"ถ้าการมองหน้าดิฉันแล้วทำให้คุณสมองเสื่อมชั่วขณะ แนะนำให้พกกระจกเงาสักบานติดตัวไว้บ้างนะคะ คุณคีริน"
น้ำเสียงของ ดร.นารา ราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกที่จะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในห้องสตูดิโอแคบๆ นี้ให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ทันที ทว่า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกลับไหวระริก เล็กน้อย—เป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางสรีรวิทยาที่ปฏิเสธไม่ได้ เมื่อหัวใจดวงน้อยของเธอยังคงเต้นผิดจังหวะจากการกระแทกกระทั้นของความรู้สึกเมื่อครู่
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงสั่นค้างอยู่ในอากาศ หัวใจของนารากระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทางอารมณ์กรีดร้องเตือนภัยทันที เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มพราวระยับที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้ภายใต้หน้ากากสุภาพบุรุษของคีริน เขายังคงยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบจะเรียกว่าไม่มี พื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) ของนักจิตวิทยาผู้เคร่งครัดถูกรุกล้ำอย่างจงใจและอวดดี
คีรินไม่ถอยหลัง เขากลับโน้มตัวลงต่ำอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางแต่ดุดันคล้ายกลิ่นไม้ซีดาร์และพริกไทยดำลอยแตะจมูก นาราเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยา หรือ *Defense Mechanism* ของเธอกำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) พยายามประมวลผลตรรกะเพื่อดึงสติกลับมา แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาคมกริบที่มองตรงมาเสมือนสัตว์นักล่ากำลังจ้องมองเหยื่อในกรง กำลังทำให้สมองส่วนอารมณ์ทำงานหนักหน่วงเกินไป
"มองหน้าผมแบบนี้... คุณกำลังวินิจฉัยผมอยู่ใช่ไหมครับ ดร.นารา" คีรินกระซิบ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าระคายหูแต่น่าฟังจนน่าหงุดหงิด "อืม... เดาว่าในหัวสมองอันปราดเปรื่องของคุณตอนนี้ คงกำลังแปะป้ายราคาทางจิตวิทยาให้ผมอยู่สินะ 'นาร์ซิสซิสต์' (Narcissist)? หรือว่า 'ผู้มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม' (Antisocial Personality Disorder) ดีล่ะ?"
นาราแค่นหัวเราะในลำคอ เธอขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างทางจิตวิทยา ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณประเมินตัวเองต่ำไปนะคะ คุณคีริน" นาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือเรียวบางใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ "คนที่เป็นนาร์ซิสซิสต์หรือมีภาวะ ASPD จริงๆ เขามักจะมีปมลึกๆ ที่ซ่อนเร้นและพยายามปกปิด แต่สิ่งที่คุณเป็น... มันแค่ 'การเรียกร้องความสนใจแบบเด็กขาดความอบอุ่น' (Attention-seeking behavior) ที่ห่อหุ้มด้วยความเย่อหยิ่งกลวงเปล่าต่างหากล่ะคะ"
ฉับพลัน รอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าหล่อเหลาชะงักกึก ประกายในดวงตาของคีรินเปลี่ยนไปวบหนึ่ง—มันคมปลาบขึ้น ดุดันขึ้น และอันตรายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่แหละคือจุดที่นาราต้องการ เธอใช้ทักษะทางจิตวิทยาเป็นอาวุธในการรุกกลับ คีรินเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามหลักล้าน คนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงสว่างและความคาดหวัง มักจะมีเกราะป้องกันตัวที่หนาเตอะ พวกเขาเก่งกาจในการสร้างตัวตนปลอมๆ (False Self) ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวตนที่แท้จริง (True Self) ที่เปราะบางและหวาดกลัวการถูกปฏิเสธ
พฤติกรรมกวนประสาท ความ Toxic ที่เขาแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน และความตั้งใจที่จะเข้ามาปั่นป่วนชีวิตของเธอ... ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเกลียดชัง แต่ในทางจิตวิทยาเชิงลึก มันคือกลไกป้องกันตัวแบบ *Reaction Formation* หรือการแสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง เพื่อปิดบังความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ
*ไม่อยากยอมรับว่า... สนใจเธอมากเกินไป*
ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวทำให้นาราเกือบจะสะดุดลมหายใจของตัวเอง เธอรีบปัดมันทิ้งทันทีด้วยหลักการทางวิชาการ ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อครู่เป็นเพียงผลข้างเคียงจากฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมามากเกินไปต่างหาก เธอบอกตัวเองเช่นนั้น
"ปากเก่งจังนะครับ..." คีรินพึมพำ น้ำเสียงไม่ได้โกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาส่อประกายท้าทายแพรรวพราว "รู้ไหมครับหมอ การที่คุณวิเคราะห์คนอื่นด้วยทฤษฎีสวยหรู มันก็แค่เกราะที่คุณใช้ปกป้องตัวเองจากความจริงที่ว่า... คุณเองก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน"
นาราชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "คุณหมายความว่ายังไง?"
"ก็หมายความว่า..." คีรินขยับตัวเข้ามาใกล้จนชิด ชนิดที่นาราต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้จนแทบจะราบไปกับพนัก "คนที่ใช้ตรรกะและเหตุผลมาปิดกั้นทุกอย่างในชีวิต มักจะเป็นคนที่... เปราะบางที่สุด เวลาที่หัวใจตัวเองเริ่มสั่นไหว"
สายตาคู่นั้นคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงความลับที่นาราซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ ปมเรื่องครอบครัว ความคาดหวัง และความกดดันที่เธอแบกรับมาตลอดชีวิต ถูกสายตาคู่นี้สแกนผ่านราวกับเธอเป็นเพียงหนังสือเปิดโล่งเล่มหนึ่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วขณะ อากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ เสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจนจนน่าตื่นกลัว นารารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความเยือกเย็นที่เธอสะสมมานานนับปีสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้การจู่โจมทางจิตวิทยาขั้นสูงของชายหนุ่มตรงหน้า
แต่นาราคือ ดร.นารา เธอไม่มีวันยอมแพ้ในเกมจิตวิทยาที่เธอถนัดเป็นอันขาด
เมื่อคิดได้ดังนั้น นาราจึงตัดสินใจรุกกลับ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ไร้อารมณ์ และส่งยิ้มมุมปากแบบเดียวกับที่เขาชอบทำให้ออกมา
"ถ้าคุณว่างมากจนมีเวลามานั่งวิเคราะห์กลไกป้องกันตัวของฉัน..." นาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในที เธอยื่นมือไปจับแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ "ทำไมไม่เอาเวลาไปจัดการกับ 'ปมปัญหาวัยเด็ก' (Childhood Trauma) ของตัวเอง ที่ทำให้คุณต้องคอยมาเรียกร้องความสนใจจากผู้หญิงไปทั่วดูล่ะคะ? เผื่อว่ามันจะช่วยให้อิงเกจเมนต์ในช่องของคุณดูมีคุณภาพขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่ดีแต่สร้างกระแสไปวันๆ"
โอ้โห... คีรินนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม ดวงตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรอยยิ้มพราวระยับที่อันตรายที่สุดเท่าที่นาราเคยเห็นมา
"แสบใช้ได้เลยนี่ครับ ดร.นารา... แบบนี้ค่อยน่าสนุกขึ้นมาหน่อย"
คีรินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขากับเธอแทบจะชนกัน นาราผะงกตัวถอยหนีไม่ได้เพราะติดพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาวบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด
ในจังหวะที่หัวใจของนาราเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก และระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น—
*แอ๊ดดด—!*
เสียงประตูห้องทำงานเปิดผางออกเสียงดังลั่น พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซึ่งมารยาทในยามวิกาล
"พี่ยีนส์! อยู่นี่นี่เอง ผมหาตั้งนาน—อุ๊ย! ผม... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงใสแจ๋วของ 'แทนคุณ' น้องชายต่างแม่ที่พ่วงตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของคีรินดังขึ้น ทำเอาทั้งคู่ต้องผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต นาราหน้าแดงซ่านด้วยความอับอายและโกรธตัวเองที่เกือบหลุดการควบคุม ส่วนคีริน... เขากลับยืนยืดตัวตรงจัดเสื้อสูทอย่างใจเย็น พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากให้ผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนขบขัน
ทว่า... ก่อนที่นาราจะได้ตั้งสติและเอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญทั้งสองคนออกไปจากห้อง แทนคุณก็ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดสว่างวาบมาตรงหน้าเธอ
"พี่ยีนส์... ดร.นาราครับ คือว่า... ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะครับ" แทนคุณหน้าตาตื่นตระหนก น้ำเสียงสั่นเครือ "ไลฟ์สดเมื่อกี้ของพี่ยีนส์กับดร.นารา... ถูกตัดคลิปแล้วตอนนี้ยอดวิวทะลุหลักล้านภายในสิบนาที แถมคอมเมนต์กำลังถล่มยับ... เพราะชาวเน็ตเขากำลังจับจ้องว่า..."
แทนคุณกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ามองนาราและคีรินสลับกันไปมาด้วยสายตาหวาดผวา
"ว่าพวกคุณสองคน... กำลัง 'แอบคบกัน' อยู่หลังไมค์ครับ!"
— จบบทที่ 3 —
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ดร.นาราและคุณคีรินนะคะ อ่านจบแล้วอย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เม้าท์มอยกันน้า รับรองว่าตอนหน้าแซ่บพริกสิบเม็ดแน่นอนค่ะ!*
อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 3
กลไกป้องกันตัวแบบผิดๆ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!