“ด็อกเตอร์คะ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าฉันเป็นคนป่วยในเคสของคุณเลยค่ะ เพราะเกรงว่า... คนที่จะต้องเข้ารับการบำบัดอย่างเร่งด่วน อาจจะไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณต่างหาก”
กลิ่นอายความเย่อหยิ่งเจือความท้าทายลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คีรินไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อยเมื่อดร.นาราขยับตัวเข้าประชิด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองสีเข้มทิ้งน้ำหนักพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวใหญ่ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อผู้เย่อหยิ่งในกรงของมันเอง
นาราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มทรยศ เธอเกลียดความรู้สึกนี้—ความรู้สึกที่ถูกควบคุมพื้นที่ส่วนตัวโดยผู้ชายที่เธอควรจะจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ ‘บุคคลอันตรายทางจิตวิทยา’ มากที่สุด
“เชิญเก็บความมั่นใจเกินร้อยของคุณไว้ใช้ตอนที่สติปัญญาตามคำถามของฉันให้ทันเถอะค่ะ คุณคีริน” นาราเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตากลมโตจ้องตอบกลับอย่างไม่ลดละ “ในทางจิตวิทยาแล้ว คนที่พยายามสร้างเกราะกำบังด้วยการรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น มักจะมีปมปัญหาลึกๆ เกี่ยวกับการถูกปฏิเสธ... หวังว่าคุณคงไม่ต้องรอให้ฉันแจกแบบประเมินโรคจิตเภทหรอกนะคะ ถึงจะยอมถอยออกไปจากโต๊ะทำงานของฉัน”
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขัน เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยจนปลายจมูกแทบจะเฉียดผ่านเส้นผมที่ปล่อยสยายของเธอ นาราเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวสัมผัส
“โรคจิตเภทเหรอครับ?” คีรินกระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร “แต่ผมว่า... อาการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะจนมือไม้สั่นตอนนี้น่ะ มันน่าจะเข้าข่าย ‘อาการคลั่งรักในระยะเริ่มต้น’ มากกว่านะคะ ด็อกเตอร์”
“คุณ...!” นาราผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างระยะห่าง แต่การเคลื่อนไหวที่กะทันหันทำให้เธอเกือบจะเซถลาชนเข้ากับอกแกร่งของเขา ดีที่มือหนาคว้าจับข้อศอกของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาผ่านเนื้อผ้าเบลเซอร์เข้ามาถึงผิวเนื้อ ทำให้สติที่เคยตั้งมั่นไว้ของเธอเกือบจะหลุดลอย
กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาทำงานทันที นาราสลัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง เธอก้าวถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้างามเชิดขึ้นด้วยความถือดี แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครงแล้วก็ตาม
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันค่ะ” น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกน “ถ้าคุณยังไม่รู้จักขอบเขตของความเป็นมืออาชีพ ฉันก็คงต้องเชิญคุณออกจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ และถือว่าการนัดหมายวันนี้เป็นโมฆะ”
คีรินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขายังคงยืนนิ่งอยู่ในท่าเดิม รอยยิ้มมุมปากไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งชัดเจนขึ้นด้วยความรู้สึกท้าทาย สายตาคู่คมกวาดมองสำรวจตั้งแต่เรือนร่างระหงไปจนถึงดวงตาที่ฉายแววโกรธขึงของเธออย่างเปิดเผย ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวหรือสำนึกผิดเลยสักนิด
“โมฆะไม่ได้หรอ사실นะครับ ด็อกเตอร์” คีรินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธอเองอย่างถือวิสาสะ ราวกับเป็นเจ้าของห้องตัวจริง “ในเมื่อผู้บริหารระดับสูงของสถาบันนี้ เป็นคนเซ็นอนุมัติให้ผมเข้ามาศึกษา ‘กระบวนการบำบัดจิตใจที่ล้มเหลว’ ของคุณ เพื่อเอาไปทำคอนเทนต์ตีแผ่ความจริงในโลกโซเชียล... คุณคิดว่าเขาจะยอมให้คุณไล่ผมกลับไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอครับ?”
นารากัดฟันกรอด ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนสมองแทบระเบิด ใช่... เธอรู้เรื่องนี้ดี ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดแห่งนี้ยอมรับข้อเสนอเงินสนับสนุนก้อนโตจากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างคีริน เพื่อแลกกับการสร้างกระแสให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจสุขภาพจิต แต่การเอาคนกวนประสาทไร้จิตสำนึกอย่างเขามานั่งจ้องจับผิดเธอน่ะหรือ? มันคือฝันร้ายชัดๆ!
“คุณใช้เงินซื้อความสะดวกสบายและความไร้มนุษยธรรมของตัวเองได้ทุกอย่างสินะคะ” นาราเหยียดยิ้มหยัน พยายามดึงความเยือกเย็นกลับมาเป็นเกราะป้องกัน “แต่เสียใจด้วย ที่ห้องนี้ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายทำคลิปเรียกยอดไลก์ของคุณ ถ้าอยากจะเล่นเกมจิตวิทยากับฉันล่ะก็... เตรียมตัวรับมือกับการถูกวิเคราะห์พฤติกรรมแบบถอดรหัสพันธุกรรมได้เลยค่ะ”
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจางหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยแววตาไหววับที่ยากจะคาดเดา ความนิ่งเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวไปข้างหน้า ประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ และจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
“งั้นก็ลองดูสิครับ ด็อกเตอร์นารา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มาดูกันว่าระหว่าง ‘ตรรกะทางจิตวิทยา’ ของคุณ กับ ‘ความจริงดิบเถื่อน’ ในโลกของผม... อะไรมันจะพังทลายลงก่อนกัน”
นารากำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะเปิดปากสวนกลับด้วยทฤษฎีจิตวิทยาสุดเจ็บแสบอีกสักชุด แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะฝีปากอย่างกะทันหัน ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อذنุญาต ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่นาราคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ขอโทษทีครับ นารา... ผมรบกวนเวลาปรึกษาเคสสำคัญอะไรอยู่หรือเปล่า?”
ดวงตากลมโตของนาราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่ ขณะที่คีรินหันกลับไปมองข้ามไหล่ตัวเอง รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเขาสบตากับผู้มาเยือนคนนั้น และก่อนที่นาราจะได้ทันเอ่ยปากทักทาย คีรินก็ชิงพูดตัดหน้าขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง
“ไม่รบกวนเลยครับ... คุณหมอกรณ์” คีรินเอ่ยชื่อคู่หมั้นหนุ่มของนาราด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับจับจ้องอยู่ที่ดวงตาของหญิงสาวไม่วางตา “พวกเรากำลังสนุกกับการ ‘ถอดรหัส’ ตัวตนที่แท้จริงของด็อกเตอร์เขาอยู่พอดีเลยล่ะครับ... หวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไรนะครับ ที่ผมจะขออนุญาต ‘จองคิว’ เป็นคนไข้คนโปรดของเธอต่อจากคุณ?”
หัวใจของนารากระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทางอารมณ์กรีดร้องเตือนภัยทันที เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มพราวระยับที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษของคีริน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในจิตใจที่ซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 2
ปะทะฝีปากฉบับคนฉลาด
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!