ไฟสตูดิโอสาดแสงสีฟ้าจัดจ้านจนแทบแผดเผาเรตินา แต่ความร้อนระอุจริงๆ กลับมาจากสายตานับล้านคู่ในห้องส่งและหลังหน้าจอไลฟ์สด ที่กำลังจดจ้องมายังเวทีทอล์กโชว์ยอดฮิตแห่งยุค
“น่าเสียดายนะนารา...”
เสียงกระซิบจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท รอยยิ้มมุมปากของคีรินในวินาทีที่กระซิบชิดใบหูเธอนั้น มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะที่เหยียดยหยาม แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมด้วยความเอ็นดูระคนอันตราย และตอนนี้... วินาทีนี้ รายการสดกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดในชีวิตการทำงานของ ดร.นารา
“คุณคีรินคะ...” นาราฝืนปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล “ในฐานะนักจิตวิทยา ฉันมองว่ากลไกการปกป้องตัวเองด้วยการสร้างตัวตนปลอมๆ บนโลกออนไลน์ มันคืออาการของคนที่มีช่องโหว่ทางจิตใจอย่างรุนแรง และคุณ... ก็กำลังใช้มันเป็นเกราะกำบังความกลัวลึกๆ ข้างใน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องส่ง พิธีกรรายการพยายามจะแทรกแซง แต่คีรินยกมือขึ้นห้าม ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ กับที่วางแขน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่นารา ไม่มีความกวนประสาท ไม่มีความเยาะเย้ย มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่สั่นไหววูบหนึ่ง... วูบเดียวเท่านั้น แต่นารารับรู้มันได้ด้วยสัญชาตญาณของนักจิตวิทยา
“เก่งมาก ดร.นารา” คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสะท้อนผ่านไมโครโฟนปกเสื้อจนก้องกังวาน “คุณวิเคราะห์ผมได้เฉียบขาดสมเป็นผู้เชี่ยวชาญ... แต่คุณเคยใช้หลักการเดียวกันนี้... ส่องกระจกดูตัวเองบ้างไหมล่ะครับ?”
นาราชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เธอบังคับใช้มาตลอดชีวิตกำลังถูกเขย่าจนสั่นคลอน
“คุณหมายความว่ายังไง...”
“หมายความว่า... คนที่พูดถึงแต่ทฤษฎีความสมบูรณ์แบบ คนที่ควบคุมทุกความรู้สึกของตัวเองให้อยู่ในกรอบอัลกอริทึมที่ปลอดภัย...” คีรินโน้มตัวไปข้างหน้า ร่นระยะห่างระหว่างเขากับเธอน้อยลงจนนาราได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความกดดันรอบตัว “ความจริงแล้ว... กลัวการสูญเสียการควบคุมมากที่สุดไม่ใช่เหรอครับ นารา?”
ความเงียบเข้าปกคลุมสตูดิโอชั่วขณะ คำพูดนั้นเหมือนมีดผ่าตัดที่กรีดทะลุเกราะกำบังทางวิชาการของเธอลงไปถึงขั้วหัวใจ นารากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว เธอกำลังจะเปิดปากสวนกลับด้วยข้อมูลทางสถิติและตรรกะเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหว แต่วินาทีนั้นเอง... คีรินก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เขายื่นมือมาคว้าไมโครโฟนหลักของพิธีกรขึ้นมาถือไว้เอง ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังกล้องตัวหลักที่ถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมทั่วประเทศ
“ทุกคนกำลังรอดูผมโดนเชือดใช่ไหมครับ?” คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนทุกคนในห้องส่งเงียบกริบ “รอดูว่าอินฟลูเอนเซอร์ตัวร้ายคนนี้จะจนมุมด็อกเตอร์สาวผู้แสนเพอร์เฟกต์ยังไง... แต่บอกตามตรงนะ ผมเบื่อบทบาทนี้เต็มทีแล้ว”
นาราขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เธอหันไปมองหน้าเขา สบตากับนัยน์ตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ความจริงที่ผมอยากจะพูดในวันนี้... ไม่ใช่เรื่องดราม่าเรียกเรตติ้ง” คีรินหันกลับมามองนาราเต็มตา ใบหน้าคมคายฉายแววอ่อนลงอย่างหาได้ยากยิ่ง “แต่เป็นเรื่องของอัลกอริทึมตัวจริง... อัลกอริทึมที่ผมไม่ได้สร้างมันขึ้นมา แต่มันถูกฝังอยู่ในหัวใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมได้ยินเสียงเธอบรรยายในงานสัมมนาปีที่แล้ว”
หัวใจของนารากระตุกวูบ เสียงรอบตัวคล้ายถูกตัดขาด หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
“คุณคีริน... คุณกำลังพูดเรื่องอะไรในรายการสดนะคะ?!” นาราเผลอหลุดเสียงตื่นตระหนกออกมาเล็กน้อย ความเยือกเย็นที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา
“ผมกำลังสารภาพรักไงครับ... ดร.นารา”
คำพูดนั้นดังชัดเจนก้องกังวานผ่านไมโครโฟนไปทั่วประเทศ ห้องส่งทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิทช็อกค้าง พิธีกรอ้าปากค้างตาโต ส่วนทีมงานหลังกล้องต่างทำอะไรไม่ถูก นารารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ความรู้สึกผสมปนเปกันระหว่างความโกรธ ความเขินอาย และความสับสนจนสมองประมวลผลแทบไม่ทัน
“คุณ... คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” นาราเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติกลับมาท่ามกลางสถานการณ์ที่เกินควบคุม “นี่มันรายการสดนะ!”
“ผมรู้... และเพราะมันเป็นรายการสดนี่แหละครับ ผมถึงต้องพูด” คีรินแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาท แต่เป็นความจริงใจที่เปี่ยมล้นจนน่ากลัว “ผมเกลียดขี้หน้าคุณ... เกลียดที่คุณฉลาดเกินไป เกลียดที่คุณมองทะลุผมทุกอย่าง เกลียดที่คุณทำให้ผมกลายเป็นผู้ชายงี่เง่าที่คอยเอาแต่ตามสืบตารางงานของคุณ...”
“หยุดเถอะนะคะ...!” นารายกมือขึ้นห้าม ใบ้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอไม่เคยเตรียมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ในตำราจิตวิทยาเล่มไหนเลย
“ไม่หยุดครับ” คีรินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระนาบสายตาของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมกัน “ถ้าผมไม่พูดตอนนี้... คุณก็จะใช้อัลกอริทึมความมีเหตุผลของคุณผลักไสผมออกไปอีก... นาราครับ อนุญาตให้ผมเข้าไปอยู่ในอัลกอริทึมชีวิตของคุณ... ได้ไหมครับ?”
บรรยากาศในสตูดิโอตึงเครียดและอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ตีรวนกันมั่วซุม นารากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่มีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอเกินกว่าจะควบคุมได้ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างลังเล สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงแต่กลับว่างเปล่าไร้ซึ่งคำปฏิเสธใดๆ
ทว่า... ในวินาทีที่นากากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ประตูสตูดิโอขนาดใหญ่ด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนตื่นตระหนกของโปรดิวเซอร์รายการที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“ดร.นาราครับ! คุณคีรินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!” โปรดิวเซอร์หน้าซีดเผือด ถือแท็บเล็ตสั่นเทาเข้ามาใกล้ “แฮกเกอร์นิรนามเพิ่งปล่อยคลิปเสียงลับ... คลิปที่คุณคีรินคุยกับบอร์ดบริหารช่องเมื่อเดือนก่อน ถูกปล่อยว่อนเน็ตตอนนี้ และหัวข้อในคลิปคือ... แผนการจัดฉากทั้งหมดนี่ครับ!”
คีรินหันขวับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตทันที รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาคมกราบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดในเสี้ยววินาที
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บและหน่วงของคู่นี้เสมอนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 12
คำสารภาพท่ามกลางดราม่า
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!