เธอสร้างมาทั้งชีวิตจะพังทลายลงในพริบตา
“คุณมันบ้าไปแล้ว คีริน” เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับตามคำสั่งสมอง “เราอยู่ในสถานะที่เหมาะสม... คุณกับดิฉันมันคนละโลกกัน เลิกเล่นเกมจิตวิทยานี้สักที”
“ผมไม่ได้เล่นเกม” คีรินจับข้อมือของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เธอดันเขาออก แต่ก็ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ ปลายนิ้วอุ่นจัดแนบอยู่บนชีพจรที่กำลังเต้นเร่าของเธอ “แล้วก็เลิกเอาคำว่า ‘คนละโลก’ มาอ้างเพื่อผลักไสผมสักที นารา... คุณก็รู้ว่าใต้หน้ากากนักจิตวิทยาผู้เยือกเย็นของคุณ คุณกำลังโหยหาอะไรบางอย่างที่ผมมี”
เขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากของเขารือบเกือบจะสัมผัสกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้ม ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายเสียจนนาราต้องหลับตาลงเพื่อหนีแววตาร้อนแรงที่กำลังแผดเผาตัวตนของเธอให้มอดไหม้
ในเสี้ยววินาทีที่สติปัญญาของนารากำลังจะยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงระหว่างเขากับเธอ เสียงกริ่งประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น—กริ่งที่ไม่ได้มาพร้อมกับความนุ่มนวล แต่เป็นการกดรัวซ้ำๆ อย่างร้อนรน
ทั้งคู่ชะงัก คีรินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจขณะผละถอยออกห่างจากเธอเล็กน้อย แต่นารากลับหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกที่คุ้นเคย
“นารา! ลูกอยู่ในนั้นใช่ไหม เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้!”
เสียงของมารดา... ที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ และยิ่งแย่ไปกว่านั้น ประตูห้องทำงานไม่ได้ถูกล็อกสนิท เนื่องจากความเร่งรีบในการถกเถียงก่อนหน้านี้!
แกร็ก!
เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของมารดาที่ผลักเข้ามาในห้อง โดยมีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดผวาตามมาด้วยการก้าวเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อสายตาของท่านปะทะเข้ากับภาพของบุตรสาวคนเก่งที่ยืนชิดติดผนัง โดยมีอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มผู้เป็นเป้าหมายงานวิจัยยืนประชิดตัวในระยะประชิดอย่างไร้ช่องว่าง
ดวงตาของมารดาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ร่างทั้งร่างสั่นเทาเมื่อเอ่ยชื่อบุตรสาวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แทบขาดใจ
“นารา... นี่ลูกกำลังทำอะไรอยู่?!”
---
ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเมนต์ที่กดส่งหัวใจให้ "จิตวิทยาเพื่อทุกคน" นะคะ อ่านแล้วมีแรงปั่นตอนต่อไปรัวๆ เลยค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 8
เกมที่เริ่มเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!