“วางสากลงเถอะริน มือเธอเริ่มสั่นแล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเมฆดังขึ้นแทรกความเงียบงันภายในห้องครัวเก่าแก่ รินรดาชะงักมือที่กำลังถือสากหินหนักอึ้งค้างไว้กลางอากาศ กลิ่นพริกขี้หนูสวนคั่วหอมฟุ้งผสมกับกลิ่นกระเทียมไทยแกะเปลือกอบอวลจนแสบจมูก แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ดวงตาของเธอร้อนผ่าวจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ถ้าฉันหยุดตอนนี้... รสชาติมันจะขาดช่วงนะคะเมฆ ยายเคยบอกว่า ‘หัวใจของน้ำพริกไม่ได้อยู่ที่สูตร แต่มันอยู่ที่จังหวะการโขลกที่ต่อเนื่องจนกว่าน้ำมันจากเครื่องเทศจะคายตัวออกมา’” รินรดาตอบเสียงสั่น พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอไม่ได้เงยหน้ามองคนตรงหน้า แต่ดวงตากลับจ้องเขม็งไปที่สมุดบันทึกเล่มหนาที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ขัดเงา สูตรลับที่เธอเพิ่งค้นพบใต้รอยแยกของตู้กับข้าวโบราณเมื่อช่วงบ่าย
มันไม่ใช่สูตรอาหารธรรมดา แต่มันคือบันทึกส่วนตัวของยายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ พร้อมคราบน้ำมันและหยดน้ำตาที่แห้งกรัง
เมฆถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้เดินเข้ามาแย่งสากไปจากมือเธอ แต่กลับเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำสมุนไพรเย็นเจี๊ยบมาวางข้างๆ แทน “ความอดทนไม่ใช่การฝืนทำจนตัวตายนะริน แต่คือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเร่ง และเมื่อไหร่ควรผ่อน ยายเธอคงไม่ได้อยากเห็นหลานสาวต้องมานั่งร้องไห้กลางครัวเพียงเพราะอยากทำน้ำพริกให้เหมือนรสชาติในความทรงจำหรอก”
รินรดาวางสากลงในครกหินอย่างหมดแรง เสียงกระทบเบาๆ ของหินกับหินดังแว่วราวกับเสียงถอนหายใจของคนทำ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า สายตาจ้องมองสมุดบันทึกหน้านั้น
*‘น้ำพริกสูตรยาย... ต้องโขลกด้วยความศรัทธา ไม่ใช่ความโกรธแค้น หรือความเสียใจที่เกาะกินใจ หากใจไม่นิ่ง รสชาติจะขมปร่าเหมือนชีวิตที่ไม่มีความสุข’*
ข้อความนั้นเขียนไว้ด้วยหมึกสีน้ำเงินจางๆ รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกที่คอ เธอไม่ได้โกรธแค้น แต่เธอกำลัง 'เสียใจ' ความสูญเสียที่ยังคงฝังรากลึกในใจทำให้ทุกเมนูที่เธอทำออกมามักจะติดรสชาติที่หม่นหมองไปเสียทุกครั้ง
“ฉันแค่... อยากรู้ว่าตอนที่ยายทำ ยายคิดอะไรอยู่” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะหายไปกับเสียงจิ้งหรีดข้างนอก “ทำไมน้ำพริกของยายถึงทำให้คนกินยิ้มได้ ทั้งที่ชีวิตของท่านไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย”
เมฆทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเก่าเหนือโต๊ะอาหารขับให้ใบหน้าของเขาดูจริงจังและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน “บางที ความลับของมันอาจไม่ใช่ที่ตัววัตถุดิบหรอกริน แต่อาจเป็นสิ่งที่ถูกใส่ลงไปในช่วงเวลาที่คนทำยอมปล่อยวางอดีตลงได้จริงๆ”
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเมฆ ที่นั่นมีความเข้าใจที่เธอหาไม่ได้จากที่ไหน เธอจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบสากขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้ออกแรงโขลกอย่างดุดันเหมือนเมื่อครู่ แต่ค่อยๆ บดเครื่องเทศอย่างช้าๆ จังหวะการโขลกเริ่มสม่ำเสมอ ผ่อนคลาย และเป็นจังหวะเดียวกับการหายใจเข้าออก
กลิ่นหอมของกะปิอย่างดีที่ผ่านการเผาไฟจนหอมกรุ่นค่อยๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาแทนที่กลิ่นแสบจมูกของพริก รินรดาเริ่มสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในครกหิน เนื้อของน้ำพริกเริ่มเนียนละเอียด เป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่เธอไม่เคยทำได้มาก่อน ราวกับว่าตอนนี้เธอไม่ได้ทำเพียงแค่ทำตามตำรา แต่เธอกำลังสนทนากับยายผ่านวิถีแห่งอาหาร
“นั่นแหละ” เมฆพยักหน้าเบาๆ พลางยิ้ม “นั่นคือรสมือที่เธอกำลังค้นหา”
ขณะที่บรรยากาศในครัวกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยไออุ่นของเครื่องเทศ ประตูหลังบ้านที่ปิดสนิทกลับถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง จังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้าจนทำให้คนทั้งสองในครัวต้องชะงัก
รินรดาหันไปมองประตูด้วยความแปลกใจ ยามวิกาลเช่นนี้ไม่มีใครแวะเวียนมาที่ร้านแน่นอน เมฆลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ พลางส่งสายตาเป็นเชิงให้รินรดานิ่งไว้ เขาเดินไปที่ประตูแล้วแง้มออกเพียงเล็กน้อย ทว่าร่างที่ยืนอยู่เบื้องหลังความมืดของประตูนั้นกลับทำให้เมฆต้องเบิกตากว้าง
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” เมฆถามเสียงต่ำ
เงาร่างในเงามืดนั้นไม่ได้ตอบคำถาม แต่ก้าวเข้ามาในแสงไฟเพียงครึ่งซีก ใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่กลับมีดวงตาที่คมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองมายังรินรดาที่ยังถือสากค้างอยู่ในมือ
“ยายไม่ได้ทิ้งสูตรนี้ไว้ให้หลานสาวที่เอาแต่คร่ำครวญถึงอดีตหรอกนะรินรดา” หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ
มือที่ถือสากของรินรดาสั่นระริกเมื่อเห็นสิ่งที่หญิงชราคนนั้นถืออยู่ในมือ... มันคือสมุดบันทึกอีกเล่มที่หน้าปกเหมือนกับเล่มที่เธอกำลังถืออยู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 8 และมาร่วมลุ้นไปกับรินรดากันนะคะ
ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา•ตอนที่ 8
สูตรลับที่ไม่ลับ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปลายจวักคุณยาย: เมนูเยียวยาใจในวันที่ฝนซา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!