ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป•ตอนที่ 8

รอยร้าวเริ่มก่อตัว

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"คุณแม่ครับ... ผู้ชายคนนั้น... ทำไมหน้าตาเหมือนผมจังเลยล่ะครับ?" คำถามนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์ริน ราวกับเสียงกระซิบจากความลับที่ถูกฝังกลบไว้กำลังพยายามตะกุยดินขึ้นมาสู่โลก นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำหยุดชะงักลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอไม่ได้หันกลับไปมองกระจกบานโตที่สะท้อนภาพลูกชายตัวน้อยกับโปสเตอร์นิตยสารแฟชั่นเล่มล่าสุดบนชั้นวางหนังสือทันที แต่เลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำรัวราวกับกลองเพล ความบังเอิญในโลกใบนี้มักไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสมอไป... มันคือรอยร้าวแรกที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากความสะมาธิเลินเล่อของเธอเอง ในสตูดิโอออกแบบชุดชั้นสูงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผ้าไหมอิตาลีและน้ำหอมกลิ่นกุหลาบขาว เรย์รินวางปากกาออกแบบลงบนกระดาษร่าง ภาพสเก็ตช์ชุดราตรีสีดำสนิทที่เธอตั้งใจจะใช้ตบหน้าอคินในงานแฟชั่นวีคสัปดาห์หน้าดูดุดันและเฉียบคมไม่แพ้แววตาของเธอในยามนี้ อดีตสามีผู้เหี้ยมโหดและขโมยทุกลมหายใจแห่งความสำเร็จของเธอไปในอดีต กำลังเริ่มเดินหมากผิดพลาดทีละก้าว และเธอก็พร้อมจะเป็นผู้กุมชะตากรรมของเขาไว้ในกำมือ "ไม่มีอะไรหรอกค่ะลูก... แค่คนหน้าคล้ายกันในโลกนี้มีตั้งมากมาย" เรย์รินหันไปยิ้มบางๆ ให้กับเด็กชายวัยห้าขวบที่กำลังเอียงคอมองภาพถ่ายของคิรากรบนนิตยสารด้วยความฉงนสนเท่ห์ ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึก... ถอดแบบมาจากนายแบบหนุ่มผู้หยิ่งผยองคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟมาสุมอยู่ในอก หากอคินหรือใครสักคนบังเอิญมาเห็นเด็กคนนี้เข้า ความพยายามทั้งหมดในการสร้างเกราะป้องกันตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมาคงพังทลายในชั่วพริบตา ตัดภาพมาที่ฝั่งของอคิน... บรรยากาศภายในห้องทำงานกระจกใสใจกลางตึกระฟ้าของแบรนด์ดังระดับประเทศไม่ได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย อคินขว้างแท็บเล็ตในมือลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงจนเกิดเสียงดังทึบ หน้าจอแสดงผลกราฟิกชุดคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์คู่แข่ง—แบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบแต่กลับกวาดกระแสวิจารณ์ในแง่บวกไปจนหมดสิ้น และที่สำคัญที่สุด... ลายเส้นและโครงสร้างการตัดเย็บนั้น มันช่างคุ้นตาจนน่ากลัว คุ้นจนเขารู้สึกเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ "เป็นไปไม่ได้..." อคินพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหวาดระแวง นัยน์ตาคมกริบฉายแววไม่มั่นคงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ผู้หญิงคนนั้นตายไปจากวงการนี้แล้วนี่! นังเรย์รินมันไม่มีทางลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ได้แน่!" เขานึกย้อนไปถึงวันที่เขาเขี่ยเธอตกจากบัลลังก์ดีไซเนอร์ วันที่เขาขโมยผลงานสเก็ตช์ชุดแต่งงานเซ็ตสุดท้ายของเธอมาเป็นของตัวเองเพื่อใช้ไต่เต้าจนมีชื่อเสียงในทุกวันนี้ เรย์รินในวันนั้นอ่อนแอ ไร้ที่พึ่ง และร้องไห้อย่างน่าสมเพชจนเขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้ากลับมาแก้แค้น แต่ทว่า... ทุกการเคลื่อนไหวของแบรนด์ลึกลับในตอนนี้กลับมีกลิ่นอายของความแค้นที่ถูกหมักบ่มมาอย่างยาวนาน และมันกำลังพุ่งเป้ามาที่คอหอยของเขาอย่างแม่นยำ โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานส่งเสียงแผดลั่นทำลายความเงียบงัน อคินหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทาเล็กน้อย "ว่ายังไง? สืบเจอตัวดีไซเนอร์คนนั้นหรือยัง!" เสียงของอคินตวาดลั่นใส่ลูกน้องคนสนิทที่ปลายสายทันทีที่กดรับ *(เสียงปลายสาย)* "ยังครับท่าน... เจ้าของแบรนด์ใช้ชื่อนิติบุคคลต่างประเทศบังหน้า แถมตอนนี้พวกเขายังดึงตัว 'คิรากร' นายแบบเบอร์หนึ่งที่เพิ่งมีข่าวฉาวมาเป็นพรีเซ็นเตอร์หลักให้อีกด้วยครับ... ดูเหมือนว่าพวกมันตั้งใจจะชนกับเราโดยเฉพาะเลยครับนาย" คิรากรอย่างนั้นหรือ? ชื่อของนายแบบหนุ่มผู้หยิ่งผยองและมีข่าวพัวพันกับความลับดำมืดทำให้คิ้วของอคินขมวดเข้าหากันแน่น อคินรู้ดีว่าคิรากรไม่ใช่คนที่จะยอมร่วมงานกับใครง่ายๆ หากไม่มีผลประโยชน์มหาศาลหรือมี 'ใครบางคน' อยู่เบื้องหลังชักใยอยู่ แล้วใครกันที่มีอิทธิพลพอจะควบคุมนายแบบผู้เย่อหยิ่งคนนั้นได้? หรือว่า... เรย์รินจะไม่ได้กลับมาแค่ลำพัง? ความหวาดระแวงกัดกินจิตใจของอคินทีละน้อย ราวกับมีหนามแหลมคมมาทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนัง ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งนั่งไม่ติด โต๊ะทำงานตัวหรูที่เคยให้ความรู้สึกราวกับบัลลังก์ราชา กลับกลายเป็นกรงขังที่เต็มไปด้วยความกดดัน เขาลุกขึ้นเดินไปที่กระจกบานใหญ่ มองลงไปยังท้องถนนเบื้องล่างที่รถราวิ่งพลุกพล่านราวกับมดปลวก เมืองใหญ่แห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ทำไมเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับจ้องจากมุมมืดโดยดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความชิงชังตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน ทางด้านของคิรากร นายแบบหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้องพักส่วนตัว ควันสีเทาจางลอยละلي่วขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน สายตาคมปลาบมองเอกสารในมือซ้ำไปซ้ำมา มันคือเอกสารประวัติส่วนตัวและข้อมูลเก่าๆ ของอคินที่เรย์รินเพิ่งส่งมาให้เขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของคิรากร เขาไม่ใช่แค่เครื่องมือแก้แค้นในเกมนี้อย่างที่ใครๆ เข้าใจ แต่เขาคือสุนัขล่าเนื้อที่เต็มใจจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยวตามคำสั่งของราชinิีผู้บาดเจ็บ "เล่นกับใครไม่เล่น..." คิรากรพึมพำเสียงต่ำ นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความสะใจระคนดุดัน "ดันไปกระตุกหนวดเสือสาวที่พร้อมจะกินเนื้อทั้งตัว... เตรียมตัวล่มจมได้เลย อคิน" ทว่า ในขณะที่เกมแค้นกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและไม่มีใครยอมใคร เสียงเคาะประตูก็เบาหวิวแต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของคิรากรดังขึ้นที่หน้าห้องพัก VVIP ของโรงแรมหรู *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* คิรากรขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องของเขา? หรือจะเป็นเรย์รินที่มีเรื่องด่วนเกี่ยวกับแผนการพรุ่งนี้? เขาเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ทว่า... เมื่อบานประตูเปิดออก ร่างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนายแบบหนุ่มสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักในชุดนอนลายการ์ตูนกำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าห้อง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยรอยยิ้มใสซื่อไร้เดียงสา ก่อนที่เด็กน้อยจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคิรากรเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที "คุณน้าครับ... แม่บอกให้เอาเอกสารนี่มาส่งให้คนที่หน้าตาเหมือนผมครับ" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%