"ริน! ข้าวแกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนูสวนสามที่ กะเพราเป็ดอีกสอง แล้วก็ขอน้ำซุปใสเพิ่มด้วย!"
เสียงตะโกนของลูกค้าที่ดังแข่งกับเสียงตะหลิวเคาะกระทะเหล็กทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ เธอปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมด้วยหลังมือ ก่อนจะหมุนตัวคว้าชามกระเบื้องเคลือบสีขาวครามที่วางเรียงรายอยู่ข้างเตา กลิ่นหอมของกะทิคั้นสดที่แตกมันจนได้ที่ผสมผสานกับกลิ่นฉุนอ่อนๆ ของพริกขี้หนูโขลกละเอียด มันคือกลิ่นเดียวกับที่ยายเคยทำให้เธอทานในวันฝนตก แต่ในเวลานี้ กลิ่นหอมเหล่านั้นกลับกลายเป็นความโกลาหลที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ร้านอาหารของยายที่เคยเงียบเหงา กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ตั้งใจมาลิ้มลองรสชาติ "ตำนาน" หลังจากการรีวิวในโลกออนไลน์กลายเป็นไวรัล รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะตักแกงใส่ถ้วย แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้ความทรงจำเก่าๆ เรื่องที่เธอเคยพลาดทำน้ำแกงหกใส่เตาในวันที่คุณยายจากไปผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอสูดลมหายใจลึก พยายามดึงสติให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน แต่เสียงเก้าอี้ที่ลากครืดคราดกับเสียงบ่นพึมพำของลูกค้าที่เริ่มรอนานทำให้สมาธิของเธอแตกกระเจิง
"คุณรินครับ ถอยไปข้างหลังหน่อย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเมฆที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่หลังครัวราวกับเขามีวิชาตัวเบา เขาไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อน แต่กลับหยิบจับจานชามด้วยความชำนาญราวกับทำหน้าที่นี้มานับครั้งไม่ถ้วน
"คุณเมฆ... ฉัน... ฉันเริ่มคุมไม่อยู่แล้วค่ะ ลูกค้าด้านนอกเหมือนจะโกรธที่ต้องรอนาน" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พลางหยิบช้อนตวงด้วยมือที่เริ่มเย็นเฉียบ
เมฆไม่ได้ตอบในทันที เขาคว้าจดรายการอาหารที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของรินมาอ่านผ่านตา ก่อนจะหยิบขวดน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บไปวางในจุดที่รินหยิบถนัดขึ้น "ใจเย็นๆ ครับ คุณรินปรุงอร่อยอยู่แล้ว แต่อย่าพยายามทำทุกอย่างพร้อมกันจนลืมลำดับความสำคัญ คุณคุมเตา ผมคุมการจัดจานและเสิร์ฟเอง ถ้าเราชุลมุนแบบนี้ อาหารจะเสียรสชาติเอาได้"
คำพูดของเขาเหมือนสายน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองเพลิง ความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านในอกของรินค่อยๆ สงบลง เมฆไม่ได้มาเพื่อสั่งการ แต่เขามาเพื่อสร้างจังหวะให้เธอ เขาจัดระเบียบการเรียงจานหน้าเตาให้สอดคล้องกับเมนูที่ค้างอยู่ สลับกับหันไปตะโกนบอกลูกค้าหน้าร้านด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นว่าอาหารจะออกในอีกไม่กี่นาที ซึ่งคำพูดนั้นกลับเปลี่ยนท่าทีของลูกค้าที่กำลังหงุดหงิดให้กลายเป็นความเข้าใจได้ในพริบตา
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความวุ่นวายกลายเป็นวงดนตรีที่ทำงานประสานกัน รินรดาเริ่มสนุกกับจังหวะของตะหลิว เธอไม่ได้ทำอาหารเพื่อรีบเสิร์ฟให้จบๆ ไป แต่เธอกำลังส่งต่อ 'ความรู้สึก' ผ่านรสชาติที่ยายเคยสอนไว้ เมฆที่คอยช่วยเติมผักชีโรยหน้าและหยิบจับวัตถุดิบข้างกาย ทำให้เธอมั่นใจว่าทุกจานที่ออกไปนั้นสมบูรณ์แบบที่สุด
จนกระทั่งบ่ายคล้อย เมื่อลูกค้าชุดสุดท้ายเดินออกจากร้านไป รินรดาก็ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในมุมร้าน เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมา เมฆเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำสมุนไพรเย็นๆ เขาวางมันลงตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขามีรอยเปื้อนฝุ่นเล็กน้อย แต่ดวงตาคมคู่นั้นกลับดูอ่อนโยนจนน่าประหลาด
"วันนี้คุณทำได้ดีมากเลยนะ" เมฆเอ่ยเสียงนุ่ม
รินรดารับแก้วน้ำมาจิบ มือของเธอยังคงสั่นเล็กน้อย "ฉันเกือบทำพังแล้ว... ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงสติแตกไปตั้งแต่ออเดอร์ที่สิบแล้วค่ะ"
เมฆนั่งลงข้างๆ ทิ้งระยะห่างอย่างให้เกียรติ "ไม่มีใครทำอะไรคนเดียวได้ตลอดไปหรอกครับริน ร้านนี้ไม่ได้ต้องการแค่คนทำอาหารเก่ง แต่ต้องการคนที่รักมันจริงๆ อย่างคุณ ซึ่งผมเชื่อว่ายายคุณคงภูมิใจมากที่ได้เห็นภาพในวันนี้"
คำพูดของเมฆทำให้ความเจ็บปวดลึกๆ ในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้สั่นคลอน รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ ตกกระทบใบหน้าของเขา ทำให้เธอเห็นความห่วงใยที่เขามีให้เธออย่างชัดเจน มากกว่าแค่เพื่อนบ้าน มากกว่าแค่คนส่งวัตถุดิบ
"ขอบคุณนะคะเมฆ... ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ"
เสียงกริ่งหน้าร้านดังขึ้นแผ่วเบา รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะคิดว่าร้านปิดไปแล้ว เธอหันไปทางประตูเห็นร่างสูงของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่ที่หน้าบานกระจก ดวงตาของเขาดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความกดดันบางอย่าง เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาในร้าน สายตาจ้องเขม็งมาที่กรอบรูปคุณยายที่แขวนอยู่บนผนังไม้
ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะควักซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าเก็บวางลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นอายของความลับที่ไม่ควรถูกเปิดเผยโชยออกมาพร้อมกับเสียงแหบพร่าของเขา "ผมไม่ได้มาเพื่อทานอาหาร... ผมมาเพื่อบอกว่า สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี้ กำลังจะทำให้ร้านนี้ถูกยึดภายในเจ็ดวันข้างหน้า"
รินรดาลุกขึ้นยืนทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันไปมองเมฆที่ลุกขึ้นยืนขนาบข้างเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและแรงปะทะที่กำลังจะเกิดขึ้น
รินรดาจะทำอย่างไรกับหลักฐานในซองจดหมายนั้น และอดีตของยายที่ซ่อนอยู่ในนั้นคืออะไรกันแน่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 10 และมาร่วมลุ้นไปกับรินรดากันนะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 10
วุ่นวายในวันเปิดร้าน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!