“บอกเหตุผลที่ฉันต้องเอาเวลาชีวิตสามเดือนอันมีค่าไปนั่งขัดเกลาอีโก้พัง ๆ ของผู้ชายปากเสียคนนี้ทีค่ะ ท่านผู้อำนวยการ”
ปลายนิ้วเรียวสวยของ ดร.นารา เคาะแฟ้มเอกสารสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับจะสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก ดวงตาคมกวาดมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เรียบนิ่งสนิทจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ถ้าใครรู้จักนักจิตวิทยาหญิงมือหนึ่งประจำสถาบันวิจัยแห่งนี้ดี จะรู้ว่าความเงียบสงบแบบนี้นี่แหละคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง
ผู้อำนวยการวัยเกษียณถอนหายใจยาวเหยียด ถอดแว่นสายตาออกแล้วนวดคลึงหว่างคิ้วอย่างเหนר์อ่อน “นารา คุณก็รู้ว่าวิกฤตศรัทธาของคีรินในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเขาคนเดียว อินฟลูเอนเซอร์ยอดซับสไครบ์สิบล้านคนกำลังสร้างคลื่นใต้น้ำที่สั่นคลอนบรรทัดฐานทางสังคม สื่อทุกสำนักกำลังประณามเขา แต่ยอดวิวในคลิปกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์... สังคมไทยกำลังป่วยไข้ และเราต้องการคนที่จะผ่าตัดสมองของเขาออกมาดูว่าข้างในนั้นมันประกอบด้วยอะไร ถึงได้กล้าท้าทายศีลธรรมอันดีงามของมนุษยชาติได้หน้าตาเฉยขนาดนั้น”
“มันไม่ใช่การผ่าตัดสมองหรอกค่ะท่าน แต่มันคือการคุ้ยกองขยะทางความคิดต่างหาก” นาราแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง “ทำไมฉันต้องเอาวุฒิบัตรปริญญาเอกด้านจิตวิทยาพฤติกรรม ไปเสียเวลาบำบัดคนที่มีอาการ *Narcissistic Personality Disorder* ขั้นรุนแรงแถมพ่วงด้วยโรคเรียกร้องความสนใจล่ะคะ ปล่อยให้เขาโดนกระแสสังคมกลืนหายไปเองไม่ดีกว่าหรือ”
“เพราะบอร์ดบริหารลงมติเป็นเอกฉันท์แล้วว่า มีเพียง ดร.นารา เท่านั้นที่จะเอาเขาอยู่” ผู้อำนวยการยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบข้ามโต๊ะมาให้ “นี่คือสัญญาพ่วงท้ายโครงการวิจัยทุนหนาที่คุณอยากได้มานาน ยอมรับงานนี้ซะ แล้วทุนวิจัยสิบสองล้านบาทจะถูกโอนเข้าบัญชีสถาบันภายในสัปดาห์หน้า”
นารากะพริบตาช้า ๆ มองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าเคร่งเครียดของผู้บังคับบัญชา ในหัวสมองคำนวณตัวเลขและผลประโยชน์ที่จะตกเป็นของงานวิจัยที่เธอทุ่มเทมาทั้งชีวิตอย่างรวดเร็ว ปมในใจเรื่องความคาดหวังของครอบครัวที่ต้องการให้เธอก้าวขึ้นเป็นศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่อายุน้อยที่สุดกำลังกรีดร้องว่านี่คือโอกาสทอง
ตรรกะบอกให้ปฏิเสธ แต่สัญชาตญาณของการเป็นนักวิจัยผู้กระหายความท้าทายกลับกระซิบให้คว้ามันไว้
“ตกลงค่ะ” นารายื่นมือไปหยิบซองเอกสารนั้นด้วยปลายนิ้ว “ฉันจะจัดระเบียบสมองเน่า ๆ ของอีตาอินฟลูเอนเซอร์ขยะเปียกนั่นให้เข้าที่เข้าทางเอง รับรองว่าจบโครงการนี้ เขารักษาหายจนไม่กล้าแม้แต่จะเปิดกล้องมือถือไลฟ์สดด่าใครบนโลกใบนี้อีกเลย”
สามวันต่อมา ณ สูดิโอถ่ายทำรายการชื่อดังใจกลางเมือง กลิ่นอายของความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในห้องพักรับรองพิเศษ นารานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยิ่งขับเน้นบุคลิกที่ดูเยือกเย็นและน่าเกรงขาม ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉียบคม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจดจ้องอยู่บนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อทบทวนประวัติและพฤติกรรมของเป้าหมาย
คีริน... ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี เจ้าของช่องโซเชียลมีเดียที่มียอดผู้ติดตามล้นหลาม ผู้สร้างชื่อเสียงจากการวิจารณ์ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ด้วยวาจาเชือดเฉือน เสียดสี และไร้ความปรานี เขาคือภาพ Apathy (ความไร้เยื่อใย) ที่สมบูรณ์แบบ เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ความกวนประสาทเป็นเกราะป้องกัน และใช้ความฉลาดเป็นอาวุธในการเหยียบย่ำความรู้สึกของผู้อื่นเพื่อความบันเทิง
*แอด...*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ ดึงนาราหลุดออกจากภวังค์แห่งการวิเคราะห์ เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นมองทันที แกล้งทำเป็นสนใจกราฟสถิติในแท็บเล็ตเพื่อส่งสัญญาณข่มขวัญผู้มาใหม่
“โอ๊ะ... นึกว่าใคร” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่เจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก “คุณคือนักจิตวิทยาคนสวยที่ทางช่องจ้างมาบำบัดโรคเกลียดโลกให้ผมสินะครับ? หน้าตาบึ้งตึงแบบนี้ สงสัยชีวิตจริงคงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ล่ะสิ ถึงได้เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับทฤษฎีในตำราคร่ำครึ”
นาราสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีตั้งแต่ประโยคแรก เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคู่กรณี
ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคีรินตัวจริง... เขาสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิท เส้นผมสีดำสนิทถูกเซ็ตไว้อย่างลวก ๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่หล่อเหลาแบบแบดบอย ดวงตาเรียวรีคู่นั้นพราวระยับด้วยแววตาท้าทาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มยียวนที่ดูน่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอในรอบปี
นาราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายเซนติเมตร แต่รัศมีออร่าความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองของเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด
“เชิญนั่งค่ะ คุณคีริน” นาราผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงเรียบสนิทไร้ความรู้สึก “และช่วยกรุณาเก็บรอยยิ้มปัญญาอ่อนนั่นลงไปซะ เพราะฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเพื่อนเล่น หรือมานั่งฟังคุณพ่นคำพูด toxic ใส่เหมือนพวกแฟนคลับไร้สมองของคุณ”
คีรินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาพราวระยับไหววูบด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสนุกสนาน เขาเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นอายความเป็นอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนนาราต้องเผลอกลั้นหายใจ
“ปากจัดใช้ได้นี่ครับ ดร.นารา” คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างหู “ผมชักจะอยากรู้แล้วสิว่า... ภายใต้เกราะนักจิตวิทยาผู้เยือกเย็นของคุณเนี่ย ถ้าโดนผมเขย่าแรง ๆ เข้าสักที มันจะร้าวรานจนแตกละเอียดคามือผมไหมนะ”
นาราไม่ถอยหลังหนี เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นด้วยแววตาท้าทายไม่แพ้กัน หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความโกรธ (หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งเธอปฏิเสธที่จะยอมรับในตอนนี้)
“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะ คีริน” นาราแย้มยิ้มหวานหยดแต่เย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ ปลายนิ้วเรียวยื่นไปแตะที่ปกเสื้อแจ็คเก็ตหนังของเขาเบา ๆ ก่อนจะออกแรงกดลงเล็กน้อย “เพราะคนที่จะแตกละเอียดและถูกฉันถอดรหัสออกมาแผ่หลาบนิตยสารจิตวิทยา... จะเป็นคุณ”
ทั้งสองคนยืนจ้องหน้ากันเขม็ง บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างรุนแรง
ทว่า ในวินาทีที่นาราคิดว่าเธอสามารถควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้แล้วนั้น ประตูห้องพักรับรองก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มปริศนาในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณคีรินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! คลิปไลฟ์สดเมื่อคืนนี้ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายส้าร้อยล้าน! และตอนนี้ตำรวจไซเบอร์กำลังบุกมาที่สตูดิโอแล้วครับ!”
คีรินชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันขวับกลับมามองนาราที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ดูเหมือนว่า...” คีรินหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงฝื่อนเฝื่อน สายตาคมกริบมองสบตากับเธออย่างมีความหมาย “...คลาสบำบัดจิตวิทยาภาคปฏิบัติของเรา จะต้องเริ่มเร็วกว่าที่คิดซะแล้วล่ะครับ ด็อกเตอร์”
.
.
.
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่โลกของอัลกอริทึมหัวใจดวงนี้นะคะ! ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์ให้กำลังใจนักเขียนคนนี้ด้วยนะคะ ❤
อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 1
ทฤษฎีคนกวนประสาท
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!