ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป•ตอนที่ 4

ก้าวแรกของการจองหอง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“คำพูดของคนตาย... ไม่ควรมีค่าพอให้คุณเสียเวลาฟังหรอกค่ะ อคิน” เรย์รินเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตูห้องซ้อม เสียงส้นเข็มกระทบพื้นปาร์เกต์เป็นจังหวะหนักแน่นและเยือกเย็น เธอหยิบชุดเดรสผ้าไหมสีนิลที่ผ่านการตัดเย็บอย่างประณีตด้วยฝีมือเธอเองขึ้นมาทาบกับร่างของคิรากร แววตาของเธอสงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม แม้ในอกจะเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง คิรากรยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น เขารู้สึกได้ถึงไอความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวข้างกาย สัมผัสจากมือเรียวบางที่กำลังจัดปกเสื้อของเขามันช่างสั่นประสาท เขาไม่ใช่แค่ ‘นายแบบ’ แต่มันเหมือนเขากำลังถูก ‘ช่างฝีมือ’ ผู้เย็นชาเจียระไนให้กลายเป็นอาวุธร้ายที่จะส่งไปทำลายล้างอดีตสามีของเธอ “ว้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวระหว่าง ‘อดีตภรรยาที่ตายไปแล้ว’ กับ ‘นายแบบมือปืนรับจ้าง’ ของฉันสินะ เรย์ริน... เธอยังไม่เลิกเล่นเป็นเงาตามหลอกหลอนคนอื่นอีกหรือไง?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากอคิน เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองผ่านร่างของคิรากรมายังเรย์รินด้วยความดูแคลน เขายังคงเป็นอคินคนเดิม—ผู้ชายที่เคยขโมยผลงานไปจากมือเธออย่างไร้ยางอาย และพ่นคำหวานเพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะในใจตัวเอง เรย์รินวางชุดลงช้าๆ เธอหันกลับไปสบตากับอคินตรงๆ รอยยิ้มมุมปากที่เธอส่งให้ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งมิตรภาพ แต่มันคือรอยยิ้มของเพชฌฆาตที่เห็นเหยื่อเดินเข้ามาติดกับ “ถ้าคุณคิดว่าฉันคือเงา คุณก็ควรกลัวนะคะอคิน... เพราะเงาของคนที่คุณเคยหักหลังเนี่ยแหละ ที่จะรัดคอคุณในวันที่คุณไม่มีทางสู้” บรรยากาศในห้องซ้อมเริ่มกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิรากรขยับตัวเล็กน้อย สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนว่าสถานการณ์นี้กำลังเข้าสู่จุดเดือด เขาไม่ได้ขยับหนี แต่กลับก้าวไปยืนขวางข้างหลังเรย์รินครึ่งก้าว ราวกับจะประกาศศักดาว่าเขาคือ ‘อาวุธ’ ที่เรย์รินเลือกใช้ และเธอก็เป็นเจ้าของเขาเพียงคนเดียว “น่าขัน... หวังจะใช้เศษซากของนายแบบตกอับมาทวงคืนบัลลังก์ดีไซเนอร์งั้นเหรอ?” อคินแค่นหัวเราะ พลางเดินวนรอบตัวคิรากรเหมือนเสือที่กำลังประเมินเหยื่อ “ชุดที่เธอตัดเย็บอยู่นี่ดูจืดชืดสิ้นดี เหมือนคนออกแบบที่ไร้อนาคตไม่มีผิด” “งั้นลองดูไหมคะ?” เรย์รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด “ถ้าชุดนี้มันจืดชืดอย่างที่คุณว่า งั้นเรามาลองทดสอบกันหน่อยไหมล่ะคะว่า ‘นายแบบของฉัน’ กับ ‘คอลเลกชันใหม่ของคุณ’ อะไรจะทำให้คนทั้งวงการต้องหยุดหายใจมากกว่ากัน” คิรากรรับรู้ได้ถึงแรงบีบที่แผ่วเบาจากมือของเรย์รินที่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่น เธอไม่ได้กำลังท้าทายเพื่อความสะใจ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของหมากเกมที่จะพังทลายทุกอย่างที่อคินสร้างขึ้น “คิรากร... เดินโชว์ให้เขาดูหน่อยค่ะ” เรย์รินสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด คิรากรสูดลมหายใจลึก เขาเปลี่ยนแววตาจากความว่างเปล่าเป็นความหยิ่งผยองที่บาดลึก ย่างก้าวของเขาไม่ใช่การเดินบนแคทวอล์กธรรมดา แต่มันคือการย่างก้าวเข้าสู่สมรภูมิ ทุกจังหวะที่ขยับตัว ผ้าไหมสีนิลพริ้วไหวราวกับมีชีวิต ความสง่างามที่คิรากรสื่อออกมามันทรงพลังจนอคินที่เคยถือดีถึงกับชะงัก สีหน้าของอคินเปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ ความอดทนในการทดสอบที่เรย์รินวางเอาไว้ไม่ใช่แค่การเดิน แต่เป็นการกดดันทางจิตวิทยา เธอจ้องมองอคินไม่วางตา ขณะที่คิรากรเดินวนรอบตัวอคิน สายตาของเขาราวกับจะกรีดร่างของอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ “เป็นยังไงบ้างคะ?” เรย์รินกระซิบข้างหูอคินที่ยืนแข็งทื่อ “ชุดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ ‘เปิดโปง’ ความกากเดนในตัวคุณให้โลกเห็น” เมื่อคิรากรหยุดเดิน เขาโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของอคินที่เริ่มมีเหงื่อผุดพราย ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้อคินหน้าถอดสี “ผลงานที่ขโมยไป... รสชาติมันเป็นยังไงบ้างครับ? เพราะคืนนี้... ผมจะทำให้อดีตภรรยาของคุณทวงคืนทุกอย่าง ทั้งศักดิ์ศรี... และความลับที่คุณเคยฝังมันไว้ในหลุมศพของเธอ” ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความในโทรศัพท์ของอคินก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา บนหน้าจอแสดงภาพถ่ายเอกสารสำคัญบางอย่าง—ใบรับรองการฟ้องร้องคดีลิขสิทธิ์ที่เขานึกว่าทำลายไปหมดแล้ว และภาพร่างแบบที่เรย์รินตั้งใจเก็บไว้เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้าย อคินเงยหน้าขึ้นมองเรย์รินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นและหวาดกลัว แต่สิ่งที่ทำให้เขาถึงกับต้องถอยหลังกรูดไม่ใช่สายตาของเรย์ริน หากแต่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในมือถือที่เขากดเข้าไปดูด้วยความลืมตัว... ภาพในห้องทำงานส่วนตัวของเขา ที่ตอนนี้มี ‘ใครบางคน’ กำลังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในนั้น พร้อมกับอุ้มเด็กน้อยคนหนึ่งที่ใบหน้าถอดแบบมาจาก ‘เรย์ริน’ และ ‘อคิน’ ในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! “เด็กนั่น... ลูกใคร...” อคินพึมพำด้วยเสียงที่สั่นระริก เรย์รินยกยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น แต่มันกลับน่ากลัวที่สุดในชีวิต “ลูกใครเหรอคะ? ก็ลูกของคุณยังไงล่ะคะ... ลูกคนที่คุณเคยสั่งให้จัดการทิ้งไปเมื่อห้าปีก่อนไงคะ” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความแค้นที่แสนหวานในครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้เงากับนายแบบผู้ถูกสาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%