อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า•ตอนที่ 18

ศัตรูในคราบมิตร

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของดิฉันสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบ ตัดกับความมืดสลัวของห้องตรวจที่ปิดทึบ ข้อความแจ้งเตือนนับร้อยข้อความเด้งขึ้นมาชนกันราวกับพายุคลั่งในมหาสมุทร เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนแผดเสียงแหลมสูงติดต่อกันไม่หยุดจนดิฉันต้องกวาดมันคว่ำหน้าลงกับพื้นโต๊ะ เพื่อตัดเสียงรบกวนที่กำลังบั่นทอนสมาธิอันน้อยนิด คลิปเสียงการวินิจฉัยลับ... มันถูกปล่อยออกไปแล้วจริงๆ กลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยา (Defense Mechanism) ทำงานทันที ดิฉันเลือกที่จะนิ่งเงียบ รวบรวมลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังพุ่งสูงด้วยความโกรธปนความกังวล จรรยาบรรณวิชาชีพคือเกราะป้องกันที่ดิฉันถือ เคร่งครัดมาตลอดชีวิต แต่มันกลับถูกฉีกกระชากด้วยฝีมือของใครบางคนที่มีจุดประสงค์ต่ำทราม เพื่อทำลายสถาบันจิตวิทยาแห่งนี้ และที่แย่ไปกว่านั้น... เป้าหมายของพวกมันไม่ได้หยุดแค่ตัวดิฉันคนเดียว “ดร.นาราคะ! ทางบอร์ดบริหารเรียกประชุมด่วนค่ะ สื่อมวลชนด้านล่างตึกเริ่มตั้งกล้องถ่ายทอดสดแล้วนะคะ!” เสียงเคาะประตูดังรัวพร้อมกับร่างของเลขาฯ หน้าตาตื่นตระหนกที่พุ่งพรวดเข้ามาโดยไม่รออนุญาต เอกสารในมือสั่นเทาจนแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ดิฉันไม่ได้หันไปมองทันที สายตายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอที่แสดงกราฟพุ่งดิ่งลงเหวของชื่อเสียงที่สั่งสมมานานหลายปี “ไม่ต้องตกใจไปค่ะคุณมินตรา ความตื่นตระหนกไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น มีสติแล้วบอกดิฉันซิว่าใครคือคนที่ปล่อยคลิปนี้เป็นคนแรก” ดิฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นชา จนอีกฝ่ายชะงักและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เอ่อ... เป็นช่องอินฟลูเอนเซอร์สายแฉค่ะ 'ไซเบอร์มีเดีย' ที่มักจะขุดคุ้ยเรื่องชาวบ้าน... แต่ประเด็นคือ พวกเขาไม่ได้ปล่อยแค่เสียงดิฉันค่ะ... แต่มีเสียงของ ‘คุณคีริน’ หลุดเข้าไปด้วยในฐานะบุคคลที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์วันนั้น!” หัวใจของดิฉันกระตุกวูบไปชั่วขณะ คีริน... ตาบ้านั่น! ถ้าคลิปนั้นมีเสียงเขาอยู่ด้วย มันแปลว่าพวกมันกำลังพยายามโยงความสัมพันธ์ของเราให้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวเชิงชู้สาว เพื่อดิสเครดิตทั้งในแง่จริยธรรมของนักจิตวิทยาและภาพลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังพร้อมๆ กัน นี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งธรรมดา แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่วางแผนมาอย่างแยบยล ติ๊ง! เสียงข้อความเข้าจากเบอร์แปลกบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ดึงสติของดิฉันกลับมา เป็นลิงก์วิดีโอสดพร้อมข้อความสั้นๆ ที่อ่านแล้วเลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว *‘อยากรู้ไหมครับว่าใครเป็นคนขายคุณให้พวกสื่อ? เปิดดูไลฟ์ตอนนี้สิ ที่รัก’* ดิฉันไม่รอช้า คว้าเมาส์คลิกเปิดลิงก์ทันที ภาพบนจอคือห้องไลฟ์สดที่จัดแสงอย่างดิบดี ใบหน้าของ ‘กรณ์’ คู่แข่งคนสำคัญในวงการอินฟลูเอนเซอร์และอดีตนักจิตวิทยาที่เคยถูกไล่ออกจากสถาบันเนื่องจากผิดจริยธรรมกำลังยิ้มเยาะด้วยความสะใจ หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้านหลังของเขาฉายภาพถ่ายส่วนตัวของดิฉันกับคีรินที่แอบถ่ายจากมุมสูง... เป็นภาพที่เรายืนอยู่ใกล้กันในห้องพักฟื้นเคสฉุกเฉินเมื่อสัปดาห์ก่อน *(‘ทุกคนครับ วันนี้เราจะมาแฉเบื้องหลังความเน่าเฟะของคลินิกจิตวิทยาชื่อดัง ที่หมอผู้รักษาดันใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับเคสอินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อปอย่างคุณคีริน... พวกเขาไม่ได้รักษาด้วยหลักวิชาการหรอกครับ แต่เขาใช้ห้องตรวจเป็นที่...’)* ปัง! ประตูห้องทำงานของดิฉันถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือหนาของใครบางคนที่ไม่ได้เคาะขออนุญาตแม้แต่น้อย ร่างสูงโปรดของคีรินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายความโกรธเกรี้ยวที่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เสื้อสูทราคาแพงยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกว่าเขาเพิ่งฝ่าวงล้อมของนักข่าวข้างล่างตึกขึ้นมาอย่างทุกลักทุเล เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงแต่กลับขับให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูดิบเถื่อนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม เขาล็อกประตูห้องทันทีด้วยเสียงดัง ‘คลิก’ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวดิฉันที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานอย่างรวดเร็ว “คุณ...” ดิฉันอ้าปากจะเอ่ยตำหนิความไร้มารยาทของเขา แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฝ่ามืออุ่นจัดของเขาก็เอื้อมมาควบุมข้อมือของดิฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น “คุณเห็นไลฟ์เวรตะไลนั่นหรือยัง นารา” เสียงทุ้มต่ำของคีรินแหบพร่า ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของดิฉัน ราวกับต้องการค้นหาความจริงว่าดิฉันหวั่นไหวไปกับเกมสกปรกนี้หรือไม่ “เห็นแล้วค่ะ...” ดิฉันเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้แม้หัวใจจะเต้นระรัว “และฉันก็กำลังคิดหาทางจัดการกับนายกรณ์อยู่ คุณไม่ควรมาที่นี่นะคะ ตอนนี้พวกสื่อกำลังจับตาดูทุกย่างก้าวของคุณ การที่คุณวิ่งมาหาฉันแบบนี้ ยิ่งเท่ากับเอาหลักฐานไปส่งให้พวกมันยืนยันข้อกล่าวหาไม่ใช่หรือไงคะ?” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและ... ความคลั่งไคล้ที่ถูกเก็บกดไว้จนล้นปรี่ “จัดการเหรอ? คุณคิดว่าคนอย่างกรณ์มันเล่นตามกฎหรือไง นารา คุณมันฉลาดเรื่องทฤษฎีในตำรา แต่บางทีคุณก็ซื่อบื้อเกินไปในเรื่องเกมสกปรกของมนุษย์” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเครียดลอยปะทะผิวหน้า “มันไม่ได้อยากทำลายชื่อเสียงสถาบันของคุณหรอก... สิ่งที่มันต้องการจริงๆ คือการบีบให้คุณจนมุม จนกระทั่งคุณต้องยอมจำนนเดินไปกราบมัน หรือไม่ก็... ทำให้เราสองคนต้องแตกหักกันทางความรู้สึกต่างหาก” ดิฉันชะงัก เปลือกตาKกกระพริบช้าๆ เพื่อประมวลผลคำพูดของเขา สมองที่เคยคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบเริ่มทำงานเชื่อมโยงจุดต่างๆ “หมายความว่า...” “ใช่” คีรินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายوانและอันตรายในเวลาเดียวกัน มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าของดิฉัน ปัดปอยผมที่ตกลงมาทัดหูให้อย่างทะนุถนอม ซึ่งเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนขัดกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสิ้นเชิง “เป้าหมายที่แท้จริงของมันคือการทำให้คุณสูญเสียการควบคุม แล้ววิ่งมาผลักไสไล่ส่งผมออกไปจากชีวิต เพื่อที่มันจะได้0ผู้ชนะบนซากปรักหักพังของเราสองคน” “แล้วคุณ... ทำไมต้องวิ่งมาหาฉันในเมื่อคุณเลือกที่จะปฏิเสธข่าวลือแล้วหายตัวไปเฉยๆ แบบที่อินฟลูเอนเซอร์คนอื่นเขาทำกันล่ะคะ?” ดิฉันถามสวนกลับทันควัน ดวงตาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาแรงจูงใจที่แท้จริง คีรินเงียบไปอึดใจหนึ่ง สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน แววตาที่เคยกวนประสาทแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ร้อนแรงจนดิฉันแทบหายใจไม่ออก “เพราะผมยอมให้ใครมาเหยียบย่ำคุณไม่ได้... และที่สำคัญที่สุด” เข้มข้นขึ้นในทุกจังหวะคำพูด “ผมเกลียดเวลาที่เห็นคนอื่นพยายามจะมาตีตรา ‘ความเป็นเจ้าของ’ บนตัวคุณ ทั้งๆ ที่พื้นที่ตรงนั้น... มันควรเป็นของผมคนเดียวตั้งนานแล้ว” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงแจ้งเตือนจากภายนอกราวกับถูกตัดขาดออกไปจากโลกใบนี้ มีเพียงเสียงหัวใจของเราสองคนที่เต้นสอดประสานกันท่ามกลางวิกฤตที่กำลังลุกลาม ดิฉันเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและจรรยาบรรณวิชาชีพกำลังตีกันอย่างรุนแรงกับแรงดึงดูดประหลาดที่ผู้ชายคนนี้มีต่อดิฉัน แต่ก่อนที่ดิฉันจะได้เอ่ยถ้อยคำใดเพื่อปฏิเสธหรือโต้แย้ง เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงของเลขาฯ ที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตกใจสุดขีด “ดร.นาราคะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีคนปล่อยเอกสารประวัติการรักษาลับอีกชุดออกมาแล้ว... และในเอกสารนั้นระบุชื่อของ ‘บุคคลสำคัญ’ ระดับประเทศที่เคยเข้ารับการบำบัดกับคุณเมื่อสามปีก่อน!” คีรินชะงัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเยือกเย็นในเสี้ยววินาที เขากัดฟันกรอดแล้วสบถออกมาเบาๆ “ไอ้กรณ์... มันเล่นของใหญ่เกินไปแล้ว” ดิฉันหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ปรากฏชื่อของบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเมืองกำลังถูกกล่าวหาในหน้าฟีดข่าวหลักของประเทศ ร่างกายของดิฉันเย็นเฉียบลงในพริบตา นี่ไม่ใช่แค่การทำลายชื่อเสียง แต่มันคือการฆาตกรรมทางอาชีพที่ถูกวางแผนมาอย่างดีเพื่อลากสถาบันของเราลงสู่เหวนรก มือหนาของคีรินเอื้อมมากุมมือดิฉันไว้แน่นขึ้นอีกระดับ แรงบีบนั้นอบอุ่นและหนักแน่น ราวกับจะบอกว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ดิฉันเผชิญหน้ากับพายุลูกนี้เพียงลำพังเด็ดขาด แต่ทว่า... ในวินาทีที่ดิฉันกำลังจะเอ่ยปากบอกแผนการโต้กลับ ประตูห้องทำงานที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนากลับส่งเสียง ‘คลิก’ ดังขึ้นอีกครั้งจากกลอนด้านนอก... ทั้งๆ ที่รหัสผ่านมีเพียงดิฉันและเลขาฯ เท่านั้นที่รู้! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไขปมไปพร้อมกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ: เมื่อนักจิตวิทยาต้องวิเคราะห์ไอคอนที่เกลียดขี้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%