"ถ้าคุณรินไม่ว่าอะไร ผมขอจานที่สามครับ"
คำพูดนั้นไม่ได้ออกมาจากน้ำเสียงที่หิวโหย แต่มันเจือไปด้วยความสั่นเครือ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านอาหารไม้เก่าแก่ริมน้ำ นั่งก้มหน้ามองจาน 'แกงรัญจวน' ที่เหลือเพียงน้ำแกงคลุกคลิกขลุกขลิก เขายกหลังมือขึ้นปาดรอยชื้นที่หางตาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวใครจะเห็น
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา ความเงียบงันภายในร้านมีเพียงเสียงควันไฟจากเตาถ่านที่โชยกลิ่นหอมของกะปิชั้นดีและใบโหระพาออกมาเป็นระลอก
"แกงรัญจวนหม้อนี้... ผมไม่ได้กลิ่นนี้มาเกือบยี่สิบปีแล้วครับ" เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ "ตั้งแต่วันที่แม่ผมจากไป... ผมพยายามหาร้านที่ทำรสชาติแบบนี้มาตลอด แต่ไม่ว่าจะที่ไหน ก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่างเสมอ"
รินรดาก้าวออกมาจากเคาน์เตอร์ เดินไปหยุดข้างโต๊ะของลูกค้าท่านนั้น เธอนึกถึงคำสอนของคุณยายที่มักจะพร่ำบอกเสมอว่า *'อาหารไม่ใช่แค่ของกินประทังหิว แต่มันคือจดหมายรักที่ส่งจากคนทำไปสู่คนกิน'* เธอหยิบถ้วยแกงใบใหม่ที่เพิ่งตักขึ้นมาจากหม้อใบที่เธอตั้งใจเคี่ยวมาตั้งแต่เช้าตรู่มาวางลงตรงหน้า
"รสชาติที่หายไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องปรุงที่สมบูรณ์แบบที่สุดหรอกค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงนุ่ม "แต่บางที มันอาจจะเป็นเพราะคนกิน... ยังไม่ได้เปิดใจให้ความทรงจำได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ก็ได้นะคะ"
ชายคนนั้นมองถ้วยแกงในมือรินรดาด้วยสายตาซับซ้อน เขารับช้อนเงินไปตักน้ำแกงเข้าปากช้าๆ หลับตาลงสนิท ราวกับว่ารสชาติเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูสวนและความหอมละมุนของเนื้อนุ่มกำลังพาเขาย้อนกลับไปในห้องครัวเล็กๆ ที่มีไออุ่นของแม่
ที่มุมร้าน นายเมฆซึ่งเพิ่งเดินถือตะกร้าผักออร์แกนิกเข้ามาหยุดชะงัก เขาสังเกตเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านม่านตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความเข้าใจ เขาไม่เอ่ยแทรก แต่กลับวางตะกร้าลงเบาๆ แล้วยืนพิงกรอบประตูไม้ มองดูรินรดาที่กำลังทำหน้าที่ 'ผู้เยียวยา' ผ่านปลายจวักได้อย่างงดงาม
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความประทับใจ จู่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนในชุดราคาแพงระยับที่ดูผิดที่ผิดทางกับร้านอาหารพื้นบ้านแห่งนี้ เธอเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อนจนแทบไม่ได้มองทาง
"ริน! ยายของเธอทิ้งเอกสารสำคัญบางอย่างไว้ที่บ้านหลังเก่า และฉันคิดว่าถึงเวลาที่เธอควรจะรู้ความจริงเรื่องที่ดินผืนนี้ได้แล้ว"
เสียงของหญิงแปลกหน้าทำเอาความเงียบสงบในร้านพังทลายลงทันที ชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งทานแกงรัญจวนชะงักกึก ช้อนในมือร่วงลงกระทบจานเสียงดังเคร้ง รินรดาหันไปมองแขกผู้มาใหม่ด้วยสายตาว่างเปล่า แต่หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบเมื่อเห็นเอกสารในมือของหญิงคนนั้น มันคือตราประทับสีแดงที่คุ้นตา... ตราประทับของตระกูลเธอที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับที่คุณยายไม่เคยเอ่ยถึง
"คุณป้าหมายความว่ายังไงคะ?" รินรดาถามเสียงสั่น ขณะที่เมฆก้าวเข้ามาขวางอย่างเป็นสัญชาตญาณ
"หมายความว่า... ร้านนี้ไม่ใช่ของเธอโดยชอบธรรมแต่แรก และคนที่ตายไปแล้วก็อาจจะไม่ได้อยากให้เธอยึดติดกับมันขนาดนี้ก็ได้" หญิงคนนั้นแสยะยิ้มก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางร้าน "เปิดดูสิริน... แล้วเธอจะรู้ว่าทำไมแม่ของเธอถึงต้องหนีออกจากตระกูลไปตลอดกาล"
รินรดามองซองเอกสารนั่นด้วยมือที่เย็นเฉียบ เธอไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจเปิดมันออก จะเปลี่ยนชีวิตที่เรียบง่ายของเธอไปตลอดกาล หรือความลับที่ซ่อนอยู่จะทำให้ 'รสชาติ' ที่เธอกำลังภูมิใจกลายเป็นรสขมที่ไม่มีวันลืมเลือน
รินรดาเอื้อมมือสั่นเทาสู่ซองเอกสารสีน้ำตาลนั้น โดยหารู้ไม่ว่าเงาของอดีตกำลังก้าวพ้นขีดจำกัดของความทรงจำและจ่อเข้าทำลายปัจจุบันของเธออย่างเลือดเย็น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาถึงตอนนี้นะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 11
รสมือที่คิดถึง
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!