เสียงปิดแฟ้มเอกสารรายงานผลการประเมินทางจิตวิทยาของคีรินดังปัง... มันไม่ใช่เสียงที่เบานัก สะท้อนถึงความหงุดหงิดที่ ดร.นารา พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้กรอบของนักวิชาการมืออาชีพ
โต๊ะทำงานในห้องตรวจที่เงียบสงบควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการบำบัด แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม ที่ซึ่งกระสุนทุกนัดถูกยิงออกไปด้วยสายตาและรอยยิ้มมุมปาก
“คุณหมอนั่งมองหน้าฉันมาสามนาทีกับสิบสองวินาทีแล้วนะคะ”
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทของอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มชื่อดังดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ขายาวไขว่ห้างอย่างถือดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวโตที่กำลังสนุกกับการต้อนหนูจนมุม
“ถ้าการจ้องหน้าคนไข้แล้วทำให้อัลกอริทึมความประสาทกินของคุณมันอัปเดตดีขึ้น ฉันก็น่าจะมองนานกว่านี้อีกสักสิบนาทีค่ะ” นาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นความโกรธให้เห็น แต่นัยน์ตากลับคมกริบไม่แพ้กัน เธอยกมือขึ้นกอดอก ป้องกันพื้นที่ส่วนตัวจากบรรยากาศคุกคามที่อีกฝ่ายจงใจปล่อยออกมา
ในทางจิตวิทยาแล้ว พฤติกรรมของคีรินเข้าข่ายกลไกการป้องกันตัวแบบ *Reaction Formation*—การแสดงออกตรงข้ามกับสิ่งที่รู้สึกในใจอย่างสิ้นเชิง ยิ่งเขาอยากเข้าหา ยิ่งรู้สึกไม่มั่นคง เขากยิ่งสร้างเกราะกำแพงความกวนประสาทและคำพูด toxic ขึ้นมาเพื่อผลักไสคนอื่นออกไป
แต่วันนี้... เกราะนั้นมันดูบางลงจนน่าใจหาย
“มองนานขนาดนี้ ระวังจะตกหลุมรักคนไข้นะครับ ดร.นารา” คีรินจงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่พยายามปั้นปูนนิ่งสนิทของเธออย่างจงใจวิเคราะห์ “อ่า... หรือว่าตกหลุมรักไปตั้งนานแล้ว แต่ฟอร์มจัด กลัวเสียฟอร์มในฐานะนักจิตวิทยาผู้ทรงคุณวุฒิกันแน่ล่ะครับ?”
คำพูดนั้นจี้ใจดำของนาราเข้าอย่างจัง เธอรู้ดีว่าตัวเองมีปมเรื่องความคาดหวัง การต้องทำตัวเป็นคนสมบูรณ์แบบในสายตาของครอบครัวและสังคมหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนเก็บกดความรู้สึก การถูกคีรินมองทะลุปรุโปร่งเช่นนี้จึงทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
แต่มีหรือที่คนอย่าง นารา จะยอมเพลี่ยงพล้ำให้เกมจิตวิทยาตื้นๆ นี้?
แทนที่จะถอยหนีหรือแสดงอาการตื่นตระหนก นารากลับคลายอ้อมแขนที่กอดไว้ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าช้าๆ ลดระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลง จนกระทั่งได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะห่างกันไม่ถึงคืบหากไม่ได้กั้นด้วยโต๊ะทำงาน
ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของคีรินนิ่งสนิท ไม่หลบตา ไม่ไหวติง
“ในทางจิตวิทยา คีรินคะ...” นาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังและเยือกเย็นจนทำให้อินฟลูเอนเซอร์หนุ่มชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทบนมุมปากของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ “คนเรามักจะพูดในสิ่งที่ตัวเอง *กำลังโหยหา* เสมอ... คุณพยายามปั่นประสาทฉัน พยายามผลักไส และเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีเด็กๆ แบบนี้ เพราะลึกๆ แล้วคุณกลัวสินะคะ?”
ลมหายใจของคีรินสะดุดไปเสี้ยววินาที ดวงตาที่เคยพราวระยับด้วยความท้าทายไหววูบลงอย่างรวดเร็ว—รวดเร็วเสียจนถ้าไม่ใช่เพราะนาราจ้องมองเขาอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว เธอคงมองไม่เห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น
“กลัวอะไรล่ะครับ?” คีรินยังคงฝืนยิ้ม แม้ว่าเสียงของเขาจะแห้งผากลงไปถนัดตา
“กลัวว่าถ้าวันหนึ่งฉันวิเคราะห์คุณจนทะลุปรุโปร่ง... คุณจะไม่เหลือที่ให้หลบซ่อนอีกต่อไป และที่แย่ที่สุดสำหรับคุณคือ... กลัวว่าฉันจะ ‘มองเห็น’ ตัวตนจริงๆ ที่แสนโดดเดี่ยวของคุณใต้กองขยะคำพูด Toxic เหล่านั้น” นาราพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่คมคายราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าๆ ของเขาอย่างแม่นยำ
ห้องตรวจทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
เคมีระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนไปในพริบตา จากเดิมที่เป็นการปะทะฝีปากแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ตอนนี้มันกลับกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ร้อนรุ่มและอันตรายยิ่งกว่าเดิม คีรินไม่ได้ถอยหนี เขากลับเป็นฝ่ายค้างท่าทางไว้อย่างนั้น ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับพูดคำพูดเชือดเฉือนใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธออีกครั้ง
แววตาของเขาในตอนนี้... ไม่มีคราบความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความสั่นไหวและความคลั่งรักสุดโต่งที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความซึนอย่างแนบเนียน
“คุณนี่มัน... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะ นารา” คีรินพึมพำออกมาเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มของเธอเมื่อเขยิบเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนนาราต้องกลั้นหายใจ
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ฉันถือว่านั่นคือผลการวินิจฉัยที่แม่นยำ” นาราถอยหลังกลับมาตั้งหลักอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเยือกเย็นที่เคยมีสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเจอสายตาคู่นั้นมองมา
แต่น่าเสียดายที่เกมจิตวิทยานี้ยังไม่ทันได้บทสรุป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งรวด ก่อนที่บานประตูห้องตรวจจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
“ดร.นาราคะ! แย่แล้วค่ะ! คุณคีรินถูกแฉคลิปเสียงหลุดในโซเชียล ตอนนี้ทวิตเตอร์แตกไปถึงไหนต่อไหนแล้วค่ะ!”
เสียงร้อนรนของพยาบาลสาวหน้าห้องทำให้ทั้งคีรินและนาราต้องผละออกจากกันทันที คีรินหันขวับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นระรัวไม่หยุดบนโต๊ะ ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เย็นเยียบกว่าทุกครั้ง
เขาก้มลงหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนดูผ่านๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนาราอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง
“ดูท่าทาง... เกมของเราคงต้องพักไว้แค่นี้ก่อนนะครับ คุณหมอ” คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับพายุย่อมๆ ที่โหมกระหน่ำข้างนอกนั้นเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระ “เพราะดูเหมือนว่า... มีคนอยากเล่นงานผมถึงถิ่น... และผมคิดว่าผมคงต้องไป ‘จัดการ’ อะไรให้มันเรียบร้อยเสียหน่อยแล้วล่ะครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความซึนและปมร้อนๆ ไปด้วยกันนะคะ รักที่สุดค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 4
เมื่อความซึนคือเกราะกำบัง
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!