อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 6

รอยร้าวในภาพลักษณ์

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
เสียงแก้วไวน์กระทบโต๊ะหินอ่อนดัง 'เคร้ง' เบาๆ แต่ในความเงียบงันของร้านอาหารหรูที่ถูกจองปิดโซนโดยชายผู้มาใหม่ เสียงนั้นกลับดังก้องราวกับเสียงปืนที่เหนี่ยวไกขึ้น นาราไม่ได้ขยับตัว เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังคีริน แววตาของเขาเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ผิดกับคีรินที่ยังคงเหยียดยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว "มาเร็วกว่าที่คิดนะคะ คุณศรัณย์" นารากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน เธอไม่แม้แต่จะขยับตัวไปข้างหลังเพื่อให้เกียรติชายที่เป็นคู่หมั้นตามคำสั่งของผู้ใหญ่ "ถ้าไม่มา ผมคงไม่ได้เห็นภาพที่น่าประทับใจแบบนี้" ศรัณย์ก้าวเข้ามาใกล้ คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงระหว่างเขากับศรัณย์ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "น่าประทับใจเหรอคะ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเขากราดมองศรัณย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "คุณกำลังพูดถึงงานวิจัยหัวข้อ 'ภาวะหลงตัวเองในสื่อโซเชียลมีเดีย' หรือกำลังพูดถึงเรื่องส่วนตัวกันแน่ครับ? อ้อ... โทษที ผมลืมไปว่าคนระดับคุณคงแยกแยะ 'พื้นที่ส่วนตัว' กับ 'สมบัติส่วนตัว' ไม่ออก" คำว่า 'สมบัติ' กระตุกคิ้วของศรัณย์ให้ขมวดมุ่น เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำหยาบคาย แต่ความเงียบที่เขาส่งกลับมานั้นกดดันยิ่งกว่าพายุที่กำลังก่อตัว นาราขยับตัวเล็กน้อย เธอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดอะไรบางอย่างลงไปอย่างใจเย็น ราวกับว่าความขัดแย้งตรงหน้าเป็นเพียงแค่การทดลองในห้องแล็บที่เธอเฝ้ามองอยู่ "คุณคีรินคะ" นาราเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "ในเชิงจิตวิทยา การที่คนเราพยายามแสดงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ครอบครองจริงๆ ไม่ใช่เพราะเขารัก แต่เพราะเขากลัวว่า 'ภาพลักษณ์' ที่สร้างไว้จะพังทลายลง หากมีใครสักคนมองเห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ข้างใน... ใช่ไหมคะ?" คีรินชะงัก กรามของเขาขบเข้าหากันแน่น รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปราวกับหน้ากากที่ถูกกระชากออก เขาหันมามองนาราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้กวนประสาทอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ใต้เกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง "คุณคิดว่าตัวเองวิเคราะห์ผมออกเหรอ นารา?" คีรินเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ "ฉันไม่ได้คิดว่าวิเคราะห์ออก แต่มันเห็นชัดเจนตั้งแต่วินาทีที่คุณพยายามใช้ 'ความ Toxic' ของคุณ กลบเกลื่อนความต้องการลึกๆ ว่าอยากจะถูกใครสักคนมองเห็นจริงๆ... ไม่ใช่ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แต่ในฐานะคนธรรมดาที่เจ็บเป็น" ความเงียบเข้าปกคลุมรอบโต๊ะอีกครั้ง ศรัณย์ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป เขาสลับมองนารากับคีรินด้วยความสับสนและหวาดระแวง นาราลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับบรรยากาศที่บีบคั้นเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปหาคีรินจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ "คุณดูตกใจนะคะที่ฉันพูดถูก" นารากระซิบเบาๆ แต่เพียงพอที่จะให้คนทั้งสามคนได้ยิน คีรินจ้องลึกลงไปในดวงตาของนารา เขาพยายามจะหาเศษเสี้ยวของความเสแสร้ง แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้งและจริงใจจนน่ากลัว ในจังหวะนั้นเอง มือหนาของคีรินก็คว้าข้อมือของนาราไว้แน่นจนเธอรู้สึกถึงความร้อนจากผิวหนังของเขา "คุณมันร้ายกาจกว่าที่ผมคิด" คีรินกัดฟันพูด "แต่จำไว้นะนารา... การดึงรอยร้าวของคนอื่นออกมาโชว์แบบนี้ คุณอาจจะเป็นคนที่ตกลงไปในรอยร้าวนั้นเองโดยไม่รู้ตัว" "ถ้าฉันจะตกลงไป คุณก็คงเป็นคนที่ดึงฉันลงไปเองนั่นแหละค่ะ" นาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูร้านอาหารก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดหลายคนที่กรูเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้นาราและคีรินต้องชะงักไปพร้อมกัน คือร่างของหญิงวัยกลางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความโกรธจัด "นารา! นี่มันหมายความว่ายังไง!" เสียงของมารดานาราประกาศก้อง เธอเดินตรงมาที่โต๊ะ ก่อนจะตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "แม่บอกลูกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคนประเภทนี้! คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าและมีแต่ข่าวฉาว!" คีรินปล่อยข้อมือนารา เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก ทว่าแววตากลับเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันไปมองผู้หญิงที่กำลังก่นด่าเขาด้วยท่าทีนิ่งเฉยราวกับเห็นเป็นเรื่องตลก "คุณป้าครับ... ก่อนจะสั่งสอนลูกสาว คุณป้าควรจะถามเธอก่อนไหมครับว่า... ทำไมวันนี้ผมถึงต้องเป็นคนพาเธอออกมาจากกรงทองของตระกูลคุณเอง?" นาราเบิกตากว้าง เธอหันไปมองคีรินด้วยความตกใจ ขณะที่แม่ของเธอหน้าถอดสี มือที่สั่นเทาของมารดาชี้ไปที่คีรินพลางพูดไม่ออก ในวินาทีนั้น นารารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความลับที่เธอพยายามเก็บงำไว้กำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่า 'รอยร้าว' ที่เธอกล่าวถึงเมื่อครู่ กำลังจะกลายเป็นเหวขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว คีรินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะคว้าสมุดบันทึกของนาราที่วางอยู่บนโต๊ะไปเปิดดูอย่างถือวิสาสะ "อยากรู้อะไรไหมครับคุณหญิง?" คีรินยิ้มร้าย "นอกจากวิจัยพฤติกรรมของผมแล้ว คุณลูกสาวคนเก่งของคุณยังแอบเขียนบันทึกเรื่อง 'ความตายของความรู้สึก' ไว้ในนี้ด้วย... และหน้าสุดท้ายเนี่ย น่าสนใจมากเลยล่ะครับ" เขาพลิกหน้ากระดาษไปที่หน้าสุดท้าย มือของนาราพยายามจะคว้าคืน แต่ศรัณย์กลับเข้ามาขวางทางไว้ "อย่ามายุ่งกับเธอ!" ศรัณย์ตะคอก คีรินกวาดสายตาอ่านข้อความในกระดาษ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขสิ้นดี "นารา... สิ่งที่คุณเขียนไว้เนี่ย มันหมายความว่ายังไง? 'คนที่ฉันเกลียดที่สุด คือคนเดียวที่ฉันกล้าเผยความอ่อนแอให้เห็น' ...นี่คุณแอบชอบผมตั้งแต่เมื่อไหร่?" คำถามนั้นทิ้งความเงียบงันที่น่าอึดอัดเอาไว้กลางอากาศ นาราสบตาคีรินด้วยหัวใจที่เต้นรัว ขณะที่มารดาของเธอหน้าซีดเผือด และศรัณย์ก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวของตัวละครในตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%