ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป•ตอนที่ 5

ความลับใต้แสงไฟ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของเรย์รินนั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแผ่นเหล็กกล้า ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้ความร้อนระอุในอกของคิรากรลดน้อยลงแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของนายแบบหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจ้องมองรอยยิ้มบนริมฝีปากของอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกคมมีดกรีดลึกลงกลางใจ ประโยคประกาศิตเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูฝนที่ไม่มีเค้าลางมาก่อน “คุณ… กำลังเล่นตลกอะไรอยู่ เรย์ริน” เสียงของคิรากรแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความสับสนระคนหวาดกลัวที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้กรามที่ขบเข้าหากันจนแน่น เรย์รินไม่1ตอบในทันที เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ดีไซเนอร์สาวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมดูสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังคงประดับอยู่ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่อคินเคยใช้ในวันที่เขาขโมยหยาดเหงื่อและลมหายใจของเธอไปทั้งหมดเมื่อห้าปีก่อน “ตลกเหรอคะ? คุณคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง คิรากร” เรย์รินก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง “ห้าปีที่แล้ว วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระที่ถ่วงความเจริญของคุณ… คุณจำได้ไหมคะว่าคุณพูดอะไรกับฉันบ้าง?” คิรากรชะงัก ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตไหลย้อนกลับมา ราวกับถูกกระชากกลับไปในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ คืนที่เขาเลือกอนาคตบนรันเวย์และชื่อเสียงมากกว่าคำอุทธรณ์ของภรรยาผู้ไร้ชื่อเสียง คืนนั้น… อคิน เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนคนสำคัญของเขา เป็นคนยื่นข้อเสนอและจัดการทุกอย่างให้เขาอย่างราบรื่น โดยที่เขาไม่ต้องแปดเปื้อนเลือดเนื้อแม้แต่น้อย “อคิน…” คิรากรพึมพำชื่อนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว “ใช่ค่ะ อคิน คนที่คุณไว้วางใจนักหนา คนที่คุณคิดว่าเป็นพี่ชายและเพื่อนแท้” เรย์รินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “คุณรู้ไหมคะว่าหลังจากที่คุณไล่ฉันออกจากชีวิตไปแบบหมาสักตัว อคินไม่ได้แค่มอบเงินปิดปากก้อนโตให้ฉันตามที่คุณสั่งหรอกนะคะ… แต่เขาใช้มันเป็นเครื่องมือในการเหยียบย่ำฉันให้จมดิน” ดวงตาของคิรากรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดฉายชัดบนใบหน้าคมคาย “เธอหมายความว่ายังไง?” “ฉันหมายความว่า… คนที่คุณเรียกว่า ‘เพื่อนรัก’ และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จบนซากศพของฉัน ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่คุณคิดหหรอกค่ะ คิรากร” เรย์รินโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น เอกสารด้านในกระจัดกระจายเผยให้เห็นภาพถ่าย เส้นทางการเงิน และสัญญาว่าจ้างลับๆ ที่ผูกมัดระหว่างอคินกับบุคคลปริศนา “คุณคิดว่าคุณเป็นคนผลักไสฉันเองสินะคะ? คุณคิดว่าคุณเป็นผู้ร้ายตัวจริงในเรื่องนี้มาตลอดห้าปี… แต่ความจริงที่น่าสมเพชยิ่งกว่านั้นก็คือ คุณมันก็แค่ ‘หมากตัวหนึ่ง’ ที่ถูกอคินชักใยอยู่เบื้องหลังต่างหากล่ะคะ” คิรากรก้มมองเอกสารตรงหน้า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาอ่าน ตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชีของอคินเมื่อห้าปีก่อน พร้อมกับข้อความคำสั่งที่สั่งให้ทำลายอนาคตของเรย์รินให้สิ้นซาก… ลายมือเหล่านั้น ไม่ใช่ของเขา แต่มันถูกปลอมแปลงขึ้นโดยคนที่เขานับถือที่สุด “เป็นไปไม่ได้…” คิรากรส่ายหัวช้าๆ ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจเขามาตลอดห้าปี บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า “อคินบอกฉันว่าเธอ… เธอตกลงที่จะรับเงินและเดินออกไปเอง เขาบอกว่าเธอไม่ต้องการเด็กคนนั้น และ… และเขาบอกว่าเขาแค่ช่วยเคลียร์ปัญหาให้เราจบลงด้วยดี” “เคลียร์ปัญหาเหรอคะ? ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรูเสียจริง” เรย์รินก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ร่างระหงหยุดยืนอยู่ห่างเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเธอบดบังลมหายใจของชายหนุ่มจนแทบสิ้นสลาย “ในคืนที่ฉันกำลังจะบอกคุณเรื่องลูก อคินเป็นคนดักรอฉันที่หน้าบ้าน เขาบอกว่าคุณส่งเขามาบอกลา และบอกว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าฉันหรือเด็กคนนี้อีกต่อไป เขาบังคับให้ฉันเซ็นเอกสารสละสิทธิ์ทุกอย่าง พร้อมกับขู่ว่าถ้าฉันขัดขืน… ชีวิตของเด็กในท้อง รวมถึงตัวฉันเอง จะไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูกให้ฝัง” หัวใจของคิรากรกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความจริงที่เพิ่งเปิดเผยทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก ภาพของอคินที่มักจะตบไหล่ให้กำลังใจเขาในวันที่เขาเครียดเรื่องงาน ภาพของเพื่อนผู้แสนดีที่คอยอยู่เคียงข้าง บัดนี้กลับกลายเป็นปีศาจสวมหน้ากากที่จ้องจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยรักและเคยเป็น “ฉัน… ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย เรย์ริน” เสียงของคิรากรพร่าเลือนจนแทบไม่ได้ยิน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาที่เคยหยิ่งผยองและเยືือกเย็นในอดีต บัดนี้เต็มไปด้วยความร้าวรานและความรู้สึกผิดที่ล้นทะลัก “ฉันสาบานได้ว่าถ้าฉันรู้… ฉันไม่มีวันปล่อยให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ…” “คำว่า ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ ของคุณ มันไม่มีราคาค่างวดอะไรอีกแล้วค่ะ คิรากร” เรย์รินตัดบทเสียงเรียบ ดวงตาสนิทคู่สวยไร้ซึ่งแววตาแห่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล “ความผิดพลาดของคุณในอดีตได้สร้างแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และตอนนี้… ถึงเวลาที่คุณต้องชดใช้มันแล้ว” “เธอจะทำอะไร?” คิรากรถามเสียงเครียด เมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของหญิงสาว “ฉันไม่ได้จะทำอะไรคุณหรอกค่ะ… แต่ ‘เกม’ ที่ฉันกับอคินกำลังเล่นกันอยู่ต่างหาก ที่กำลังจะเข้าสู่ฉากไคลแม็กซ์” เรย์รินหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อคหน้าจอ ก่อนจะยื่นมันให้คิรากรดู “ดูนี่สิคะ… ภาพถ่ายเมื่อคืนนี้ งานปาร์ตี้การกุศลที่อคินกำลังพยายามกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเองขึ้นมาใหม่ หลังจากที่ผลงานดีไซน์คอลเลกชันล่าสุดของเขาถูกแฉว่าเป็นการขโมยผลงานเก่าของคุณไป” คิรากรก้มมองหน้าจอ ในภาพคืออคินที่กำลังยืนยันความบริสุทธิ์ต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยรอยยิ้มจอมปลอม แต่สิ่งที่ทำให้คิรากรต้องขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม คือบุคคลที่ยืนอยู่เคียงข้างอคินในภาพนั้น… หญิงสาวตระกูลดังผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น ผู้สนับสนุนเงินทุนหลักเบื้องหลังความสำเร็จของอคินในปัจจุบัน “ผู้หญิงคนนั้นคือลูกสาวของนักลงทุนใหญ่ที่กำลังจะถอนทุนคืนถ้าอคินไม่สามารถกู้ชื่อเสียงกลับมาได้ภายในสัปดาห์นี้” เรย์รินอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังรายงานสภาพอากาศ “และถ้าอคินล้มละลาย… คนที่จะโดนหางเลขเป็นคนแรก ไม่ใช่แค่บริษัทของเขาหรอกนะคะ แต่รวมถึงสัญญาพรีเซ็นเตอร์ระดับโลกมูลค่าหลายร้อยล้านที่คุณเพิ่งต่อสัญญาไปกับเขาเมื่อเดือนก่อนด้วย” คิรากรเงยหน้าขึ้นมองเรย์รินอย่างไม่เชื่อสายตา “เธอ… กำลังจะทำลายทุกอย่าง แม้กระทั่งสิ่งที่ฉันสร้างมาตลอดหลายปีงั้นเหรอ?” “ไม่ใช่แค่คุณหรอกค่ะ คิรากร… แต่ฉันกำลังจะทวงคืนทุกอย่างที่พวกคุณเคยปล้นไปจากฉัน” เรย์รินหันมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง แววตาคมกริบดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม “คุณคิดว่าคุณเป็นผู้ถูกสาปให้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนจุดสูงสุดของวงการแฟชั่นมาโดยตลอดงั้นเหรอคะ? เปล่าเลย… คุณแค่ติดอยู่ในกรงขังที่อคินสร้างขึ้นมาเพื่อครอบครองคุณก็เท่านั้น” บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด คิรากรยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ข้อมูลมหาศาลและความจริงอันโหดร้ายกำลังประเดประดอนเข้ามาในสมองจนแทบระเบิด ความเกลียดชังที่มีต่ออคินพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่มันกลับผสมปนเปไปด้วยความรู้สึกผิดบาปที่ไม่สามารถลบเลือนได้ ก่อนที่คิรากรจะได้เอื้อံเอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ขัดจังหวะความเงียบงัน *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* “คุณเรย์รินคะ…” เสียงของเลขาสาวดังลอดเข้ามาจากด้านนอก “มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ ผู้ส่งระบุว่าเป็น… เอกสารยืนยันผลการตรวจสอบพันธุกรรม จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังค่ะ” เรย์รินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้คิรากรต้องขนลุกซู่โดยไร้สาเหตุ ในขณะเดียวกัน ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดตา ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องพร้อมกับถือตุ๊กตาหมีในมือ โดยมีเลขาหน้าตาตื่นตระหนกวิ่งตามเข้ามาด้วยความตกใจ “คุณแม่ครับ! น้องหมีของผมหล่น… เอ๊ะ?” เด็กน้อยหยุดชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบกับชายแปลกหน้าแปลกถิ่นที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋ว จมูกรั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง… โครงหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากใครบางคน ราวกับส่องกระจกเงา คิรากรอึ้งค้าง ร่างกายทั้งร่างชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเงาอดีตและภาพปัจจุบันซ้อนทับกันสนิทในเสี้ยววินาทีนั้น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%