ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป•ตอนที่ 11

การลอบกัดของศัตรู

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
แฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดวาบเข้ามาราวกับห่าฝนกระสุนเพลิง เสียงชัตเตอร์รัวเป็นระลอกคลื่นราวกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอยู่บนปากเหวแห่งความหายนะ บนเวทีแฟชั่นวีกระดับประเทศที่ควรจะเป็นพื้นที่ประกาศศักดาของแบรนด์ *‘L’ombre de Reine’* กลับถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความอิจฉาริษยาที่ถูกจุดขึ้นอย่างจงใจ อคินยืนตระหง่านอยู่หลังไมโครโฟนบนเวที รอยยิ้มเหยียดยาวปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ในมือของเขาถือแท็บเล็ตหน้าจอเรืองแสงที่กำลังฉายภาพร่างดีไซน์ชุดราตรีผ้าไหมปักด้ายเงินประกายมุก ซึ่งเป็นไฮไลต์เด็ดของคอลเลกชันนี้ "ทุกท่านคงสงสัยนะคะว่า ทำไมผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ ถึงได้มีความละม้ายคล้ายคลึงกับคอลเลกชัน 'Eternity' ที่ดิฉันเคยออกแบบไว้เมื่อสามปีก่อนอย่างไม่น่าเชื่อ..." เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง เรย์รินยืนนิ่งสงบอยู่หลังฉากกั้นกระจกฝ้า แววตาคู่คมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกอดอกมองภาพบนหน้าจอขนาดมหักษ์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในความทรงจำอันเน่าเฟะของอคิน—อดีตเพื่อนร่วมงานผู้ขโมยผลงานและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอไปในอดีต อคินกำลังเล่นเกมสกปรก เขาตั้งใจใช้เวทีนี้ประจานเธอในข้อหา "ลอกเลียนแบบดีไซน์" เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่เธอกู้ซากขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ "ดูนี่สิครับ..." อคินจงใจใช้น้ำเสียงสั่นเครือราวกับผู้ถูกกระทำ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ "เส้นสายการตัดเย็บ การวางลายปักลูกไม้ฝรั่งเศสแบบสามมิติ... นี่มันไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจ แต่มันคือการโจรกรรมทางปัญญาชัดๆ! เรย์ริน... คุณกล้าดียังไงเอาผลงานที่ขโมยสิทธิ์ของผมไปชุบมือเปิบเป็นของตัวเองบนเวทีระดับโลกแบบนี้!" ความโกลาหลลุกลามราวกับไฟลามทุ่ง นักข่าวต่างกรูเข้ามาหน้าเวทีเพื่อรอรับฟังคำแก้ตัวจากดีไซน์เนอร์สาว เรย์รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความแค้นและชัยชนะคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก เธอปรายตามองคิรากรที่ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัว นายแบบหนุ่มอันดับหนึ่งผู้หยิ่งผยองสวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษ เขายังคงรักษาความนิ่งสงบได้ดีเยี่ยม ทว่าดวงตากลับคมกริบและเป็นประกายอันตรายยามเมื่อมองไปยังอคิน "คุณจะออกไปจัดการ หรือจะให้ฉันจัดการหักหน้าไอ้สุนัขลอบกัดนั่นด้วยตัวเองคะ?" คิรากรกระซิบเบาๆ ข้างหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหง กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาผสมผสานกับความตึงเครียดของสถานการณ์ได้อย่างน่าประหลาด เรย์รินปรายตามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเครื่องมือและคนที่เธอเกือบจะเผลอใจให้ เธอเหยียดยิ้มบางเบา "เกมของฉัน... ฉันย่อมเป็นคนปิดฉากมันด้วยตัวเองค่ะ คุณคิรากร แค่อยืนดูให้ดีก็พอว่าคนที่เราเหยียบจมดิน มันจะดิ้นรนได้น่าสมเพชขนาดไหน" สิ้นคำพูดนั้น เรย์รินก็ก้าวออกไปจากหลังฉาก แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงมาบนร่างระหงในชุดสูทสีดำสนิท ความเงียบงันเข้าปกคลุมฮอลล์ขนาดใหญ่ในชั่วพริบตาเมื่อร่างของดีไซน์เนอร์สาวปรากฏกายขึ้นอย่างสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความลังเล มีเพียงแววตาดุจพญาหงส์ที่มองลงมาจากยอดปราสาท อคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอไม่มีท่าทีลนลานอย่างที่คาดคิด "เรย์ริน! ในที่สุดคุณก็กล้าโผล่หัวออกมาแล้วสินะ จะแก้ตัวว่ายังไงล่ะ กับหลักฐานคาตาแบบนี้!" เรย์รินเดินตรงไปยังไมโครโฟนบนเวทีอย่างไม่รีบร้อน เธอปรายตามองหน้าจอที่ฉายภาพดีไซน์ชุดราตรีนั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนทำให้อคินรู้สึกหนสันหลังวาบ "ขอบคุณนะคะคุณอคิน ที่ช่วยกรุณาโปรโมทคอลเลกชันใหม่ให้ฟรีๆ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "แต่ก่อนที่คุณจะกล่าวหาว่าใครขโมยผลงาน ช่วยกรุณาใช้สมองอันน้อยนิดนั่นทบทวนดูให้ดีเสียก่อนว่า... ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง" อคินหน้าถอดสี "เธอหมายความว่ายังไง!" "หมายความว่า..." เรย์รินยกยิ้มมุมปาก เธอหยิบรีโมทคอนโทรลในมือขึ้นมาแล้วกดปุ่ม หน้าจอขนาดใหญ่บนเวทีไม่ได้ฉายภาพดีไซน์ชุดราตรีอีกต่อไป แต่กลับเปลี่ยนเป็นภาพเอกสารจดทะเบียนลิขสิทธิ์ พร้อมด้วยลายเซ็น ประทับตราอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และที่สำคัญที่สุด... วันที่จดทะเบียนคือเมื่อห้าปีที่แล้ว! ก่อนที่อคินจะขโมยมันไปเสียอีก ฮอลล์ทั้งฮอลล์แทบหยุดหายใจ เอกสารนั้นฟ้องชัดเจนว่าอคินต่างหากคือโจรที่ขโมยผลงานของเธอไปในอดีต และการที่เธอนำมันกลับมาทำซ้ำในวันนี้ ก็คือการทวงคืนสิทธิ์อันชอบธรรมของตนเองโดยสมบูรณ์แบบ! อคินตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือกจนแทบไม่เหลือสีเลือด เขาผงถอยหลังไปหลายก้าว "ไม่... ไม่จริง! เอกสารนั่นมัน... แกปลอมแปลงขึ้นมา!" "ปลอมหรือคะ?" เรย์รินก้าวเข้าไปใกล้อคินทีละน้อย แววตาสีเข้มคุกรุ่นไปด้วยเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้น "รหัสโค้ดลับการปักผ้าที่ซ่อนอยู่บนชายเสื้อชุดนั้น มีเพียงผู้สร้างสรรค์ตัวจริงเท่านั้นที่รู้... และถ้าคุณยังไม่หุบปากเน่าๆ ของคุณลงล่ะก็ ฉันจะแฉหลักฐานชิ้นที่สอง ที่จะทำให้คุณไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนในวงการแฟชั่นนี้อีกต่อไปตลอดชีวิต!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก อคินทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าไมโครโฟนอย่างหมดสภาพ แผนการลอบกัดของเขากลับกลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาตัดขั้วหัวใจตัวเองจนย่อยยับ ทว่า ในขณะที่เรย์รินกำลังจะกล่าวประโยคพิพากษาครั้งสุดท้ายเพื่อปิดบัญชีแค้น ประตูทางเข้าฮอลล์ด้านหลังสุดก็เปิดผางขึ้นเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของใครบางคนในชุดสูทสีเข้มแบรนด์ดัง ผู้ชายที่เธอไม่ได้เจอหน้ามานานแรมปี—อดีตสามีผู้เย็นชาและใจร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่อคินที่กำลังร้องขอชีวิตบนเวที แต่กลับพุ่งตรงมาที่เรย์ริน... และหยุดนิ่งอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังคนหนึ่ง ที่กำลังยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงของเธอด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเรย์รินกระตุกวูบ ภาพความทรงจำอันมืดมนและคราบน้ำตาไหลย้อนกลับมาทับถมในเสี้ยววินาที เมื่อเด็กชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากผู้ชายคนนั้นราวกับแกะ... และดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า เด็กชายคนนี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับวัยเด็กของตนเองราวกับส่องกระจกเงา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในความมืดมนและงดงามของบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%