อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 17

สัญญาณเตือนหัวใจ

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
"คุณกำลังใช้กลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Reaction Formation* อยู่รู้ตัวไหมคะ ดร.นารา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าหยอกดังขึ้นในระยะประชิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นฝนจางๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูก นาราผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักทองแน่นหนาสนิท ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ ขณะที่วงแขนแข็งแรงของคีรินข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับขอบชั้นหนังสือ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตแคบๆ ที่อัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ดวงตาคมกริบของอินฟลูเอนเซอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและสร้างความปวดหัวให้เธอมาตลอด ไม่ได้ฉายแววเยาะเยือนเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม... มันมีความนิ่งลึกและอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตายาวระยับ คีรินจ้องมองเธอราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มโปรดที่เขาเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจำได้ทุกบรรทัด "ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นค่ะ คุณคีริน... กรุณาถอยออกไป ห่างจากตัวฉันเกินระยะพื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) แล้วค่ะ" นาราพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายจะเริ่มเต้นรัวระรัวราวกับตีกลองเพลจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันด้วยซ้ำ นี่คือความผิดพลาดทางทฤษฎีครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตนักจิตวิทยาของเธอ นาราตำหนิตัวเองในใจ เธออนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยส่วนตัวได้นานเกินไป เพียงเพราะความเหนื่อยล้าจากคดีความและปมปัญหาครอบครัวที่เพิ่งสะสางไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและสั่นพร่าเล็กน้อยในบรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืนของห้องทำงาน "ปากบอกว่าให้ถอย แต่หูของคุณแดงแจ๋เลยนะคะ ด็อกเตอร์... ทางจิตวิทยานี่เขาเรียกว่าอาการปฏิเสธความจริงแบบน่ารักหรือเปล่า?" "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะคะ" นารายกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายออกเบาๆ ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกลับทำให้ปลายนิ้วของเธอร้อนผ่าว ราวกับไปแตะโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูง เธอรีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกน้ำร้อนลวก การกระทำนั้นรอดพ้นจากสายตาคมกริบของคีรินไปไม่ได้ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งลึกขึ้น รา and it infuriated her even more. "ผมไม่ได้เล่นลิ้นสักหน่อย" คีรินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของนาราต้องสั่งให้เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ทว่าปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างแผ่วเบา—ไม่ใช่การบังคับด้วยความรุนแรง แต่เป็นการสัมผัสที่นุ่มนวลและทะนุถนอมอย่างเหลือเชื่อ จนสมองของเธอชัตดาวน์ไปชั่วขณะ *สัมผัสนี้... คืออะไรกัน?* ปกติแล้ว คีรินจะใช้คำพูดเชือดเฉือน คมคาย และกวนประสาทเพื่อดึงปฏิกิริยาจากเธอ แต่วินาทีนี้... แววตาของเขาไม่มีความเยาะหยันอยู่เลย มันมีแต่ความเปราะบางบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความร้ายกาจ "คุณกำลังเหนื่อย" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงของอินฟลูเอนเซอร์จอมพิษภัยคนเดิม แต่มันคือเสียงของมนุษย์คนหนึ่งที่เข้าใจความโดดเดี่ยวของเธออย่างถ่องแท้ "และผมเบื่อเต็มทน... ที่ต้องเห็นคุณแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเล็กๆ นี่คนเดียว" คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นกระแทกเข้ากลางใจของนาราอย่างจัง ปมในวัยเด็กที่เธอต้องเป็นเด็กดี เป็นคนที่สมบูรณ์แบบตามความคาดหวังของครอบครัว เพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับ ภาพจำที่เธอต้องเก็บกั้นน้ำตาและความอ่อนแอเอาไว้เบื้องหลังรอยยิ้มของนักจิตวิทยาผู้เพียบพร้อม กำลังถูกสายตาคู่นี้รื้อถอนจนพังทลายลงมาทีละน้อย หัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันเกิดจากความจริงที่ว่า... *มีใครบางคนมองทะลุเกราะป้องกันทั้งหมดของเธอเห็นตัวตนที่แท้จริงข้างใน* และคนๆ นั้น ดันเป็นผู้ชายคนที่เธอประกาศตัวว่าเป็นคู่ปรับตลอดกาลเสียด้วย "คุณ... รู้ได้อย่างไร..." เสียงของนาราขาดหายไปในลำคอ เมื่อคีรินเลื่อนมือจากการจับคาง มาเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างขมับของเธอให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกอัดอั้นที่สะสมมานานนับปีพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่อก "เพราะผมมองคุณมาตลอดไงครับ" คีรินกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บนผิวแก้มทำให้นาราแทบหยุดหายใจ "ตั้งแต่ที่คุณทำหน้าบึ้งใส่ผมครั้งแรกในรายการสัมภาษณ์ จนถึงตอนนี้... คุณคิดว่าผมแค่อยากเอาชนะคุณเหรอ นารา?" ชื่อจริงของเธอที่ถูกเปล่งออกมาโดยไม่มีคำว่า 'ดร.' นำหน้า ทำให้อณูอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาทันที มันไม่ใช่การเรียกขานด้วยความสนิทสนมธรรมดา แต่ละพยางค์ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขามีน้ำหนักและแรงดึงดูดมหาศาล สติสัมปชัญญะด้านตรรกะและเหตุผลที่นาราพยายามยึดถือมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอควรจะผลักเขาออก เธอควรจะท่องทฤษฎีจิตวิทยาเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศ มันหยุดนิ่ง ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างสูงโอบล้อม และปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกที่ขาดหายไปนานเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในใจ คีรินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมาย ความตึงเครียดระหว่างพวกเขากลายสภาพเป็นความหวานล้ำที่ร้อนแรงและอันตราย นารากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอเริ่มขยับเข้าหากันโดยอัตโนมัติเมื่อระยะห่างลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะสัมผัสกัน เสียงหนึ่งก็ทำลายบรรยากาศทุกอย่างลงอย่างไม่ใยดี *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของนาราดังขึ้นแผดเสียงก้องกังวาน ทำลายมนต์สะกดทั้งหมดในห้องลงในพริบตา คีรินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับผละตัวออกห่างด้วยความเสียดาย นาราสูดหายใจเข้าลึก, เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง เธอรีบหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด—สายจาก 'ผอ.ภาคภูมิ' ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยที่เธอสังกัดอยู่ ซึ่งมักจะไม่เคยโทรหาเธอในยามวิกาลแบบนี้เว้นแต่จะมีเรื่องใหญ่ระดับวิกฤต นารากดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้เป็นปกติที่สุด "ฮัลโหลค่ะ ผอ." ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่น้ำเสียงเคร่งเครียดและร้อนรนจะเอื้อนเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง ซึ่งทำให้นารารู้สึกราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาไปทั้งร่าง "ดร.นารา... รีบเปิดดูข่าวช่องด่วนตอนนี้เลยครับ มีคนปล่อยคลิปเสียงการวินิจฉัยลับของคุณกับเคสผู้ป่วยออกไปในโลกออนไลน์แล้ว และตอนนี้... สื่อกำลังมุ่งเป้ามาที่สถาบันของเราเพื่อขอคำอธิบาย!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%