"ถ้าคุณจะยังยืนถือตะหลิวสั่นระริกอยู่แบบนั้น ลูกค้าคนแรกที่เดินเข้ามาจะหนีออกไปตั้งแต่เห็นหน้าแม่ครัวแน่นอนค่ะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของคุณเมฆดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำมันในกระทะที่กำลังเต้นเร่า เขาไม่ได้มองที่เตา แต่จ้องมองมือที่กำด้ามตะหลิวแน่นจนขึ้นข้อขาวของหญิงสาวตรงหน้า รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว เธอวางตะหลิวลงบนขอบกระทะเหล็กหล่อที่ส่งเสียง 'เคร้ง' เบาๆ อย่างลนลาน
"มันไม่ใช่แค่การทำอาหารขายนะคะคุณเมฆ แต่มันคือการวางรากฐานของสิ่งที่ยายทิ้งไว้ให้ริน... ถ้าวันนี้มันออกมาไม่ดี รินจะเอาหน้าที่ไหนไปมองรูปถ่ายยายบนผนังนั่น" เธอกล่าวพลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม สายตาเหลือบไปมองป้ายไม้แกะสลักที่ยังคงถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวผืนบางไว้เหนือประตูร้าน
เมฆเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของดินชื้นและใบโหระพาสดจากสวนของเขาแผ่ซ่านออกมาจนรู้สึกได้ เขาส่งผ้ากันเปื้อนผืนใหม่ที่เพิ่งซักหมาดให้เธอ "ยายไม่ได้ทิ้งภาระไว้ให้คุณ แต่ท่านทิ้ง 'รสชาติ' ไว้ให้คุณต่างหาก ความกลัวที่มากเกินไปจะทำให้พริกแกงที่ตำด้วยใจหม่นหมองลงนะคะ ลองชิมดูสิ... แกงคั่วสับปะรดหอยแมลงภู่หม้อนี้"
รินรดาตักน้ำแกงขึ้นชิม กลิ่นกะทิคั้นสดหอมฟุ้งตัดกับรสเปรี้ยวอมหวานของสับปะรดทองที่เมฆเพิ่งเก็บมาเมื่อเช้า มันคือรสชาติที่คุ้นเคย รสชาติที่พาให้หัวใจของเธอที่เคยแตกสลายค่อยๆ ประกอบตัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง ความอ่อนโยนในแววตาของเขาทำให้กำแพงความกังวลในใจพังทลายลง
"ได้เวลาแล้วค่ะ" เมฆเอ่ยเรียบๆ
รินรดาก้าวออกจากเคาน์เตอร์ครัว เดินตรงไปยังหน้าประตูร้าน มือของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะชายผ้าสีขาว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นเครื่องเทศที่อบอวลอยู่ในอากาศดูเหมือนจะช่วยเติมพลังให้เธอตัดสินใจกระชากผ้าผืนนั้นออก
ป้ายไม้สักทองแกะสลักคำว่า **'ครัวคุณยาย'** ปรากฏแก่สายตาตัวบรรจงสวยงามสะอาดตา มันดูเรียบง่ายทว่าทรงพลังราวกับมีชีวิต หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านที่วันนี้สะอาดสะอ้าน โต๊ะไม้ทุกตัวถูกขัดจนขึ้นเงา แจกันดอกไม้ป่าที่เมฆจัดเตรียมไว้ให้วางเด่นอยู่กลางร้าน ทุกอย่างพร้อม... เหลือเพียงแค่การเริ่มต้นจริงๆ
ลูกค้ากลุ่มแรกเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม รินรดาต้อนรับด้วยความประหม่าที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความมั่นใจ เธอเลือกเสิร์ฟเมนูแรกเป็น 'หลนปูเค็ม' สูตรเฉพาะตัวที่ใช้กะทิเคี่ยวจนแตกมัน สีสวยดั่งทองคำ กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาบนถนนยังต้องหยุดชะงัก
"อร่อยมากเลยค่ะ เหมือนรสมือแม่ที่หาทานไม่ได้แล้ว" หญิงวัยกลางคนในกลุ่มลูกค้าเอ่ยชมพร้อมรอยยิ้ม รินรดารู้สึกเหมือนมีน้ำตาคลอหน่วยที่ขอบตา มันไม่ใช่ความรู้สึกของผู้ชนะ แต่เป็นความรู้สึกของการ 'กลับมาบ้าน' ที่แท้จริง
เมฆที่ยืนอยู่มุมร้านคอยช่วยดูแลความเรียบร้อยส่งยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายแค่การร่วมงาน แต่มันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น รินรดาขยับตัวเข้าไปใกล้เขาท่ามกลางความวุ่นวายยามเที่ยง "ขอบคุณนะคะที่อยู่ตรงนี้... ถ้าไม่มีคุณ ร้านนี้คงเป็นแค่ห้องแถวร้างๆ ไปแล้ว"
"หน้าที่ของผมคือส่งวัตถุดิบที่ดีที่สุดครับ" เมฆลดเสียงต่ำลง กระซิบใกล้ใบหูเธอ "และหน้าที่ที่สำคัญกว่านั้น คือการปกป้องไม่ให้ 'ครัว' แห่งนี้สูญเสียความอบอุ่นไปอีก"
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังชื่นมื่น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างท้วมในชุดสูทสีเข้มภูมิฐาน เขาเดินตรงเข้ามาในร้านด้วยท่าทีคุกคาม กวาดสายตามองไปทั่วร้านก่อนจะหยุดลงที่ป้ายชื่อร้านไม้สักทอง รินรดารู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อชายคนนั้นหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก
"ยินดีด้วยนะกับร้านใหม่" ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนคนในร้านเงียบกริบ "แต่ดูเหมือนว่าคุณจะลืมไปว่า ที่ดินผืนนี้... และสิทธิ์ในสูตรอาหารทั้งหมดที่อยู่ในครัวนี้ ยังมีเจ้าของที่แท้จริงที่เขาไม่เคยยินยอมให้ใครนำไปใช้แสวงหากำไร"
เขาโยนเอกสารลงบนโต๊ะกลางร้านต่อหน้าต่อตารินรดา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดวางสายหลังจากพูดเพียงประโยคเดียวว่า "เริ่มการยึดคืนได้"
ครัวคุณยายที่เพิ่งจะเริ่มสร้างตัวกลับถูกเมฆาแห่งความมืดมิดเข้าปกคลุมเสียแล้ว... รินรดามองเอกสารนั้นด้วยมือที่สั่นเทา นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 9 และมาร่วมลุ้นไปกับรินรดากันนะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 9
ป้ายชื่อร้านใหม่
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!